พริกพราน
ในขณะที่ผู้คนทางตอนเหนือและตะวันออกของจังหวัดลพบุรี รู้จักเอาเปลือกของลูก “กำจัด” มาเข้าในแกงหน่อไม้ น้ำพริก ป่น แกงเผ็ด กระทั่งผัดพริกใบกะเพรา คนภาคเหนือรู้จักสิ่งเดียวกันนี้ในชื่อ “มะข่วง” ใส่ปรุงในอาหารคล้ายๆ กัน ส่วนคนไทยดำหรือลาวโซ่ง ย่านเขาย้อย เพชรบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่ง คือ “พริกพราน” มันคงเป็นชื่อที่คนพื้นราบใช้เรียก “งังซ่องซา” ที่คนกะเหรี่ยงหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี เก็บสอยจากต้นสูงใหญ่ในป่าทึบลงมาขายให้คนไทยดำ ซึ่งมีวัฒนธรรมการกินพริกพรานกันอย่างจริงจังมาก ทั้งใส่ในแกงเผ็ด แกงหน่อส้ม และโดยเฉพาะน้ำพริกชนิดหนึ่งที่เรียกในชื่อท้องถิ่นไทยดำว่า “แจ่วมะเอือดด้าน” นั้น จะขาดเปลือกเม็ดพริกพราน (คนไทยดำบางส่วนเรียก “มะแค่น” ก็มี) ไม่ได้เอาเลย ในความทรงจำของคนเพชรบุรี กะเหรี่ยงจะเอาพริกพรานลงมาขายในช่วงเดือนสิงหาคม เพราะพริกพรานจะมีผลผลิตในช่วงนั้น นอกจากนี้ ยังอาจเก็บในฐานะเครื่องสมุนไพรแห้งได้นานข้ามปีทีเดียว ภายหลังจึงเริ่มมีปลูกกันเองบ้างในแถบเขาย้อยและอำเภอเมืองเพชรบุรี แต่ก็ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ปริมาณมากเท่ากับที่คนกะเหรี่ยงปลูกและเก็บจากป่าเทือกเขาตะนาวศรี ชายแดนตะวันตก ผมเคยได้ยิน
ผมเคยพูดถึงลูก “กำจัด” หรือพริกพราน, มะข่วง (Z.rhetsa (Roxb.) DC.) ไปครั้งหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน โดยผมพบวางขายที่ตลาดสดในเขตตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี มันเป็นเครื่องเทศสมุนไพรประจำถิ่นที่ชาวบ้านหาเก็บได้จากป่าเขาแถบนั้น และตามตำราก็บอกว่า ฤดูกาลที่พบมาก คือกลางหน้าหนาว ช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี แต่เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง ผมพบลูกกำจัดสุก เปลือกสีแดงสด วางขายเป็นมัดเล็กๆ ที่ตลาดเช้าวันอาทิตย์ ตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ คุณน้าคนที่เก็บมา เธอขายมัดละ 20 บาทเท่านั้น จึงได้ความรู้ใหม่ (ซึ่งหลายคนอาจทราบดีอยู่แล้ว) ว่ากลางปีก็มีลูกกำจัดขายในตลาดหลายแห่ง เพราะอีกไม่กี่วัน ผมก็พบที่ตลาดสดตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล อีกแห่งหนึ่ง แม้จะรู้จักลูกกำจัดมานานแล้ว เพราะแถวบ้านแม่ผม คือย่านอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ก็มีคนกะเหรี่ยงเก็บมาขาย แต่ผมยังไม่เคยลองเอาลูกสดๆ สีเขียวๆ แดงๆ มาปรุงกับข้าวหลายๆ แบบเลย ต่อเมื่อได้ลองทำดูในคราวนี้ จึงพบว่า นี่คือรสชาติความเผ็ดหอมอันโอชะยิ่งของวัฒนธรรมอาหารย่านภาคกลาง และในเมื่อยังไม่เห็นใครพูดถึงกันมากนัก เลยขอถือโอกาสเอาประสบกา
