ป่าไม้
กรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการประกวดป่าชุมชนตัวอย่าง ประจำปี 2563 ป่าชุมชนบ้านปง จังหวัดแพร่ ได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความเข้มแข็งและศักยภาพของชุมชนที่เชื่อมโยงการจัดการป่าเข้ากับความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ คุณภาพชีวิตของชุมชน รวมทั้งมีความตระหนักในการป้องกันและตั้งรับปรับตัวการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การนี้ คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศ และรองชนะเลิศระดับประเทศ รวม 4 รางวัล พร้อมทั้งรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศประเภทป่าชุมชนดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน รักษ์น้ำ รักษ์ป่า พัฒนาชีวิต” จำนวน 3 รางวัล ในปีนี้ ป่าชุมชน บ้านกุดหมากไฟ จังหวัดอุดรธานี ได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน รักษ์น้ำ รักษ์ป่า พัฒนาชีวิต” คุณอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า วันนี้การขับเคลื่อนงานตามภารกิจของกรมป่าไม้ หัวใจสำคัญคือ ความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ซึ่งงานตามนโยบายของรั
รองอธิบกรมป่าไม้ สั่งตรวจสอบที่ดินโครงการสวนน้ำทั้ง 57 แปลง “ภูขี้ไก่” ให้แปลภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานวิทยาศาสตร์ให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนด ชี้ “พ.อ. พงษ์เพชร” คงน้อยใจหลังเห็นงานไม่คืบ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิกถอนโฉนดที่ดิน 57 แปลง บริเวณภูขี้ไก่ ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หลังจาก หน.ชป.กอ.รมน.ตัดพ้อถึงขั้นตอนมีความล่าช้าและวิงวอนให้หน่วยงานเกี่ยวข้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาว่า ขณะนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามใกล้ชิดและสั่งการชัดเจน ให้ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่าสนับสนุนการทำงานของ พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. ซึ่งพันเอกพงษ์เพชร ก็อยู่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่าอยู่แล้ว หมายถึงว่าหลังจากที่ไปตรวจแล้วคงไม่คืบหน้าก็เลยเกิดอาการน้อยใจ จึงดูเหมือนว่าหน่วยงานของรัฐเองก็ยังน้อยใจ ซึ่งความจริงคงไม่ใช่ แต่อาจจะเป็นเรื่องของความตั้งใจทำงาน ซึ่งพันเอกพงษ์เพชร ที่มีความตั้งใจทำงาน และบางทีอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็เกิดความน้อยใจ ก็ไม่มีปัญหา เราได้ช่วยกัน
“การที่จะมีต้นน้ำลำธารไปชั่วกาลนานนั้น สำคัญอยู่ที่การรักษาป่าและปลูกป่าบริเวณต้นน้ำ บนยอดเขาและเนินสูงชัน ต้องมีการปลูกป่าโดยไม้ยืนต้นและปลูกไม้ฟืน ต้นไม้ฟืนนั้นราษฎรสามารถตัดไปใช้ได้ จำต้องมีการปลูกทดแทนเป็นระยะ ส่วนไม้ยืนต้นนั้นจะช่วยให้อากาศมีความชุ่มชื้นในขั้นตอนหนึ่งของระบบ…ทั้งยังช่วยยึดหน้าดินบนเขาไม่ให้พังทลายเมื่อเกิดฝนตกอีกด้วย ซึ่งถ้ารักษาสภาพป่าไม้ไว้ดีแล้ว ท้องถิ่นก็จะมีน้ำไว้ใช้ชั่วกาลนาน…” แนวพระราชดำริจัดการป่าไม้ยั่งยืน โดยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2520 ที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี จากแนวพระราชดำริที่เรียบง่ายเกี่ยวกับการปลูกป่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่การปลูกป่าจากสันเขา หรือไหล่เขาสู่เชิงเขา หรือการปลูกป่าบนพื้นที่สูง โดยทรงคำนึงถึงระบบนิเวศทางธรรมชาติเป็นหลัก อาทิ ต้นไม้บางชนิดมีฝักหรือเมล็ด กระจายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ เช่น ลอยตกลงมาจากสันเขาลงพื้นที่ต่ำ นกบินมากินแล้วไปถ่ายตามที่ต่างๆ เมื่อได้รับน้ำหรือความชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสมก็จะงอกเป็นตัวอ่อน และเจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่เกิดป่าต่
“ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเลและอากาศ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเราและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้ ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานในการเสด็จออกมหาสมาคมฯ ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ประโยคที่ทำให้การเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติที่อุทยานเขาใหญ่ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงการมาเดินเล่นๆ ชมธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังจุดประกายให้มองเห็นคุณค่า ความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของผืนป่าตะวันออกอันกว้างใหญ่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ กินเนื้อที่ประมาณ 3.8 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสระบุรี, นครนายก, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, สระแก้วและบุรีรัมย์ ได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” จากองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ผืนป่ากลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ได้รับการประกา
เป็นที่ทราบกันดีว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจหนักมาตลอด โดยเริ่มจากการตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปทุกภูมิภาค ทำให้พระองค์ทรงรับรู้ถึงสารพัดปัญหาในประเทศไทย และเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าทรงพระปรีชาสามารถและทรงรอบรู้ในหลากหลายสาขา จนทรงได้รับการยกย่องเชิดชูจากองค์กรระดับโลกหลายองค์กร พร้อมกันนั้นยังทรงให้ความสนพระทัยในศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การศึกษา ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม เกษตร และสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ทรงแนะ ต้องรับมือความท้าทายใหม่ๆ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ที่ผ่านมา ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานสำคัญๆ สองงานที่ล้วนเกี่ยวเนื่องกันและมีความสำคัญยิ่งต่อผู้คนในโลกใบนี้ งานแรกเป็นงานใหญ่ระดับโลก นั่นคือ งานประชุมวิชาการนานาชาติและนิทรรศการเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านเกษตรและเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (International Conference on Sustainable Agriculture and Bioeconomy 2017 หรือ แอ็กไบโอ AgBio 2017) จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ไบเทค บางนา งานที่สองทรงเป็น
อุตรดิตถ์ลุ้นกรมป่าไม้-ครม.ไฟเขียวให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนฯเสื่อมโทรมป่าน้ำปาด 99 ไร่ พัฒนาตลาดการค้าชายแดนด่านภูดู่ พร้อมสร้างถนนสายบ้านม่วงเจ็ดต้น-ด่านภูดู่อีก 95 ไร่ สภาพัฒน์ชงให้ผ่อนผันใช้พื้นที่ป่าเท่าที่จำเป็น ด้านเอกชนชี้ส่งผลดีต่อค้าชายแดน มั่นใจปี”60 ทะลุ 1,000 ล้านบาท นายวิเชียร แสงวิวัฒน์เจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ด่านภูดู่จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับการพัฒนายกระดับเป็นด่านถาวรตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 แต่จนถึงปัจจุบันยังประสบปัญหาใหญ่คือติดอยู่ที่การขอใช้พื้นที่ป่าไม้ ซึ่งกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่ได้อนุมัติให้เข้าใช้ประโยชน์ ส่วนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ได้ดำเนินการทั้งหมดแล้ว ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีก็ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.)เมื่อปี2558 ให้ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าวพัฒนาเป็นตลาดการค้าชายแดน แต่ทางกรมป่าไม้เรียกให้จังหวัดไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการของกรมป่าไม้ ถ้าผ่านตรงนี้ได้ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากทุกอย
