ผักขมหิน
ปัจจุบันคนไทยมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคไตมากขึ้น ติดอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากมาเลเซียและสิงคโปร์ สาเหตุส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เกิดจากเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งมีสถิติผู้ป่วยรวมเกือบ 15 ล้านคน ผลที่ตามมาคือมีภาวะไตเสื่อมและไตเสื่อมเร็วขึ้น หากปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทเชื่อว่า ไตคือพลังงานของชีวิต หากไตทำงานไม่ดี ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบการทำงานของร่างกายในภาพรวม หากแต่ยังส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของผู้ป่วยด้วย ซึ่งสอดคล้องกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่พบว่าไตเป็นอวัยวะที่มีการสร้างฮอร์โมนที่มีผลต่ออารมณ์ของคนด้วย ทั้งนี้ มีสมุนไพรหลายชนิดที่หมอพื้นบ้านระบุว่าใช้บำรุงไต ซึ่งในมิติของคำว่าบำรุงในทางการแพทย์พื้นบ้านนั้น มีหลายความหมาย ทั้งการกำจัดของเสีย การเพิ่มการไหลเวียนเลือด การปกป้องสารพิษ ดังนั้นการจะนำองค์ความรู้ด้านสมุนไพรของบรรพบุรุษมาใช้ได้ เราต้องเข้าใจที่มาขององค์ความรู้อย่างลึกซึ้ง ส่วนที่มีผู้เป็นห่วงว่าการรับประทานพืชสมุนไพรมากๆ จะส่งผลต่อไตหรือไม่ ภญ.สุภาภรณ์ตอบว่า สิ่งสำคัญต้องไม่เลิกกินยาแผนปัจจุบัน จริงๆ ทุกอย่างกินมาก็มีผลข้างเคียงได้ ดังนั้น ต้องกินแบบพอประมาณ แล
คอลัมน์ เก็บป่ามาฝากเมือง โดย กุมิสบ๊ะ รงโซะ เขียนถึงต้นผักขมหิน ชื่อวิทยาศาสตร์ Boerhavia Diffusa L. วงศ์ NYCTAGINACEAE ต้นผักขมหิน หรือที่ นางนิปะห์ นิเฮง หมอยาสมุนไพรบ้านอีนอ ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จะรู้จักและเรียกชื่อในภาษามลายูถิ่นคือ ต้นบายังตือเลาะ (Bayang Telak) หมายถึง ต้นผักโขมที่แผ่ปกคลุมดิน หรือมีอีกชื่อที่ใช้เรียกกันคือ ต้นบายังตาเนาะห์ (Bayang tanah) หมายถึง ต้นผักโขมดิน จัดเป็นต้นพืชสมุนไพรที่มีขึ้นทั่วไปตามป่าข้างทาง หรือที่รกร้างต่างๆ ซึ่งปัจจุบันน้อยคนนักที่จะรู้จักต้นพืชชนิดนี้ และอาจมองว่า เป็นหนึ่งในต้นวัชพืชแล้วด้วยซ้ำไป เพราะไม่ค่อยมีคนเก็บเพื่อนำมาใช้ประโยชน์กันอย่างแพร่หลายดังเช่นในสมัยก่อนกัน สำหรับแม่หมอนิปะห์ นิเฮง นั้น ท่านได้เล่าว่า ปัจจุบันต้นผักขมหินนั้นจะค่อนข้างหายากมาก พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งเก็บเกี่ยวนั้น ได้มีสิ่งก่อสร้างต่างๆ เข้ามาแทนที่ แต่ท่านก็จะชอบเก็บต้นผักขมหินทุกครั้งเมื่อมีโอกาสพบเจอ ซึ่งท่านได้นำมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านอาหารและยารักษาโรค เช่น นำมาแกงเลียง แกงกะทิ ลวกต้มจิ้มน้ำพริกบูดู รับประทานเป็นผักกับข้าว เป็นต้น ส่วนการใ
