พลังงานทางเลือก
วิกฤตพลังงาน ส่งผลให้ปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการยังชีพของคนไทย เช่น น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ LPG ค่าไฟฟ้า ฯลฯ มีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนมีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้คนจำนวนมากรับมือวิกฤตพลังงาน โดยหันมาพึ่งพาพลังงานทางเลือกจากธรรมชาติที่หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ไม่จำกัด เช่น “พลังงานแสงอาทิตย์” เปลี่ยนแสงแดดเป็นไฟฟ้าผ่านแผงโซลาร์เซลล์ “พลังงานชีวมวล – พลังงานชีวภาพ ที่มาจากขยะหรือผลผลิตทางการเกษตร พลังงานทางเลือกเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่ยังสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้อย่างยั่งยืน ป่าเด็ง เพชรบุรี พึ่งพาตัวเอง ด้วยระบบพลังงานหมุนเวียน ในอดีตชาวบ้านตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งไฟฟ้าสายส่งเข้าไม่ถึง ในปี 2550-2552 ชาวบ้านเกิดแนวคิดพึ่งพาตัวเองภายใต้ชื่อกลุ่ม “ผลิใบ” ซึ่งมีเป้าหมายนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ชาวบ้านเริ่มจากผลิตแก๊สชีวภาพในครัวเรือน แบบฝาครอบลอย 500 ลิตร โดยใช้วิธีเล่นแชร์บ่อแก๊ส เพื่อระดมทุนจัดซื้อวัสดุอุป
วันที่ 31 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการแถลงข่าวรับมือวิกฤติพลังงานด้วยวิจัยและนวัตกรรม “พลังงานชุมชน พลังงานทางเลือก” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติพลังงานที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม วช.ให้ความสำคัญกับการใช้ “งานวิจัยและนวัตกรรม” เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงและตอบโจทย์เชิงพื้นที่ การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านพลังงานของประเทศโดยเฉพาะพลังงานชุมชนและพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพลังงานชีวมวล การทดแทนดีเซล และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของปร
กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้มาจากพลังงานฟอสซิส (น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน) ซึ่งเชื้อเพลิงดังกล่าว นับวันจะมีปริมาณน้อยลงทุกทีและมีโอกาสหมดไปในอนาคต ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงกลุ่มดังกล่าวมีความผันผวนสูงขึ้นตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก ขณะเดียวกันเชื้อเพลิงกลุ่มนี้ยังปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แถมสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พอห่อหุ้มโลกหนาเข้าๆ ก็กลายเป็นสภาวะเรือนกระจก แสงแดดที่ส่องเข้ามาจากดวงอาทิตย์ถูกกักความร้อนเอาไว้ ไม่สะท้อนออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่กว่าเดิมถึง 5 เท่า อีกด้วย หากประเทศไทยพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงกลุ่มเดิมๆ แต่เพียงอย่างเดียว ก็เสี่ยงเจอปัญหาขาดแคลนพลังงานได้ และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการพัฒนาของประเทศไทยได้ในระยะยาว ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาของไทยจึงพยายามนำพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล น้ำขึ้น-น้ำลง พลังงานไฮโดรเจน ฯลฯ นำมาใช้เป็น
