ฝาย
กรมวิชาการเกษตร ปลุกกระแสผ้าฝ้ายไทย โชว์ผลงานวิจัยฝ้ายพันธุ์ใหม่ ตากฟ้า 6 ฝ้ายเส้นใยสีน้ำตาลธรรมชาติ พันธุ์แรกของไทย ไม่ต้องผ่านกระบวนการฟอกย้อม เพิ่มมูลค่าผลผลิต และนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสิ่งทอเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดเป็น green product ยกระดับและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สิ่งทอทั้งในประเทศและเพื่อการส่งออก นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ฝ้าย จัดเป็นพืชที่มีความสำคัญทั้งในอดีตและปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักที่เหมาะสมที่สุดในการผลิตเครื่องนุ่งห่ม โดยเฉพาะในภาวะโลกร้อนเช่นปัจจุบัน เพราะสามารถดูดซับเหงื่อได้ดีและระบายความร้อนออกจากเส้นใยได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัจจุบันพื้นที่การปลูกฝ้ายของประเทศไทยจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากมีพืชแข่งขันอื่นที่ทำรายได้สูงกว่า และปัญหาด้านมลภาวะจากกระบวนการฟอกย้อม แต่เกษตรกรส่วนหนึ่งยังคงมีความผูกพันและต้องการที่จะปลูกฝ้าย เพื่อใช้สำหรับผลิตหัตถกรรมสิ่งทอในครัวเรือนทั้งของตนเอง หรือรองรับการผลิตหัตถกรรมสิ่งทอของชุมชนในรูปผลิตภัณฑ์โอท็อป แสดงให้เห็นว่าการปลูกฝ้ายยังคงความสำคัญสำหรับวิถีชีวิตชุมชนของประเทศไทย ศูนย์วิจัยพ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มาตรวจการสร้างฝายมีชีวิต ณ บ้านโนนฆ้อง หมู่ที่ 2 และบ้านพันลำ หมู่ที่ 3 ต.สระโพนทอง ตามโครงการชาวอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งเป็นโครงการร่วมใจสร้างฝายมีชีวิต 13 ฝาย ถวายพ่อ หลังจากนั้น ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ต.สระโพนทอง ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างฝายมีชีวิตจนสำเร็จตามหลักประชารัฐร่วมใจ และในเวลา 20.09 น. ได้ตอกเสาเอกให้กับฝายมีชีวิตลำห้วยบ้านโพธิ์ บ้านโนนฆ้อง หมู่ที่ 2 ซึ่งได้ดำเนินการสร้างฝายมีชีวิตเสร็จเรียบร้อยเป็นแห่งแรกของอำเภอเกษตรสมบูรณ์ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการนี้เป็นโครงการตามศาสตร์พระราชา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำ เพราะที่ผ่านมาในฤดูฝนน้ำจะท่วม ส่วนในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง หากช่วยกันทำฝายชะลอน้ำจะเกิดประโยชน์และสามารถสร้างรายได้ในด้านต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้ “ตั้งใจไว้ว่าจะสร้างฝายชะลอน้ำให้ได้ 100 ฝาย ตอนนี้สามารถทำได้แล้ว 20 ฝายแล้ว และกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ สามารถทำการเกษตร ปลูกพื้ช เลี้ยงสัตว์ได้ เพราะเมื่อมีน้ำก็จะ
นครศรีธรรมราช เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ธรรมชาติ ป่าไม้ และแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เขียวขจี นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุก หรือที่คนท้องถิ่นพูดกันจนชินปากว่า ฝน 8 แดด 4 หมายความว่าที่นีมีฤดูฝนถึงแปดเดือน ฝนแล้งเพียง 4 เดือน แต่ก็ต้องแปลกใจว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช กลับประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ยามฝนตกหนักก็เกิดอุทกภัย แต่เมื่อฝนตกน้อยเกิดแล้งน้ำไม่พอใช้พอกิน ด้วยปัญหาเหล่านี้ ทางเอสซีจี จึงได้เล็งเห็นความสำคัญ และเป็นห่วงพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช จึงได้จัดกิจกรรม “รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” ขึ้นมา ที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช สนับสนุนชุมชนและเยาวชนคนรุ่นใหม่ นำการเรียนรู้จากชุมชนต้นแบบฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริมาขยายผลการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของตนเองอย่างเหมาะสม สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการริเริ่มการเตรียมความพร้อมรับปัญหาน้ำท่วมน้ำหลาก รวมถึงปัญหาน้ำแล้งในภาคใต้ซึ่งเริ่มเป็นปัญหาในพื้นที่แล้ว นายอาสา สารสิน ประธานคณะกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจี
เอสซีจี นำโดย นายอาสา สารสิน ประธานคณะกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี และผู้บริหารเอสซีจี ร่วมกับตัวแทนชุมชน เยาวชนคนรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในโครงการ “รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” เมื่อเร็วๆ นี้ โดยโครงการ “รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” เป็นการสานต่อโครงการ “เอสซีจี รักษ์น้ำเพื่ออนาคต” โดยนำแกนนำจากชุมชนและตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ จากจังหวัดกาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และขอนแก่น ไปเรียนรู้และเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่ารอบ โรงงานบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด และป่าของชุมชนโดยรอบโรงงาน อันเป็นผลมาจากการสร้างฝายชะลอน้ำ ได้ลงมือสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อนำประสบการณ์จริงและความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในชุมชนของตนเอง และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สมาชิกในชุมชนได้
เอสซีจี สืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการน้ำ รวมพลังทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำให้ครบ 70,000 ฝาย เทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมขยายผล และส่งเสริมให้ชุมชนแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วมด้วยตนเอง พัฒนาเป็นชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ เชิญชวนร่วมสืบสานพระราชปณิธานเพื่ออนุรักษ์น้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืน เอสซีจี ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรม “สืบสานพระราชปณิธาน 70,000 ฝาย รวมพลังรักษ์น้ำทั่วไทย” รวมพลังเครือข่ายโครงการเอสซีจี รักษ์น้ำเพื่ออนาคต ทั่วประเทศ ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริที่เหมาะสมตามภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ ให้ครบ 70,000 ฝาย พร้อมกันในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สระบุรี ลำปาง นครศรีธรรมราช ขอนแก่น และระยอง โดยระดมพลังทุกภาคส่วนทั่วประเทศ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหา น้ำแล้ง น้ำท่วมในรูปแบบที่เหมาะสม รวมทั้งเกิดการต่อยอดไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เป็นชุมชนเข้มแข็งที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒ
