พริกแปลก
ถ้าหากถามถึง พริก คงไม่มีใครบอกว่าไม่รู้จัก เพราะพริกเป็นพืชที่นำมาประกอบอาหารหลายอย่าง ทั้งต้มยำ ผัดเผ็ด น้ำพริก สารพัดอย่าง และพริกมีรสชาติที่เผ็ด มีสีเขียว สีแดง รูปทรงเรียวยาวหรืออวบ ต่างกันไปตามสายพันธุ์ อย่างพริกขี้หนูมีขนาดอ้วน ป้อม รสชาติเผ็ด แตกต่างกับพริกหยวกที่มีขนาดใหญ่ เผ็ดน้อยกว่าพริกขี้หนู แต่วันนี้เราจะมานำเสนอ พริกตุ้ม พริกที่หลายๆ คนยังไม่เคยรู้จัก และเป็นผักพื้นบ้านของจังหวัดระยอง คุณปรานี จิตติรบำรุง เจ้าของสวนผสมผสาน บ้านเลขที่ 66/2 หมู่ที่ 8 ตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ตำแหน่งเลขานายกเทศมนตรีตำบลทับมา และยังเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสะพานหิน ครอบครัวเริ่มทำอาชีพเกษตรกรรมมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ และได้มีโอกาสเข้ามารับใช้ประชาชนในตำบลทับมา แต่ก็ยังทำสวนต่อมาเรื่อยๆ ในสวนผสมผสานของคุณปรานีปลูกยางพารา เงาะ ทุเรียน ดาวเรือง ทานตะวัน พืชล้มลุก พืชผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน และผักพื้นบ้านที่น่าสนใจ นั้นคือ พริกตุ้ม คุณปรานี บอกว่า พริกตุ้ม สำหรับตำบลทับมา มีมานาน เป็นพันธุ์ที่เราปลูกไว้เป็นไม้ประดับ ไว้รับประทาน หรือตกแต่งจาน พริกตุ้มเรียกได้ว่าเกิดขึ้นมาพร้อมกับคนทั
เป็นพริกที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์และคัดพันธุ์จากพริกจินดา ซึ่งมีลักษณะดังนี้ คือ ผลชี้ขึ้น ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดงจัด ความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร เมื่อทำเป็นพริกแห้งจะให้พริกแห้งที่มีสีแดงเข้ม เป็นมัน เหยียดตรง ผิวเม็ดเรียบ ก้านผลค่อนข้างยาว และรสเผ็ดจัด ทรงต้นมีการแตกกิ่งดีประมาณ 3-5 กิ่ง ความสูงประมาณ 1.50 เซนติเมตร พร้อมกันนี้ยังมีการคัดพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์จนได้พันธุ์ืใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น พันธุ์พริกห้วยสีทน ศก. 1 ให้ผลสุกสีแดงเข้ม พริกแห้งผิวเรียบมัน เก็บเกี่ยวผลสุก อายุ 120 วัน หลังปลูก ผลผลิต 1.0-1.5 ตัน/ไร่ ผลสด 1 กิโลกรัม ตากเป็นพริกแห้ง 0.43 กิโลกรัม แหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ โทรศัพท์ 045-814-581
หรือ พันธุ์หัวเรือ ศก.25 เป็นพริกที่ให้ผลผลิตพริกสดและผลผลิตพริกแห้งสูงกว่าสายพันธุ์อื่น ผลสดมีสีแดงปนส้มเล็กน้อย ผลตรง ผลยาว 7 เซนติเมตร ผลกว้าง 0.95 เซนติเมตร ผลเล็ก เรียวกว่าพันธุ์หัวเรือ ศก.13 เล็กน้อย ความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลาง 80-90 เซนติเมตร การเก็บเกี่ยวผลสุก 90 วัน หลังปลูก พริกขี้หนูพันธุ์นี้ ปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิดที่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่จะต้องมีแหล่งน้ำที่ดีตลอดทั้งปี แหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ โทรศัพท์ 045-814-581
หรือ พันธุ์หัวเรือ ศก.13 มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูงกว่า 14% เมื่อบำรุงรักษาดีจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เฉลี่ยไร่ละ 2,500-3,200 กิโลกรัม ผลสดมีสีแดงปนส้มเล็กน้อย ผลตรง ขนาดผลใหญ่ ผลยาว 7.8 เซนติเมตร ผลกว้าง 1.03 เซนติเมตร ขนาดของทรงพุ่มกะทัดรัด มีความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางของต้น ประมาณ 80-90 เซนติเมตร มีอายุการเก็บผลผลิต 90 วัน หลังย้ายปลูก เป็นพริกขี้หนูที่มีความสม่ำเสมอของผล มีความยาวของผลประมาณ 7-8 เซนติเมตร ใช้รับประทานสดและทำเป็นพริกแห้งได้ดีมาก แหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ โทรศัพท์ 045-814-581
