ผู้นำป่าชุมชน
(อ่านตอนแรก คลิก!) ฉบับที่แล้ว เล่าเรื่อง บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พาผู้นำป่าชุมชน จาก 10 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมกิจกรรม “สัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้ม” รุ่นที่ 21 ภายใต้ โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” เพื่อศึกษาเรียนรู้วิธีการจัดการน้ำในรูปแบบต่างๆ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ รวมทั้งนวัตกรรม “ธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank)” ของ หลวงพ่อสมาน สิริปัญโญ ประธานสถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ ซึ่งใช้หลักการเติมน้ำไปเก็บในชั้นใต้ดิน โดยขุดบ่อในบริเวณพื้นที่น้ำท่วม น้ำขัง น้ำหลาก หรือจุดรวมของน้ำเพื่อกักน้ำให้ซึมลงไปชั้นหิน เป็นการพักน้ำรวมไว้เหมือนธนาคาร อีกวิธีคือ การใช้เศษไม้ ขวดแก้ว เศษอิฐ กรวด หิน หรือวัสดุที่มีในท้องถิ่นมาถมในบ่อเพื่อแทนที่น้ำ ให้น้ำล้นออกมาใช้ได้เร็วขึ้นเมื่อน้ำใต้ดินมีปริมาณมากพอ แนวคิดนี้เป็นเสมือนการออมหรือกักเก็บน้ำต้นทุนไว้ใช้ในหน้าแล้ง หรืออุ้มน้ำในยามน้ำหลาก นับเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้ทางวิชาการและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน ธนาคารน้ำใต้ดิน มี 2 รูปแบบ ดร. เร่งรัด สุทธิสน
จังหวัดสกลนคร – ผู้นำป่าชุมชน จำนวน 80 คน จาก 10 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วม กิจกรรม “สัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้ม” รุ่นที่ 21 ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ที่บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ จัดขึ้นตั้งแต่ ปี 2551 กิจกรรมปีนี้ได้มุ่งเน้นประเด็นการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความแปรปรวนของอากาศที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ ซึ่งพื้นที่ที่เคยชุ่มชื้นจะต้องเผชิญกับภาวะแล้ง ส่วนพื้นที่ที่แห้งแล้งจะเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม อีกทั้งยังเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากข้อมูลพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนในภาคอีสานปีนี้จะลดน้อยลง เพราะผลกระทบจากปรากฏเอลนีโญ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และเกษตรกรรมสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ระดับครัวเรือนจนถึงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศด้วย บริษัทจึงได้หยิบยกประเด็นการบริหารจัดการน้ำ มาเป็นสาระหลักของการสัมมนาผู้นำป่าชุมชนในปีนี้ และได้น้อมเกล้านำพระราชดำรั
