ผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี
สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ยังมีแนวโน้มอยู่กับเราไปอีกนาน ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างยังหยุดธุรกิจไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องฝ่าฝันอุปสรรคเดินหน้าต่อไป แต่ยังมีผู้ประกอบการสมุนไพร ที่พลิกสถานการณ์กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในห้วงวิกฤตนี้ ชุติภา บวรกิจสุธี เจ้าของ บริษัท รัตนบวรกิติสมุนไพร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเหลือง ยาหม่องสมุนไพร หม่องเขียวเสลดพังพอน ยาดมสมุนไพร ภายใต้แบรนด์ “ช้อนทองมงคล” เปิดเผยว่า ทางช้อนทองมงคล ได้รับผลกระทบในช่วงแรกของวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ลูกค้าไม่สะดวกในการหาซื้อสินค้าได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นยาสมุนไพรอยู่ในหมวดยาสามัญประจำบ้าน ที่ทุกบ้านจะต้องมีติดบ้าน จึงทำให้สินค้ายังคงเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของ แบรนด์ช้อนทองมงคล คือ เป็นผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพรที่สกัดเข้มข้นจากสมุนไพรไทยหลายชนิด เช่น ไพล ว่านเอ็นเหลือง เถาโคคลาน เถาเอ็นอ่อน เสลดพังพอน เกล็ดสะระแหน่ การบูร พิมเสน และยังมีตัวยาอื่นๆ อีกหลากหลายชนิดที่ทรงคุณค่าของสมุนไพรไทย วัตถุดิบที่ใช้เลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย ไม่มีสารสเตียร์ลอย สรรพ
ซีพีออลล์ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในกระเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมและสร้างโอกาสผู้ประกอบการรายย่อยยกระดับขนมไทย ร่วมพัฒนาสินค้าและแพ็คเกจจิ้งให้น่ารับประทาน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ หาซื้อง่าย ทานสะดวก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน เกษตรกร ด้วยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบผลักดันผลิตขนมหวานส่งขายเซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 60,000 ถ้วยต่อวัน นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทยกล่าวว่า บริษัทมีปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) ที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่นิยมจากประชาชนมาตลอด โดยบริษัทเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการSME มีโอกาสส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์ช็อปปิ้งจำกัดซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ช รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 รายการ และมีการพัฒนา SMEให้เจริญก้าวหน้าเติบโตเป็
นายโชคอนันต์ บุษราคัมภากร นายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยอมปรับตัวและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการของตัวเองด้วยการนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาใช้ มีเพียง 5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด ถือว่าเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับการใช้งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาของไทยทั้งภาคเอกชนและรัฐรวมกันที่มีไม่ถึง 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับตัวสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า บริการ และธุรกิจ จะผลิตและขายแบบเดิมๆ ได้ยาก เพราะการแข่งขันที่มากขึ้น คู่แข่งมาก พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมซื้อขายและใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล และบริโภคตามความต้องการส่วนตัวมากขึ้น “ต้องเริ่มกล้าคิด ฝึกใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้หลุดจากกรอบ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มองความผิดพลาดเป็นการต่อยอด เอาไอเดียเป็นที่ตั้งก่อน” นายโชคอนันต์ กล่าว ม.ล. คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กล่าวว่า
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้านักวิเคราะห์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า การส่งออกและการท่องเที่ยวจะขยายตัวดีจากกำลังซื้อต่างประเทศ แต่เศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับผลกระทบ ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไตรมาสแรก 2560 อยู่ที่ 4.4% คาดว่าปลายปีจะอยู่ที่ระดับ 4.6-4.7% สอดคล้องกับการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ไตรมาส 2 ของธนาคาร พบว่าดัชนีลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 39.6 จากระดับ 40.6 ในไตรมาสก่อน โดยปัจจัยที่เอสเอ็มอีกังวลมากที่สุด คือภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อฟื้นตัวช้า รองลงมาคือความกังวลด้านสภาพคล่อง การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่กำลังมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการปรับค่าแรงภูมิภาคจากเดิมอยู่ที่ 222-273 บาท เพิ่มเป็น 300-310 บาท ทำให้ต้นทุนเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น ซึ่งเอสเอ็มอีที่ยังได้รับผลกระทบมาก คือเกษตร พาณิชยกรรม และการค้า “ครึ่งปีหลังเอสเอ็มอียังมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตร ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ปัญหาแรงงานต่างด
