ป้องกันน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่บริเวณคลองส่งน้ำ 3L-RMC หลักกิโลเมตรที่ 10 บ้านคุยโพธิ์ ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายภัทรพล ณ หนองคาย ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทาน ที่ 6 เฝ้ากำกับการทำงานของเจ้าหน้าที่โครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทาน ที่ 6 ตลอดทั้งคืนที่ผ่านเพื่อให้การดำเนินงานปิดกั้นคลองชลประทานที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาด เป็นไปตามแผนที่วางไว้และถูกต้องแข็งแรงที่สุด โดยใช้เวลาทำงาน 3 วัน 2 คืน นายภัทรพลเปิดเผยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เราได้เร่งปิดกั้นคลองชลประทานที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาด ซึ่งเราได้เร่งดำเนินการปิดช่องที่ขาดมาโดยตลอดไม่มีหยุด ทั้ง 3 วัน 2 คืน จนสามารถปิดช่องที่ขาดได้เมื่อตอนตี 4 ที่ผ่านมา ซึ่งการดำเนินงานเราได้ใช้นวัตกรรมล่าสุด คือ “กงเกี่ยว” คือเป็นเสาขนาดยาว มีเหล็กฝังโดยรอบ ทิ้งลงในช่องขาดด้านล่างปักลงดิน ด้านบนยึดเกี่ยวกับกล่องเกเบี้ยน เพื่อใช้ยึดเหนี่ยววัสดุที่ถมทับลงมาจากด้านบนอีกด้วย เพื่อให้มีความยึดเหนี่ยวที่ดีขึ้น สำหรับกล่องเกเบี้ยนมีขนาด กว้าง x ยาว x สูง = 1.00 x 2.00 x 0.50 เมตร ใช้จำนวนประมาณ 3,000-3,500 กล่อง และใช้ชีทไพน์ ความยาว 6.00 เมตร ประมาณ 200 แ
น.ส.กฤตยาพร ทัพภะทัต รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ว่า ในพื้นที่นิคมฯบางปูจะไม่เกิดภาวะอุทกภัยในพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในเขื่อนภาคกลางและแม่เจ้าพระยา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังในกรณีที่เกิดฝนตกหนักสะสม ซึ่งนิคมฯบางปูเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความเสี่ยงที่ กนอ. จึงยกระดับการเฝ้าระวังเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ น.ส.กฤตยาพรกล่าวว่า วันที่ 24-28 ตุลาคม พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนลดลงเหลือเพียง 10% แต่หากมีปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตประกอบการเสรีที่อยู่ต่ำจากระดับน้ำทะเลประมาณ 30-50 เซนติเมตร ซึ่งรถเล็กจะไม่สามารถขับผ่านได้ ทำให้พนักงานเข้าพื้นที่ไม่ได้เช่นกัน กนอ.จึงประสานหน่วยงานเตรียมพื้นที่จอดรถและเตรียมรถขนส่งคอยอำนวยความสะดวกพนักงานเดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อให้โรงงานในนิคมฯสา
คุณไพฑูรย์ น้อยคำมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์เดีย จำกัด ซึ่งทำหน้าที่ดูแลตกแต่งภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศในครั้งนี้ เปิดเผยว่า ประมาณช่วงกลางเดือนตุลาคม เกิดฝนตกหนักทั่วรอบมณฑลพิธีสนามหลวง ปรากฏว่า ฝั่งทิศใต้ (ด้านวัดพระแก้ว) ไม่มีพื้นที่รองรับน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง จนต้องเร่งระบายน้ำขังเป็นการด่วน ขณะที่ฝั่งทิศเหนือ ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังเลย เนื่องจาก ดร. พรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้ออกแบบให้มีการก่อสร้าง “โครงการแก้มลิง” ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณนอกรั้วราชวัติ จำนวน 2 จุด คือ ฝั่งแปลงคันนา เลข ๙ และฝั่งพลับพลายก ซึ่งบ่อน้ำดังกล่าว ทำหน้าที่รองรับน้ำฝนได้ดี ช่วยไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมนอกรั้วราชวัติด้านทิศเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณไพฑูรย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการคิดค้นพระราชทานแนวพระราชดำริให้มีระบบการบริหารจัดการด้านน้ำท่วม ด้วยวิธีการ “แก้มลิง” โดยรับสั่งให้มีการขุดคลองและสระน้ำขนาดใหญ่ สำหรับรองรับน้ำฝนและเก็บไว้เป็นบ่อพักน้ำ อันเปรียบ
