ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานใหญ่ “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 ประจำปี 2567 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย พร้อมผลักดันมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไหมไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ 4 วัน รวมกว่า 30 ล้านบาท พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า “การจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์หม่อนไหม ภูมิปัญญาผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชัน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทยคุณภาพ และผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหมของเกษตรกรให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่และเกษตรกรผ
กรมหม่อนไหมเดินหน้าให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เพื่อยกระดับการผลิตผ้าไหมของประเทศไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มมูลค่าผ้าไหม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค มีผ้าไหมไทยที่ได้รับการรับรองมากกว่า 200,000 เมตร/ปี คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากความต้องการใช้ผ้าไหมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งตลาดในประเทศ อันเนื่องมาจากนโยบายส่งเสริมรณรงค์การใช้ผ้าไทยในทุกโอกาส รวมถึงตลาดต่างประเทศซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่มีความนิยมต่อสินค้าในเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ส่งผลให้การผลิตเส้นไหม ซึ่งเป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการทอผ้า ไม่เพียงพอต่อความต้องการ นำมาซึ่งการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาคือ เส้นไหมนำเข้าบางส่วน “ด้อยคุณภาพ” ส่งผลต่อคุณภาพผืนผ้า และสืบเนื่องไปยังสินค้าแปรรูปอื่นๆ ที่มีผ้าไหมนั้นๆ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งประการสำคัญคือ ส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของผ้าไหมไทย เนื่องจากมักมีการแอบอ้างว่าเป็น “Thai Silk” จากกรณีดังกล่าว สมเด็จพร
กรมหม่อนไหมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ภาคตะวันออก โชว์เคสความสำเร็จอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างความมั่นคงในอาชีพให้เกษตรกรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทอผ้าบ้านอ่างเตย อำเภอท่าตะเกียบ ยกระดับให้เป็นแหล่งการผลิตได้มาตรฐานสินค้าเกษตร สร้างรายได้เข้าชุมชนปีละกว่า 2 ล้านบาท และพัฒนาเยาวชนในพื้นที่จนได้รางวัลทายาทหม่อนไหมดีเด่นระดับประเทศ ปี 60 กรมหม่อนไหม นำโดย นางนงลักษณ์ เกตุเวชสุริยา รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ภาคตะวันออกที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2563 ตามโครงการสื่อมวลชนสัญจร ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ ภารกิจ รวมถึงผลงานของกรมหม่อนไหม พร้อมทั้งเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานด้านหม่อนไหม และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้ประกอบอาชีพหม่อนไหม และวงการไหมไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหม่อนไหมให้คงอยู่เป็นมรดกประจำถิ่นและเป็นสมบัติของชาติสืบไป รวมถึงการส
