ผลิตภัณฑ์ยาง
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ครบรอบปีที่ 9 เปิดบ้านต้อนรับ-โชว์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “RAOT Thai Rubber, The next chapter” โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อม Kick off รถ Mobile จัดเก็บ CESS และการเปิดร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาง Greenergy Shop by RAOT ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในพิธีเปิดงานวันสถาปนา กยท. ครบรอบปีที่ 9 ว่า 9 ปีที่ผ่านมา กยท. เป็นองค์กรกลางที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ มีความผูกพันกับชีวิตพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางไทย และมีผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์หลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1 ปีหลัง ที่มีการเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการด้านยางพาราอย่างจริงจัง จนเป็นที่ยอมรับและได้รับความน่าเชื่อถือจากกลุ่มผู้ซื้อและผู้เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมยาง ควบคู่กับมาตรการต่างๆ ภายใต้นโยบายรัฐบาลในการพัฒนาและแก้ไขปัญหายางพาราอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ นโยบายการจัดการทรัพยากรทางการเกษตร ทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยการบริหารจัดกา
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าให้การสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อย SMEs วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร/เกษตรกรชาวสวนยาง ผลักดันสินค้ายางพาราสู่ภาคอุตสาหกรรม ดึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมเป็นพี่เลี้ยง เชื่อมั่น เทรนด์การใช้ยางธรรมชาติปรับตัวในทิศทางที่ดี นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. มุ่งหาแนวทางการส่งเสริมการลงทุนในกิจการยางพารา เพื่อให้เกิดพัฒนาอุตสาหกรรมยาง จึงได้ร่วมประสานความร่วมมือกับ บีโอไอ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบกิจการยาง สถาบันเกษตรกร หรือผู้ประกอบกิจการของ กยท. เนื่องจาก บีโอไอ เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย ทั้งด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และด้านการบริการสนับสนุนธุรกิจ ซึ่ง กยท. มองว่าสามารถช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรชาวสวนยาง รวมถึงผู้ประกอบกิจการยางพารารายย่อยได้ โดยผ่านมาตรการต่างๆ ได้แก่ มาตรการเรื่องของการลดหย่อนภาษี มาตรการลดหย่อนภาษีนำเข้า กิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การยกเว้นอากรวัตถุดิบเพื่อการวิจัยพัฒนา และการพัฒนามาตรฐานการผลิตต่างๆ เช่น การลดผลกระ
นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย แถลงว่า จากสถานการณ์ราคายางในช่วงนี้ที่มีผันผวน ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยทางเศรษกิจ การเงิน และการลงทุนภายนอกประเทศ ได้แก่ การที่ธนาคารระมัดระวังการปล่อยเงินกู้และไม่ปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทยาง เนื่องจากกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกา ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งขายยางในราคาไม่สูงมากนักเพื่อให้ได้สัญญาไปประกอบการกู้เงินสำหรับใช้หมุนเวียนในธุรกิจยาง ประกอบกับเทศกาลวันชาติของประเทศจีน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 7ตุลาคม (วันชาติจีน วันที่ 1 ตุลาคม) ทำให้กิจกรรมการซื้อขายยางหยุดลง ส่งผลต่อราคายางอ้างอิงจะมีเพียงตลาด TOCOM และ SICOM เท่านั้น ซึ่งพ่อค้ายางเกือบทุกเจ้ารอราคาอ้างอิงจากตลาดล่วงหน้าของจีน (ตลาดเซี่ยงไฮ้) ในการซื้อขาย นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ในการซื้อขายยาง Chongqing บริษัทเทรดดิ้งใหญ่อันดับหนึ่งของจีนซึ่งนำเข้ายางประมาณปีละ 1,500,000 ตัน ประกาศหยุดกิจกรรมการซื้อขายยางเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา และการเลิกกิจการของบริษัท Chongqing ซึ่งเป็นผู้ซื้อยางรายใหญ่ของจีน จึงส่งผลต่อผู้ส่งออกยางของไทย ทำให้ร
