Featured เกษตรยั่งยืน

ทุเรียนนนท์ ผลไม้ GI มูลค่าสูง อันเป็นความหวัง กับเมืองที่ขยายตัว 

นนทบุรีอาจเป็นจังหวัดเล็กที่หลายคนจดจำผ่านภาพเมืองขยายตัว คอนโดมิเนียม และย่านเศรษฐกิจรอบกรุงเทพมหานคร แต่ภายใต้ภาพของเมืองใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ยังมีอีกด้านหนึ่งที่หยั่งรากลึกอยู่กับวิถีเกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนผลไม้ยกร่องที่หล่อเลี้ยงเป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างอัตลักษณ์ให้จังหวัดมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางแรงกดดันจากการขยายตัวของเมือง เกษตรกรรมนนทบุรีจึงไม่ใช่เรื่องของพื้นที่จำนวนมากอีกต่อไป แต่คือการสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ที่เหลืออยู่

ในวันที่ที่ดินทุกตารางวากลายเป็นทรัพย์สินราคาแพง การรักษาพื้นที่เกษตรเอาไว้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการรักษาภูมิปัญญา วิถีชีวิต และของดีประจำถิ่นที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน อย่างเช่น “ทุเรียนนนท์” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ราคาแพง หากแต่เป็นผลผลิตที่สะท้อนความละเอียดอ่อนของธรรมชาติ ความประณีตของชาวสวน และระบบนิเวศเฉพาะถิ่นที่หาไม่ได้จากที่อื่น

คุณนิพิจ พินิจผล เกษตรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า นนทบุรีมีพื้นที่รวมประมาณ 1,000,000 ไร่ แต่พื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรจริงมีเพียงราว 10% หรือประมาณ 99,901 ไร่เท่านั้น ภายในพื้นที่ดังกล่าวมีเกษตรกรประมาณ 10,000 คน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งจังหวัด สะท้อนให้เห็นว่าภาคการเกษตรของนนทบุรีกำลังดำรงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเมืองอย่างชัดเจน

รูปแบบการทำเกษตรของนนทบุรีในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่ “เกษตรมูลค่าสูง” โดยเฉพาะไม้ผลเศรษฐกิจอย่างทุเรียน ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด ความพิเศษของทุเรียนนนท์ไม่ได้เกิดจากสายพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการดูแลอย่างประณีต ผสานกับข้อได้เปรียบของพื้นที่ที่มีดินเหนียวอุดมสมบูรณ์ สามารถสะสมธาตุอาหารได้ดี ประกอบกับระบบสวนยกร่องแบบดั้งเดิมที่ช่วยบริหารจัดการน้ำและความชื้นให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของไม้ผล


“การปลูกทุเรียนในพื้นที่จะไม่เน้นทำสวนเดี่ยวๆ แต่ภายในสวนจะมีไม้ผลหลายชนิดผสมผสานกันไป อาจจะมีต้นทุเรียน ต้นใบทองหลาง หรือจะมีกล้วย มังคุด ส้มโอ มะนาว แซมอยู่ภายในล่องสวนนั้นด้วย”

จากคำอธิบายดังกล่าวของคุณนิพิจ สะท้อนภาพของสวนผลไม้นนทบุรีได้อย่างชัดเจน เพราะสวนส่วนใหญ่ยังคงรักษาระบบเกษตรผสมผสานเอาไว้ เพื่อสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ ลดความเสี่ยงด้านรายได้ และรักษารูปแบบสวนผลไม้ดั้งเดิมที่อยู่คู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามาอย่างยาวนาน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม้ผลนนทบุรีมีเอกลักษณ์ คือสภาพน้ำในพื้นที่ที่มีช่วงเวลาของน้ำกร่อย จากอิทธิพลน้ำทะเลหนุน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและรสชาติของผลผลิต ทำให้ไม้ผลหลายชนิด โดยเฉพาะทุเรียน มีรสชาติที่โดดเด่นและแตกต่างจากแหล่งปลูกอื่น

