พยาธิ
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงกรณีมีการนำเสนอข่าวการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทยและสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้มีหนังสือประสานมายังกรมวิชาการเกษตรให้ตรวจสอบพื้นที่การระบาด การประเมินความเสี่ยงผลกระทบและวิธีการควบคุมกำจัดหนอนตัวแบบนิวกินี พร้อมเผยแพร่ข้อมูลสร้างความรู้ความเข้าใจที่ที่ถูกต้องแก่สาธารณะนั้น กรมวิชาการเกษตรได้ตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการเบื้องต้นแล้วพบว่าหนอนตัวแบนนิวกินีไม่ใช่ศัตรูพืชกักกันตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 แต่เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มปรสิต หรือพยาธิ มิใช่ศัตรูพืช แต่เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ซึ่งชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่อาจมีขึ้นในประเทศไทย มีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นหน่วยงานประสานกลาง ในการควบคุม ดูแลชนิดพันธุ์ต่างถิ่นดังกล่าว โดยกรมวิชาการเกษตรพร้อมให้ร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะ เพื่อควบคุมกรณีดังกล่าว “จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการในเบื้องต้นพบว่าหนอนตัวแบนนิวกินีไม่ใช่ศัตรูพืชกักกันตาม
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทย นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาในอดีตถึงปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการและงานวิจัยทางปรสิตวิทยาที่รายงานว่าหนอนตัวแบนนิวกินีเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคไข้ปวดหัวหอย หรือพยาธิปอดหนู หรือพยาธิหอยโข่ง ที่ก่อให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบในคน ซึ่งในเรื่องนี้ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีรายงานพบพยาธิที่สามารถก่อโรคในคนได้ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยติดโรคพยาธิปอดหนูที่มีพาหะแพร่โรคมาจากหนอนตัวแบนชนิดนี้ ส่วนที่มีรายงานคือติดโรคจากการกินหอยสุกๆ ดิบๆ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้ระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหาร ขอให้ถูกสุขอนามัย โดยเน้น “สุก ร้อน สะอาด” สำหรับพาหะแพร่เชื้อโรคไข้ปวดหัวหอยหรือพยาธิปอดหนูหรือพยาธิหอยโข่งในธรรมชาติ ได้แก่ หอยต่างๆ เช่น หอยบก หอยน้ำจืด (หอยโข่ง หอยเชอรี่ หอยขม) และทาก เป็นต้น เมื่อคนกินหอยดิบ ก็สามารถมีตัวอ่อนระยะติดต่อได้ รวมถึงในผักและพืชผักต่างๆ ที่หอยทากคลานผ่านก็มีโอกาสปนเปื้
เชียงใหม่– นางวิภารัศมิ์ ทิพย์ปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เผยว่าปัจจุบันการเจ็บป่วยจากการกินอาหารไม่สะอาด ปนเปื้อนเชื้อโรคนับเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยที่สำคัญ โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาการดิบ หรือกึ่งดิบเป็นเรื่องที่นำอันตราย เข้ามาใกล้ตัวที่สุด ทั้งจากเชื้อโรคพวกแบคทีเรียที่มองไม่เห็น และจากพยาธิที่อยู่ในเนื้อสัตว์ ทั้งนี้ พฤติกรรมการกินอาหารดิบๆ ยังพบได้ต่อเนื่อง การกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อสุกร โค หรือกระบือแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบดิบ ลาบแดง หลู้ดิบ แหนมดิบ มีความเสี่ยง อันตรายมากโดยเฉพาะหมูหรือสุกรที่มีการฆ่าไม่ถูกต้องตามมาตรฐานไม่ได้รับการตรวจจากสัตวแพทย์ เพราะอาจพบพยาธิ ได้หลายชนิด การกินเนื้อหมูที่มีตัวอ่อนพยาธิตัวนี้เข้าไปจะทำให้เกิด อาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง จากนั้นราว 1 สัปดาห์ จะมีอาการไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง เนื่องจากพยาธิกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ทำให้เสียชีวิต ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
