ผักเมืองหนาว
อาชีพเกษตรกรรมที่หลายคนมองว่าไม่มั่นคง ก็คงอยู่ที่ทัศนคติของแต่ละบุคคลไป บางคนทำเพื่อหาความสุข ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก บางคนทำเพื่อเงินตรา ก็สุดแล้วแต่ทางที่เลือกเดิน แต่คุณแอ๊ว สาวแม่ฮ่องสอนคนนี้ มองว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างความมั่นคงได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าการเกษตรทำให้มีกินอยู่ตลอด ไม่มีคำว่าอดอยาก กินอะไรก็ปลูกอย่างนั้น เหลือจึงนำไปขาย จากนั้นจึงค่อยพัฒนาต่อยอดเป็นรายได้ คุณอรัญญา คำเขียว หรือ คุณแอ๊ว สาวเมืองเหนือจากแม่ฮ่องสอน เจ้าของ สวนผักบ้านน้องชิน ตั้งอยู่ที่ 38/3 หมู่ที่ 3 บ้านไร่ ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน อดีตพนักงานประจำ ตั้งใจลาออกจากงานมาทำเกษตร สานต่ออาชีพเกษตรกรรมจากครอบครัว พร้อมกับการพัฒนาต่อยอดการตลาดส่งขายไปทั่วประเทศ คุณแอ๊ว เล่าให้ฟังว่า หลังจากลาออกจากงานประจำมาทำเกษตรนับเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี ที่ตนเองเดินอยู่บนเส้นทางนี้ และได้ผ่านเรื่องราวมากมาย กว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ไม่ง่าย แต่มีสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้และทำให้หลงรักในอาชีพเกษตรกรรมคือ ความเรียบง่าย ไม่หรูหรา แต่เป็นอาชีพที่ทำแล้วมีความสุขมากๆ ซึ่งในบางครั้งอาจจะเหนื่อย
อาชีพเกษตรกรรม หลายคนมองว่าเป็นอาชีพที่ทำแล้วร่ำรวย หลายคนก็บอกอีกว่าอาชีพเกษตรกรรรมไม่ได้ทำแล้วร่ำรวยเท่าอาชีพอื่น แต่ก็สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัวได้ สรุปแล้วการทำอาชีพเป็นเกษตรกรจะทำให้ร่ำรวยหรือทำแล้วจนลง ก็คงอยู่ที่ทัศนคติของแต่ละบุคคลไป บางคนทำเพื่อหาความสุข ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก บางคนทำเพื่อเงินตรา สุดแล้วแต่ทางที่เลือกเดิน คุณชัยวัฒน์ อัมภวา อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 3 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์รุ่นใหม่ที่เลือกดำเนินอาชีพเกษตรกรรมตามรอยครอบครัว และเลือกเส้นทางการทำเกษตรเพื่อความสุขมานานกว่า 15 ปี ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ จนค้นพบความสุข ความสำเร็จ และเป็นสิ่งที่รัก เงินตราเป็นสิ่งที่รองลงมา คุณชัยวัฒน์ เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำเกษตรตนได้ทำงานเป็นพนักงานโรงงานอยู่ระยะเวลากว่า 2 ปี จึงรู้ว่างานที่ทำอยู่ไม่ใช่ทางที่ชอบ ทำงานอยู่อีกที่แต่ใจคิดถึงแต่บ้านตลอด จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยน ทำให้ต้องลาออกจากงานแล้วกลับมาบ้าน มาเริ่มทำการเกษตร เพราะโดยพื้นฐานครอบครัวเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตเกษตรมาตั้งแต่เด็กๆ จึงเลือกที่จะเดินตามรอยพ่อแล
อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง มีสภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเนินสูงสลับต่ำ และที่ราบสูง สลับด้วยภูเขา มีป่าไม้ ลำธาร ลำคลอง และห้วยสั้น ไหลสู่ทะเลอันดามัน ด้านตะวันตก มีสภาพเป็นป่าชายเลน สภาพดินทั่วไปเป็นดินร่วนปนทราย ความสมบูรณ์ต่ำ อาชีพส่วนใหญ่ของชาวสิเกา คือเกษตรกรรม ทั้ง กสิกรรม การประมงจับสัตว์น้ำ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ร้อยละ 80 รับจ้าง ร้อยละ 15 อื่นๆ ร้อยละ 5 มีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 232,633 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 66.23 และส่วนใหญ่จะเป็นสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา ซึ่งเป็นพืชที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่หากคิดถึงภาพการปลูกผักของเกษตรกรในอำเภอสิเกา เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกไว้ข้างบ้าน แค่พอมีพอกินในครัวเรือน และยิ่งหากเป็นผักเมืองหนาว เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และ บร็อกโคลี่ แน่นอนว่าจะนึกถึงภาพบรรยากาศของพื้นที่ภูเขาในแถบภาคเหนือ ที่มีอากาศหนาวเย็น เอื้อต่อการปลูกพืชผักเมืองหนาว ซึ่งเป็นภาพที่เกษตรกรคุ้นชิน คุณกันยารัตน์ หมุนเวียน ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ตำบลกะลาเส เกษตรกรที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการปลู
โคขุน หมายถึงการเลี้ยงวัวเพื่อให้มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ในเวลารวดเร็ว เนื่องจากเลี่ยงปัญหาการลงทุน ฉะนั้น ตัวแปรสำคัญคือคุณภาพอาหาร เพราะถ้าได้อาหารที่มีคุณภาพอย่างดี จะทำให้วัวเจริญเติบโตเร็ว มีน้ำหนัก สามารถขายได้ในราคาสูง คุณวิชิต อำพลรุ่งโรจน์ เป็นชาวบ้านที่ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยึดอาชีพเลี้ยงโคขุนมาได้สักกว่า 2 ปี คุณวิชิต ให้รายละเอียดเรื่องงานประจำว่า บทบาทและหน้าที่ในตำแหน่งการงานขณะนี้จะต้องดูแลทุกข์ สุข ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านผ่านประชาคม และชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านรวมไทยพัฒนาส่วนมากมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวกันคือ การทำไร่ข้าวโพด ด้วยความพร้อมทั้งเรื่องดิน ฟ้า อากาศ และน้ำของพื้นที่ในหมู่บ้านแห่งนี้ จึงทำให้สามารถปลูกพืชผักชนิดต่างๆ อย่างพริก ผักเมืองหนาว หรือแม้แต่ดอกกุหลาบ ได้อย่างมีคุณภาพ แล้วในบางคราวหากว่างเว้นจากงานประจำ ทางหน่วยงานก็มักจะหาอาชีพเสริมอีกหลายอย่างให้แก่ชาวบ้านทำเพื่อสร้างรายได้หลังเสร็จสิ้นอาชีพหลัก สำหรับธุรกิจที่คุณวิชิตทำอยู่เป็นอาชีพส่วนตัวคือ การเลี้ยงโคขุน ทำมาได้ประมาณ 2 ปี โคที่นำมาเลี้ยงเพื่อขายเป็นพันธุ์พื้นเม