พริกที่คนไทยยุคก่อนต้องนึกถึง คือ พริกบางช้าง ที่ ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยเป็นพริกที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อาหารชาววังสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 จะใช้พริกบางช้าง เพราะมีกลิ่นหอม สีสวยสด และรสชาติไม่เผ็ดมากนัก แต่ปัจจุบัน พริกบางช้าง ถูกลืมเลือนไป เพราะสภาพพื้นที่เปลี่ยน เป็นพริกสดที่มีโคนผลใหญ่ ปลายเรียว เนื้อหนา ไส้ใหญ่ เมล็ดน้อย มีกลิ่นเฉพาะตัว ผิวเรียบมัน ผลอ่อนสีเขียวเข้ม ผลแก่สีแดงจัด รสชาติไม่เผ็ดมาก และพริกแห้งจะมีลักษณะผิวสีแดงเข้มมันเงา พริกสด มีเส้นผ่าศูนย์กลางผลกว้าง 1.9-2.5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร เนื้อหนา 2-3 มิลลิมเตร พริกแห้ง ผลิตจากพริกบางช้างสด นำมาตากแห้งขนาดผลเล็กกว่าพริกสด เนื้อค่อนข้างหนา มีแดง เข้มมันเงา หลังการหยอดเมล็ดพันธุ์ เป็นเวลา 90-110 วัน จึงเก็บเกี่ยวได้ แหล่งที่มา : สำนักงานเกษตรอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 034-381-124
จัดอยู่ในกลุ่มพริกขี้หนูผลใหญ่ที่มีความสำคัญในฐานะพืชเศรษฐกิจของไทยเช่นกัน ใช้ทั้งในรูปพริกแห้ง พริกสด และซอสพริก มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง เป็นต้น ผลมีขนาดเล็กเรียวยาว ผลชี้ขึ้นเป็นส่วนมาก ผลดิบมีสีเขียวแก่ ผลสุกสีแดงเข้ม ใช้ได้ทั้งผลผลิตสดและแห้ง ผลที่ตากแห้งแล้วจะมีสีสวย กรอบ ตำให้แหลกง่าย มีจำนวนเม็ดมาก น้ำหนักมาก ทนทานต่อโรค เจริญเติบโตดีและสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ทรงพุ่มกว้างประมาณ 50-60 เซนติเมตร ต้นสูงประมาณ 45-60 เซนติเมตร อายุเก็บเกี่ยวหลังการย้ายกล้าประมาณ 90 วัน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 60-90 วัน พันธุ์ที่ปลูกมีทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ลูกผสมที่พัฒนาวิจัยโดยหน่วยงานราชการและเอกชน แหล่งที่มา : คุณเรืองอุไร เพชรสังข์ จังหวัดตรัง โทรศัพท์ 081-928-1642
เป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปี เป็นพริกที่พัฒนาสายพันธุ์เพื่อพัฒนาผลให้ใหญ่ขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น ลักษณะของสายพันธุ์พริกเป็นสายพันธุ์ที่มีการต่อยอดที่ดี ในเรื่องของสีที่แดงสวย ผลผลิตต่อไร่สูง อย่างเก็บทำพริกแดง สามารถทำผลผลิตได้ 2.5-3 ตัน ต่อไร่ แหล่งที่มา : บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด โทร. 053-211-773, 053-211-810, 053-217-180
มีผลวิจัยในการปลูกพริก พบว่า พริกที่มีความเผ็ดมากที่สุดในโลกคือ พริกพิโรธ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากแคว้นอัสสัม ประเทศอินเดีย ชอบอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นเหมาะสม สถานีเกษตรหลวงปางดะ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ประสบผลสำเร็จในการศึกษาวิจัยการปลูก พริกพิโรธ ถือเป็นพริกที่มีความเผ็ดมากที่สุดในโลก พริกโดยทั่วไปของไทย อย่าง พริกขี้หนู ที่ว่าเผ็ด ความเผ็ดอยู่ที่ 35,000-70,000 สโควิลส์ (สโควิลส์ คือ หน่วยวัดความเผ็ด) ส่วนพริกพุตโจโลเกียของอินเดียที่ว่าเผ็ดที่สุดในโลก มีความเผ็ด 800,000-1,000,000 สโควิลส์ และพริกพิโรธน่าจะเผ็ด 800,000 สโควิลส์ ขึ้นไป ขั้นตอนการปลูกพริกพิโรธ เตรียมแปลงด้วยการไถพรวนแล้วตากแดดทิ้งไว้ ประมาณ 7-10 วัน ขึ้นแปลงปลูกและปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก 3,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 ในอัตรา 30 กิโลกรัม ต่อไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน คลุมแปลงด้วยพลาสติกเพื่อป้องกันวัชพืชและควบคุมความชื้นในดิน การปลูกพริกพิโรธในแปลง ปลูกได้ทั้งแบบแถวเดี่ยวและแถวคู่ ปลูกในเรือนโรงหรือกลางแจ้งก็ได้ หลังจากย้ายต้นกล้าลงปลูก 7 วัน ควรให้ปุ๋ยทางระบบน้ำ ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-0-0 อัต
ลูกเล็กๆ กลมๆ สีเขียว มองดูคล้ายมะเขือพวง แต่บางลูกเป็นสีแดง เป็นผักพื้นบ้านของจังหวัดระยอง มีมากแถบอำเภอแกลง ช่วงเดือนธันวาคมจะมีพริกตุ้มมากที่สุด พริกตุ้ม เป็นพริกที่ไม่เรียวยาวเหมือนพริกทั่วไป แต่มีลักษณะกลม คล้ายมะเขือพวง แต่เนื้อในของพริกตุ้มแน่นกรอบ หากเคี้ยวทั้งเม็ดให้แตกในปาก จะได้รสชาติเผ็ดหอม แต่หายเผ็ดเร็วกว่าพริกขี้หนู แก่จัด มีสีเขียวเข้ม แก่จัดจนสุกจะมีสีแดงจัด เมื่อนำไปประกอบอาหารให้เด็ดขั้วออกแล้วใส่ทั้งเม็ด
