พรรณไม้
ตรัง 1 ปีมีให้เห็นไม่กี่วัน “ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง” พืชในตระกูลกล้วยไม้ หาดูได้ยาก กำลังออกดอกชูช่อสวยงาม นักท่องเที่ยวแห่ชมคึกคัก พร้อมบันทึกภาพประทับใจ ที่สวนพฤกษาศาสตร์ทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง นายกอบศักดิ์ เพ็ญนุกูล หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย พาชมความงามของว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง พืชในตระกูลกล้วยไม้ขนาดเล็กมาก ที่กำลังออกดอกชูช่อรอนักท่องเที่ยวมาชม 1 ปี มีให้เห็นได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น โดยจะพบในช่วยต้นฤดูฝน ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำคอกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหากฝนมาช้า ก็จะออกดอกให้เห็นช้าเช่นกัน ซึ่ง “ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง” ค้นพบครั้งแรกโดย นายประสงค์ โพธิ์เอี่ยม เจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย และได้ส่งภาพถ่ายไปให้หอพรรณไม้ตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงได้มีการติดตามเก็บตัวอย่าง และพบเพิ่มเติมที่สวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง โดย ผศ.ดร.สุธีร์ ดวงใจ อาจารย์คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ปรากฏว่า เป็นพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก ปัจจุบันสามารถพบเห็น ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง ได้ใน 2 พื้นท
ยี่หุบเป็นไม้ไทยอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยจัดอยู่ในประเภทไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมคล้ายคลึงกับจำปีและมณฑา ออกดอกให้ผู้ปลูกได้ตลอดทั้งปี ในบริเวณรอบบ้านหากได้ต้นยี่หุบไปปลูก จะช่วยสร้างความสวยงามให้กับสวนหย่อมหน้าบ้านได้เป็นอย่างมาก รวมถึงกลิ่นของยี่หุบก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หอมหวลชวนให้หลง ดอกยี่หุบนี้จะมีกลิ่นหอมมากในชช่วงเย็น พลบค่ำไปจนถึงช่วงเช้ามืด แม้ดอกจะออกได้ตลอดทั้งปี แต่ดอกยี่หุบหากบานแล้วจะหุบในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จึงได้รับฉายาว่า “ยี่หุบ” ยี่หุบเป็นไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมสามารถนำไปปลูกประดับทำให้ผู้ปลูกรู้สึกสบายตาพร้อมกับสบายใจไปกับกลิ่นอันหอมของไม้ดอกชนิดนี้ได้ ยี่หุบมีชื่อทางวิทยาสาสตร์ว่า Magnolia coco (Lour.) DC จัดอยู่ในวงศ์ MAGNOLIACEAE ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับ จำปี จำปา มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ยี่หุบหนู , ยี่หุบน้อย (เชียงใหม่) ยี่หุบถูกจัดให้เป็นไม้พุ่มเตี้ยหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาลปนสีเทา แตกกิ่งเป็นพุ่มแหลม ก้านปลายกิ่งสีเขียวเข้ม ใบของต้นยี่หุบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว รูปร่างคล้ายกับใบหอก ส่วนปลายใบแหลมเป็นรูปลิ่ม ใบมีข
ปทุมา (Siam Tulip) เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน โดยพืชชนิดนี้จะพักตัวในช่วงฤดูหนาวและร้อน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเริ่มผลิใบออกดอก มีต้นสูงประมาณ 2 ฟุต ใบมีลักษณะยาวคล้ายใบพาย ส่วนก้านช่อดอกนั้นสูงเหนือพุ่มใบขึ้นไป มีกาบดอกสีม่วง สีชมพู ซึ่งการขยายพันธุ์ส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการแยกหน่อ ปทุมานอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เป็นไม้ประดับแล้ว ดอกยังสามารถรับประทานได้อีกด้วย โดยนำมาลวกเป็นผักแกล้มรับประทานกับน้ำพริก หรือจะนำไปชุบแป้งทอดรับประทานกับน้ำจิ้มที่มีลักษณะคล้ายอาจาดก็อร่อยลงตัวทีเดียว ดร.วาสนา ใจกล้า เจ้าของอู่ทองพรรณไม้ ตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ที่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่อยู่ในวงการไม้ดอกไม้ประดับมากว่า 10 ปี เธอก็ได้ทำการรวบรวมพันธุ์ปทุมาและนำมาขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ที่สร้างรายได้ให้กับสวนของเธอได้เป็นอย่างดี จากอาชีพรับราชการ ผันสู่ชีวิตเกษตรกร ดร.วาสนา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีก่อนที่จะมาทำสวนไม้ดอกไม้ประดับนั้น เธอมีอาชีพรับราชการเป็นงานหลัก โดยช่วงที่ทำงานประจำอยู่ก็ได้ปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์ เพราะมีความชื่นช
หลายท่านที่ใช้ถนนสายรังสิต-นครนายก อยู่เป็นประจำ ต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่าตลอดเส้นทาง จะพบเห็นร้านจำหน่ายต้นไม้และพันธุ์พืชตั้งอยู่เป็นระยะ แต่ที่มีจำนวนร้านมากเป็นพิเศษคือบริเวณคลองสิบห้า ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นถนนต้นไม้ หรือตลาดไม้ดอก ไม้ประดับ คลองสิบห้า หากผ่านเลยคลองสิบห้า มาอีกเล็กน้อยจะได้พบกับร้านจำหน่ายสนประดับขนาดใหญ่ ชื่อว่า “สวนนันทวัน” ที่เพาะพันธุ์สนประดับชื่อดังกว่า 10 ชนิด รวมถึงพันธุ์ไม้ประดับชนิดอื่น อย่างชวนชมหรือต้นปรง เพื่อขายให้แก่ร้านต้นไม้ย่านบางใหญ่และทั่วประเทศ คุณพงษ์เดช รักษาสกุล เจ้าของสวนที่นั่งอยู่บนรถวิลแชร์ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตพร้อมความเป็นมาของสวนแห่งนี้ว่า เป็นคนมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เข้ามาเรียนปริญญาตรีสาขาพืชไร่ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบการศึกษาเมื่อปี 2516 รุ่นที่ 29 หลังจากเรียนจบได้ไปทำงานที่กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัดนราธิวาส ทำงานได้ประมาณ 5 เดือน เกิดเหตุการณ์ถูกคนร้ายยิง กระสุนตัดไขสันหลังระดับหน้าอก จนทำให้ร่างกายส่วนล่างพิการมาตั้งแต่ปี 2517 ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลถึงปีเศษ คุณพงษ์เด
