ผ้าทอ
ชาวดอยห้วยตองก๊อ เมืองสามหมอก รับมือสู้โควิด-19 นักวิจัยแนะนำเงินที่ได้จากการทอผ้ามาตั้ง “กองทุนหมู” กับดอยสเตอร์ เป็นรายได้เสริมยามขาดนักท่องเที่ยวและจำหน่ายผ้าทอไม่ได้ เพื่อเป็นธนาคารอาหารที่เสริมความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชน พร้อมวางแผนปรับสินค้า วิธีขาย และการตลาดมากขึ้นในอนาคต คุณสมภพ ยี่จอหอ นักวิจัยและพัฒนาจากดอยสเตอร์ ผู้รับทุนวิจัยจากฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า-เอสเอ็มอี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ในโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อแรกเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทุกคนวิตกกันมากเพราะไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะชาวดอยบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นชุมชนปกากะญอที่มีการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีลวดลายผ้าเป็นเอกลักษณ์และมีศักยภาพทางการตลาดสูง ทำให้สินค้าของชุมชนภายใต้แบรนด์ “ตองก๊อแฟมิลี่” ร่วมกับดอยสเตอร์เป็นที่รู้จักและจดจำในตลาด ต้องหยุดชะงักไปพร้อมกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน สถานการณ์โควิด-19 ทำให้สมาชิกในชุมชนต้องปิดหมู่บ้านและกักตัวห้าม
โดยวัฒนธรรมของชาวไทยไม่ว่าภาคใด การทอเครื่องนุ่งห่มไว้ใช้ภายในครัวเรือน เป็นสิ่งที่แม่บ้านปฏิบัติสืบมา ไม่จำเป็นต้องควักกระเป๋าซื้อให้เสียเงิน ต่อมาความเจริญและการพัฒนารุกเข้าสู่ตัวเมือง อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ชุมชนและครัวเรือน ทำให้การทอเครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นวัฒนธรรมการดำรงชีพในอดีต แปรเปลี่ยนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แต่ละภูมิภาคดำรงไว้เท่านั้น หรือหากจะยังหลงเหลืออยู่ก็ปรับปรุงกระบวนการเป็นเชิงพาณิชย์ไปเสียเกือบทั้งหมด มหาสารคาม ยังคงได้ชื่อว่าเป็นถิ่นผ้าไหมล้ำเลอค่า ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น จึงขอหยิบยกฝีมือการทอผ้าไหมของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยทราย ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม มาให้ชม เนื่องจากผ้าไหมของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกลุ่มนี้ มีความประณีตงดงาม ถึงขึ้นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ระดับ 5 ดาว กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยทรายแห่งนี้ ไม่เฉพาะฝีมือการทอผ้าไหมที่เป็นเลิศ แต่ไหมที่นำมาทอ ยังได้จากตัวไหมที่เลี้ยงเองแต่ละครัวเรือนด้วย คุณบุญเที่ยง คำยอดแก้ว ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยทราย เล่าให้ฟังว่า การรวมกลุ่มของแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยทราย เกิดจากการว่างเว้นจากอาชีพป
เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น ลวดลายสีสันที่งดงามบนผืนผ้าช่วยเสริมบุคลิกภาพผู้สวมใส่ให้ดูสวยและสง่างาม เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกตัดเย็บจากผืนผ้าหลายชนิด สำหรับผ้ามัดหมี่เป็นงานทำมือที่มีการอนุรักษ์สืบต่อกันมา เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีผู้นิยมใช้อย่างแพร่หลายพร้อมกับเลือกนำไปเป็นของฝากของขวัญในวันเทศกาลหรือวันปีใหม่ และด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ส่งถึงมือผู้ใช้จึงเป็นก้าวที่ส่งผลให้เกษตรไทยมั่นคง คุณประทีป อยู่สุข เกษตรอำเภอบ้านหมี่ เล่าให้ฟังว่า ชาวไทยพวนหรือชาวพวนเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง สปป.ลาว โดยเข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านพวน ตำบลหินปัก และทำนาเป็นอาชีพหลักเพื่อผลิตข้าวไว้บริโภคในครัวเรือนและขาย พร้อมกับทำอาชีพเสริมด้วยการทอผ้ามัดหมี่ใช้ในครัวเรือนหรือเป็นของให้กับผู้มาเยือน ผ้ามัดหมี่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ลูกหลานชาวไทยพวน ได้สืบทอดศิลปวัฒนธรรมมาจากปู่ย่าตายาย เป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสู่การพัฒนาที่ได้ผืนผ้าที่มีลวดลายสีสันงดงามตามแบบฉบับชาวไทยพวน การทอผ้ามัดหมี่ของชาวไทยพวนมีมานานแล้ว แต่เป็นไปในแบบที่ต่างคนต่างทำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สำนักงานเกษ
โรงเรียนบ้านทัพ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 6 เห็นความสำคัญของวัฒนธรรมของชุมชนเล็กๆ หลังขุนเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ ดอยอินทนนท์ ในเรื่องของการทอผ้าตีนจก จึงได้นำมาถ่ายทอดให้นักเรียนได้เรียนรู้วัตนธรรมอันคุณค่าเชิงศิลปะ ของชุมชนให้นักเรียนได้เรียนรู้ เนื่องจากเป็นวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ไว้ตลอดไป โรงเรียนบ้านทัพ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน ให้แก่เยาวชน การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็น หน้าที่ที่สำคัญของการศึกษาที่มีต่อสังคม เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมให้นักเรียนมีพื้นฐานการงานอาชีพและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น จนปัจจุบันโรงเรียนบ้านทัพ เป็นโรงเรียนนำร่องที่จัดให้มีการเรียนการสอนในหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง “การทอผ้าตีนจก”ในโรงเรียน โดยมีวิทยากรภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ วัสดุ-อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับทอผ้า 1.กี่ คืออุปกรณ์หลักที่สำคัญของการทอผ้า มีลักษณะเป็นโครงไม้ที่ใช้ขึงเส้นฝ้ายในการทอผ้าและเป็นที่นั่งสำหรับผู้ทอ 2.กระสวย
จังหวัดน่าน เปิดงาน “มหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 5” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อร่วมสืบสานพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯ หวังพัฒนาชุมชนเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูงเจาะตลาดสากล ดึง “มารีญา พูลเลิศลาภ” โชว์ผลงานดีไซน์ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก พร้อมจัดทำคอลเล็กชั่นสุดพิเศษและเปิดเวทีสร้างดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ต่อยอดงานหัตถศิลป์สู่อุตสาหกรรมแฟชั่น นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 5” ภายใต้ชื่องาน “เทศกาลดอกชมพูภูคาบาน ผ้า เงินน่าน สู่อาเซียน ประจำปี 2561” โดยมีนายสำเริง สวัสดีนฤนาท อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวรายงานการจัดงาน พร้อมด้วยนางอุราทิพย์ จารุศิลากุล ประธานกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน นางสาวณัฐาศินี เสฏฐพงศ์โชค ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ผ้าทอเมืองน่าน และแขกผู้มีเกียรติ ท่ามกลางประชาชนชาวน่านและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ณ ข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ทั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่างสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน กลุ่ม