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือเอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้ธนาคารขยายระยะเวลาโครงการสินเชื่อฟื้นฟูเอสเอ็มอีจากอุทกภัยและภัยพิบัติ ปี 2560 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการสินเชื่อฟื้นฟูเอสเอ็มอีจากอุทกภัยภาคใต้ ปี 2560 วงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีวงเงินเหลือ 3,500 ล้านบาทที่จะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ออกไปอีก 6 เดือนนับจากวันที่มติ ครม.เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผล กระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติทั่วประเทศให้สามารถปรับปรุง ฟื้นฟู และมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดยครอบคลุมพื้นที่ประสบเหตุในปัจจุบัน รวมทั้งอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ นายมงคล กล่าวว่า โครงการสินเชื่อฟื้นฟูเอสเอ็มอี จากอุทกภัยและภัยพิบัติ ปี 2560 วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท เพื่อผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล บุคคลธรรมดา ที่จดทะเบียนกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย วงเงินกู้สูงสุดต่อรายที่ 15 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืมตลอดโครงการไม่เกิน 7 ปี โดยปีที่
“พสุ” เร่ง 3 งานสำคัญก่อนขึ้นปลัดอุตฯ ดึงต่างชาติช่วย SMEs ลุยระดับท้องถิ่น นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ขณะนี้มี 3 งานหลักที่เป็นมาตรการสำคัญและยังต้องเร่งเดินหน้าสำหรับภารกิจที่เหลือก่อนเข้ารับตำแหน่ง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 คือ 1.มาตรการยกระดับศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 2. มาตรการการผลักดัน SMEs ที่มีศักยภาพตามแต่ละพื้นที่ ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ และ 3. มาตรการเชื่อมโยง SMEs ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์หลายอย่างทั้งการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทาง กสอ.จึงได้ปรับแนวทางการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2560 ต่อเนื่องถึงปีงบประมาณ 2561 โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายและเป้าหมายสร้างผู้ประกอบการให้เป็น SMEs 4.0 จำนวน 1,000 คน สำหรับ 3 มาตรการสำคัญ ประกอบด้วย 1. มาตรการยกระดับศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่จะขยายการให้บริการครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือลงในระดับท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้มีความครอบคลุมในระ
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมได้จัดการประชุมชี้แจงรายละเอียดการขอสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแฟชั่น ในเครือข่ายศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 50 ราย มีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์กองทุนให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแฟชั่นรับทราบและเข้าถึงแหล่งเงินทุน นำไปพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนปรับปรุงธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความสร้างสรรค์มากขึ้น ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวได้ใช้ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นหน่วยงานกลางสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ ที่ให้บริการด้านการส่งเสริมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเห็นความสำคัญของการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง “หลังจัดการจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดการขอสินเชื่อกองทุน พบว่าล่าสุดมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นเข้าขอสินเชื่อในวงเงินไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และคาดว่าไตรมาส 3 จะมีการขอสินเชื่อเข้ามาเพิ่มเติมอีก เชื่อมั่นว่ากองทุนดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งปัจ
เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, หอการค้าจังหวัดลำปาง, สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดงานสัมมนาพิเศษถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ปีที่ 10 “สร้างธุรกิจ อย่างคิดต่าง” มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังกว่า 200 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย กล่าวว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีและร้านโชห่วย ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์และ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดงานสัมมนาให้ความรู้ในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันรวมเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการรายย่อย, เจ้าของร้านโชห่วยและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสัมมนาแล้วกว่า 7,500 คน ทั่วประเทศ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจรายย่อยหรือเอสเอ็มอี สมาคมฯจึงได้จัดงานสัมมนาพิเศษ
