ผู้เลี้ยงสุกรต้านนำเข้าหมูมะกัน
ประเด็นนำเข้าหมูใช้สารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐยังไม่จบ!!! “พาณิชย์” ชี้ไทยต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน CODEX ลุ้นท่าที 2 หน่วยงานหลัก ‘กษ.’ถือกฎหมายควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์-‘อย.’ ถือประกาศมาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าไทยถูกกดดันจากประเทศผู้ส่งออกในประเด็นการเปิดนำเข้าเนื้อสุกรที่มีสารเร่งเนื้อแดงว่า ไทยต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ในฐานะที่เป็นประเทศการค้า และสมาชิกขององค์การมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CODEX) และองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการโคเด็กซ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานระหว่างประเทศภายใต้การทำงานร่วมกันขององค์การอาหารและเกษตรสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) มีสมาชิก 187 ประเทศ รวมทั้งไทย ทำหน้าที่ด้านการกำหนดมาตรฐานอาหารที่ปลอดภัยต่อการบริโภค ได้มีมติเมื่อเดือนก.ค. 2555 กำหนดค่าปริมาณสารเร่งเนื้อแดงในสุกรตกค้างที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ เนื้อสุกรทั้ง 4 ชนิด ที่โคเด็กซ์กำหนดปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้างที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ได้แก่ กล้ามเนื้อ ไขมัน ตับ และ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน ตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรจากทั่วประเทศกว่า 100 คน ได้รวมตัวกันที่หน้ากรมเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการนำเข้าเนื้อสุกรสหรัฐ หลังทราบว่าคณะของกระทรวงพาณิชย์จะเดินทางไปเจรจากับสหรัฐในประเด็นนี้ นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรคัดค้านการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐมาโดยตลอด ล่าสุดทราบว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้เชิญพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไปสหรัฐเพื่อเจรจาการค้าระหว่างกัน วัตถุประสงค์เพื่อลดการขาดดุลของสหรัฐ โดยมีหัวข้อการเจรจาเกี่ยวกับความต้องการให้ไทยเปิดตลาดให้สหรัฐนำเข้าเนื้อสุกรได้ เป็นหนึ่งในหัวข้อเจรจาด้วย “วันพรุ่งนี้ (12 ก.ย.) คณะของกระทรวงพาณิชย์จะเดินทางไปสหรัฐก่อน พวกเรามีความกังวลจึงต้องมายืนยันการคัดค้าน ขอย้ำว่าเนื้อสุกรจากสหรัฐมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง (แรคโตปามีน) อย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นสารต้องห้ามตามบัญญัติและกำหนดบทลงโทษในกฎหมายไทยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุข สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติจึงขอให้รัฐบาลไทยยืนยันการห้ามนำเข้าเนื้อสุกรที่มีสารเร่งเนื้อ
