พลับพลึง
อ่านแล้วหายสงสัย เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมชอบเดินชมตลาดสดอยู่เสมอ โดยเฉพาะในโซนของผักสด ผมเกิดสงสัย เพราะมีพืชหัวหลากหลายชนิด รูปแบบแตกต่างกันไป ในทางวิชาการเขาได้จำแนกไว้อย่างไร จะได้จำไว้ว่าเป็นส่วนราก หรือลำต้น เพราะว่าส่วนดังกล่าวสามารถนำไปขยายพันธุ์ได้อีกด้วย ผมขอคำอธิบายด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุรวิทย์ อำนวยเวช สมุทรปราการ ตอบ คุณสุรวิทย์ อำนวยเวช ตามที่คุณสุรวิทย์ ถามมานั้น เป็นลักษณะประจำของพืชในแต่ละวงศ์ ในส่วนที่ดูเป็นหัวของพืชชนิดนั้นๆ จะทำหน้าที่เหมือนกันคือ เป็นที่สะสมอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วยังเป็นส่วนขยายพันธุ์พืชได้ด้วย ซึ่งล้วนเป็น ลำต้นใต้ดิน (Under grown stem) ผมขอเริ่มจาก เง้า (Rhizome หรือ Rootstock) เป็นลำต้นใต้ดินที่เจริญเติบโตไปตามแนวขนานกับผิวดิน มีลักษณะแตกออกเป็นแขนง หรือยืดตัวออกไปรอบข้าง รูปร่างกลม ยาว มีข้อปล้องสั้นๆ ลำต้นและใบแทงขึ้นมาเหนือผิวดิน และมีส่วนของรากแทงหยั่งลงไปในดิน ตัวอย่าง ขมิ้น ขิง ข่า และพุทธรักษา ทิวเบอร์ (Tuber) เป็นประเภทลำต้นใต้ดินสั้นๆ มีข้อและปล้อง 3-4 ปล้อง ไม่มีใบ ทำหน้าที่สะสมอา
พลับพลึง เป็นพรรณไม้ล้มลุก ขึ้นเป็นกอ และมีหัวอยู่ใต้ดิน พบได้ในจีน ฮ่องกง อินเดีย และญี่ปุ่น มีชื่อพื้นเมืองอื่นๆ คือ ลิลัว (ภาคเหนือ), พลับพลึง (ภาคกลาง), วิรงรอง (ชวา) ในใบและหัวพลับพลึงมีสารไลโคริน รับประทานจะทำให้อาเจียน ท้องร่วงอย่างแรง ใบ คนโบราณจะรู้กันดีว่าสามารถนำมารักษาอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออักเสบ คลายเส้น แก้อาการฟกช้ำปวดบวมได้ และยังสามารถนำไปใช้กับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดหรืออยู่ไฟได้ โดยเอามาประคบหน้าท้อง ทำให้มดลูกเข้าที่อยู่ตัว น้ำคาวปลาแห้ง ขจัดไขมันส่วนเกิน และขับของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ด้วย นอกจากนั้น ยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ขับเสมหะ เป็นยาระบาย ทำให้คลื่นเหียนอาเจียน รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและน้ำดี เมล็ด สามารถขับเลือดประจำเดือนให้ออกมาให้หมดได้ ราก สามารถนำมาตำแล้วพอกแผลก็ได้