คุณนิพิจ เล่าว่า ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 2,000 ไร่ และมีชาวสวนทุเรียนราว 1,000 คน แม้พื้นที่จะไม่มาก แต่ความพิถีพิถันในการผลิตกลับกลายเป็นจุดแข็งสำคัญ ตั้งแต่การดูแลต้น การคัดเลือกผล ไปจนถึงกระบวนการเก็บเกี่ยวที่ต้องอาศัยประสบการณ์สูง ความละเอียดอ่อนเหล่านี้ทำให้ทุเรียนนนทบุรีได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ครอบคลุม 9 สายพันธุ์ ได้แก่ กบแม่เฒ่า กบชายน้ำ ย่ำมะหวาด กำปั่นขาว กำปั่นพวง ก้านยาว หมอนทอง ชะนี และกระดุมทอง

“เรื่องของไม้ผล โดยเฉพาะทุเรียนที่ขึ้นชื่อของที่นี่ เกษตรกรมีการตัดผลที่แก่จัด จึงทำให้ผลผลิตในจังหวัดไม่เคยมีเรื่องทุเรียนอ่อน เพราะชาวสวนจะทยอยตัดทุเรียนลงมาจำหน่าย 1 ฤดูกาลไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งต่อต้น”

แนวทางดังกล่าวสะท้อนมาตรฐานการผลิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยการจัดการผลผลิตในแต่ละต้นก็ถูกควบคุมอย่างละเอียดเช่นกัน

คุณนิพิจ ยังบอกอีกว่า การไว้ผลของทุเรียนในแต่ละต้นนั้น จะอยู่ที่ประมาณต้นละเฉลี่ย 4 ผล หรือหากเป็นต้นขนาดใหญ่จะไม่เกิน 10–15 ผลต่อต้น จำนวนผลที่น้อยช่วยให้ต้นสามารถส่งอาหารได้เต็มที่ ส่งผลให้คุณภาพเนื้อ รสชาติ และขนาดผลมีมาตรฐานสูง ด้วยผลผลิตที่จำกัดและการดูแลอย่างเข้มข้น จึงทำให้ทุเรียนสายพันธุ์ก้านยาว สามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 5,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการขยายตัวของเมืองกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของเกษตรกรนนทบุรี บ้านจัดสรร อาคาร และสิ่งก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระบบนิเวศและการจัดการสวน โดยเฉพาะเรื่องความชื้นและน้ำ ทำให้หลายสวนต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ

“เมืองที่รุกเข้ามา ทำให้ที่ดินในจังหวัดมีราคาที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นมูลค่าของทุเรียนต้องช่วยให้ชาวสวนเห็นมูลค่า เพราะที่ดินมีราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ การที่ทุเรียนนนท์ยังเป็นที่ต้องการและมีมูลค่าสูง ก็จะช่วยให้พื้นที่ทำสวนไม้ผลยังคงอยู่ต่อไป”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่า การเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตไม่ใช่เพียงเรื่องของรายได้ แต่เป็นกลไกสำคัญในการรักษาพื้นที่เกษตรของจังหวัดเอาไว้ในระยะยาว ขณะเดียวกันการสร้างความภาคภูมิใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของทุเรียนนนท์ ก็เป็นอีกภารกิจสำคัญที่จะช่วยให้มรดกทางเกษตรนี้ยังคงอยู่ต่อไป

นอกจากไม้ผลมูลค่าสูงอย่างทุเรียน ภาคการเกษตรของนนทบุรียังมีความโดดเด่นด้านพืชผักในหลายพื้นที่ เกษตรกรจำนวนไม่น้อยพัฒนาคุณภาพผลผลิตจนกลายเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชุมชน และสามารถส่งต่อผักคุณภาพเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครได้อย่างต่อเนื่อง แม้พื้นที่เกษตรจะลดลง แต่บทบาทของเกษตรกรนนทบุรียังคงมีความสำคัญต่อระบบอาหารเมืองอย่างมาก

ท้ายที่สุด เรื่องราวของเกษตรนนทบุรีไม่ใช่เพียงการรักษาทุเรียนราคาแพง หรืออนุรักษ์สวนผลไม้เก่าแก่เท่านั้น แต่คือการรักษาอัตลักษณ์ของจังหวัดเอาไว้ท่ามกลางกระแสการเติบโตของเมือง เพราะสวนยกร่อง วิถีชาวสวน และทุเรียนนนท์ ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าทางเศรษฐกิจ แต่คือรากฐานทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิต และรอให้คนรุ่นต่อไปช่วยกันสืบทอดต่อไป

ผู้เขียน : สุรเดช สดคมขำ

Related Posts