ปุ๋ยหมักไม่พลิกกลับกอง
นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม กับสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จัดทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง โดยใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และมูลโค โดยจะต่อยอดในการผลิตดินผสมปลูกเพื่อใช้และจำหน่ายในเขตพื้นที่ ณ ที่ทำการศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน หมู่ที่ 2 บ้านปงสนุก ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เมื่อเร็วๆ นี้
LATEST NEWS
ในภาวะที่โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลกระทบไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แน่นอนว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาน้ำในการทำมาหากิน เมื่อเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำฝนสะสมต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำในเขื่อนหลักลดลงจนเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง “โคก หนอง นา โมเดล” จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะเข้ามาช่วยบรรเทาและแก้ปัญหาเหล่านี้ แม้ในบางพื้นที่อาจจะยังไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็เป็นเสมือนหลักประกัน ที่ช่วยทุเลาความเดือดร้อน ช่วยให้เกษตรกรรอดพ้นจากภัยแล้ง และยังสามารถสร้างรายได้เลี้ยงปากท้องจากพืชผลที่ปลูกไว้ได้ในคราวเดียวกัน คุณรินทร์-นรินทร์ แสงพิชัย อดีตเทรดเดอร์หนุ่มผู้เคยใช้ชีวิตในเมืองหลวง แต่เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง และไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตตามปกติได้ จึงเกิดความเบื่อหน่ายและทำให้ได้ตระหนักถึงความไม่มั่นคงในชีวิตเมื่อยามอาหารเริ่มขาดแคลน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาตั้งหลักที่บ้านเกิดในจังหวัดเชียงราย เพื่อพลิกฟื้นผืนดินทำกินเดิมของครอบครัว และก้าวสู่บทบาทผู้ก
ในยุคที่การทำเกษตรต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มมูลค่า การเลี้ยง “หนอนไม้ไผ่” กลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ที่มีสวนไผ่อยู่แล้ว เพราะหนอนไม้ไผ่มีความต้องการสูงในตลาด ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบโปรตีนทางเลือก และกลุ่มร้านอาหารที่นำไปสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษ โดยราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาทเลยทีเดียว หนอนไม้ไผ่ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “หนอนรถด่วน” เป็นตัวอ่อนของแมลงด้วงหนวดยาวที่เจริญเติบโตในลำไผ่ มีรสชาติอร่อย หอมมัน และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันดี เป็นอาหารยอดนิยมของหลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยสามารถนำไปทอด ย่าง อบ หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ “หนอนไม้ไผ่”จัดอยู่ในกลุ่มอาหารใหม่ (Novel Food ) เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนอนไม้ไผ่ นับเป็นแมลงที่สะอาดที่สุด เนื่องจากมีวงจรชีวิตอาศัยอยู่ในกระบอกไม้ไผ่และกินเยื่อไม้ไผ่เป็นอาหาร ระยะตัวหนอนที่นิยมนำมาบริโภค ส่วนใหญ่พบได้ในช่วงมิถุนายน – กรกฎาคม หนอนไม้ไผ่มีรสชาติอร่อยและมีสารโปรตีนสูง 26-29% และมี ไขมันสูง 50-54 % หนอนไม้ไผ่ เป็นท
“วัชพืช” สำหรับใครหลายคน อาจเป็นเพียงต้นไม้ที่ต้องรีบถอนทิ้ง เพราะแย่งน้ำ แย่งปุ๋ย และบดบังการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจ แต่หากมองลึกลงไปในอีกมิติหนึ่ง พืชที่ถูกมองข้ามเหล่านี้อาจเป็น “ขุมทรัพย์ทางยา” ที่เติบโตอยู่ในแปลงเกษตรโดยไม่ต้องลงทุนปลูก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางยา (Medicinal Security)” หรือการมีแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรที่เพียงพอสำหรับใช้ในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือ พืชสมุนไพรจำนวนไม่น้อย กลับเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในไร่นา ริมคันนา หรือสวนหลังบ้าน จนถูกเรียกรวมๆ ว่า “วัชพืช” วัชพืช…ไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป ในทางเกษตรศาสตร์ “วัชพืช” หมายถึงพืชที่ขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าเป็นพืชไม่มีประโยชน์ พืชหลายชนิดที่พบทั่วไปในประเทศไทย เช่น ล้วนมีการใช้ประโยชน์ในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน บางชนิดยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพื
ซ่อนกลิ่นเป็นดอกไม้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความหอมรัญจวนใจ ในตำราอายุรเวชของอินเดียนั้นระบุไว้ว่า กลิ่นหอมของซ่อนกลิ่นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกขวา ซึ่งมีส่วนในเรื่องของจินตนาการหรือการสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เหมาะกับผู้ที่มีอาการซึมเศร้า หดหู่ เนื่องจากจะช่วยให้รู้สึกมั่นใจและกระตุ้นให้อยากใช้ชีวิตอย่างสุนทรีย์มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยสรรพคุณอันมากมาย กลิ่นหอมของซ่อนกลิ่นจึงกลายเป็นของล้ำค่าในอุตสาหกรรมน้ำหอม แต่ความที่เป็นดอกไม้ซึ่งช้ำง่ายและไม่อาจสกัดได้ด้วยความร้อน การผลิตหัวน้ำมันหอมของซ่อนกลิ่นจึงต้องใช้กรรมวิธีการสกัดในน้ำมันเย็นแบบโบราณซึ่งใช้เวลานานมาก โดยดอกซ่อนกลิ่นจำนวน 3,600 กิโลกรัม จะผลิตหัวน้ำมันหอมระเหยได้เพียงแค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น น้ำมันหอมจากซ่อนกลิ่นจึงถือเป็นของเลอค่าซึ่งมีแค่ผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์เท่านั้นที่ใช้ ซ่อนกลิ่นเป็นไม้ดอกพื้นถิ่นอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในเม็กซิโก ที่มาของดอกซ่อนกลิ่นในประเทศไทย ไม่มีบันทึกที่แน่นอนว่าถูกนำเข้ามาเมื่อไหร่ แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นช่วงก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องจากปรากฏข้อความในบัน
