ผลกระทบต่อพืชผล
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า แม้ระยะนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนแต่ได้เกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีเพียง ร้อยละ 49 และน้ำมีไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัดและมีฝนตกฉับพลันจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของต้นไม้ผลเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม้ผลช่วงนี้ผลผลิตอยู่ในระยะเกิดตาดอก เป็นช่วงสำคัญที่จะพัฒนาเป็นช่อดอกในเวลาถัดมาอีกประมาณ 15-20 วัน แต่หากระยะนี้มีฝนตกลงมากะทันหัน จะทำให้ต้นไม้ผลมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงจากการเกิดตาดอกไปเป็นแทงใบอ่อนแทน ดังนั้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องพยายามปรับตัวในหลายมิติ ได้แก่ 1. กรณีลงทุนทำสวนใหม่ ควรวางแผนการผลิตพืชให้เจริญเติบโตภายใต้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง มีแหล่งน้ำสำรองกรณีกระทบแล้งควรมี wind break รองรับป้องกันลมพายุ มีทางระบายน้ำที่รวดเร็วกรณีฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน 2. เรียนรู้ปฏิทิ
