ผ้าปาเต๊ะ
ปี พ.ศ. 2559 เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ประสบปัญหาวิกฤตราคายางพาราตกต่ำ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย และปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยว ส่งผลให้มีรายได้ลดลง รายรับไม่พอกับรายจ่าย ทำให้เกิดหนี้สินในครัวเรือนเพิ่มขึ้น จุดเริ่มต้นของการมองหาอาชีพเสริม คุณพรทิพย์ ทั่นเส้ง ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งมะขามป้อม หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นหนึ่งในเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคายางพาราตกต่ำในปีนั้น เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มว่า ตนเองและชาวบ้านทุ่งมะขามป้อมส่วนใหญ่ทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักเพียงอย่างเดียวมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ พอราคายางพาราตกต่ำ ทำให้มีรายได้ลดลง รายจ่ายเท่าเดิม ทำให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้น ตนเองจึงพยายามมองหาอาชีพเสริมอื่นๆ มาช่วยเสริมรายได้ ลองผิด ลองถูก ลองทำ มาหลายอย่าง มาถึงการทำผ้าปาเต๊ะเพ้นต์ คุณพรทิพย์ เล่าต่อว่า ก่อนที่จะมารวมกลุ่มกันทำเพ้นต์ผ้าปาเต๊ะ ได้รวมกลุ่มกันทำขนมอบและขนมไทยต่างๆ เช่น โรตีกรอบ กรอบเค็ม เบเกอรี่ ข้าวต้มมัด ขนมชั้น ขนมเปียกปูน เป็นต้น ขายในชุมชน หรือตามงานเทศกาลต่างๆ โดยขนมไม่ใส่สา
“ผ้าปาเต๊ะ” นับเป็นสินค้าหัตถกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ โดยนิยมใช้ผ้าปาเต๊ะ เป็นผ้านุ่งสำหรับสตรี ผ้าปาเต๊ะลวดลายผ้าบาติกเกิดจากการเขียนเทียนร้อนๆ ด้วยเครื่องมือ ทำให้ผ้ามีลวดลายและสีสันจากการย้อม ปัจจุบันมีการนำผ้าปาเต๊ะสู่กระบวนการผลิตในงานอุตสาหกรรมแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของลวดลายผ้าปาเต๊ะ มีการใช้ผ้าปาเต๊ะอย่างหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย ที่เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย โคมไฟผ้าปาเต๊ะ “พับพอง” นักศึกษา ปวช.1 การออกแบบ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย นายณัฏภูมิ คงเหล่ นางสาวพิมญาดา สมศรี และ ครูที่ปรึกษา นางสาวพัชรีวรรณ พัฒน์ทองสุข และ อาจารย์สามารถ เนียมมุนี ต่างเล็งเห็นประโยชน์และคุณค่าของผ้าปาเต๊ะ จึงร่วมกันออกแบบ โคมไฟผ้าปาเต๊ะ พับพอง เพื่อเป็นโคมไฟของตกแต่งภายในที่พักอาศัย รวมทั้งเป็นของฝากที่ระลึกให้กับผู้สนใจและนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โคมไฟผ้าปาเต๊ะ “พับพอง” เป็นสิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ใช้เทคนิคการสร้างสรรค์รูปทรงด้วยกรรมวิธีการพับ จีบ รีดด้วยความร้อน ออกแบบแพตเทิร์นรูปทรงที่ทันสมัย โชว์ลวดล
“ผ้าปาเต๊ะ” หรือผ้าบาติก (Batik) เป็นเครื่องนุ่งห่มที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีต้นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย คำว่า “ปาเต๊ะ”หรือ “บาติก” มาจากภาษาชวา ใช้เรียกชื่อผ้าที่มีลวดลายเป็นจุด ซึ่งวิธีการทําผ้าปาเต๊ะจะใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสี และใช้วิธีการแต้ม ระบาย หรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสี ผ้าปาเต๊ะบางชิ้นอาจผ่านขั้นตอนการปิดเทียน แต้มสี ระบายสี และย้อมสีหลายๆ ครั้ง ส่วนผ้าปาเต๊ะอย่างง่าย อาจทําโดยการเขียนเทียนหรือพิมพ์เทียน แล้วจึงนําไปย้อมสีที่ต้องการ สมัยก่อนคนชวานิยมใช้ผ้าปาเต๊ะ ในลักษณะ 1. โสร่ง (Sarung) เป็นผ้าที่ใช้นุ่งโดยการพันรอบตัว 2. สลินดัง (salindang) หมายถึง ผ้าซึ่งใช้นุ่งทับกางเกงของบุรุษ หรือเรียกว่า “ผ้าทับ” เป็นผ้าที่เน้นลวดลายประดับเป็นกรอบหรือชาย 3. อุเด็ง (udeng) หรือผ้าคลุมศีรษะ โดยทั่วไปจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ผ้าชนิดนี้สุภาพบุรุษใช้โพกศีรษะเรียกว่า “ซุรบาน” สำหรับสตรีจะใช้ทั้งคลุมศีรษะ และปิดหน้าอกเรียกว่า “คิมเบ็น” (kemben) ต่อมามีการดัดแปลงเป็นเครื่องแต่งกายประเภทอื่นๆ ใช้กันทุกเพศทุกวัย จนกลายเป็นเครื่องแต
