พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่าง บริษัท เจียไต๋ จำกัด กับ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567 บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเปลี่ยนของเสียจากภาคอุตสาหกรรมมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พนมพัทธ์ สมิตานนท์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ณ บริษัท เจียไต๋ จำกัด สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน ทั้งด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงสร้างจิตสำนึกในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับในระยะแรกตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ได้ดำเนินการส่งมอบถุงผ้าดิบบรรจุเมล็ดพันธุ์เหลือใช้ให้กับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อเปลี
‘เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์’ หรือ ‘NSL’ ผู้ผลิตและจำหน่ายแซนด์วิชอบร้อน เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว นำเข้าและจำหน่ายเนื้อสัตว์และผักแช่แข็ง ร่วมมือกับ 3 หน่วยงาน จาก ม. เกษตรฯ ได้แก่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และคณะอุตสาหกรรมเกษตร ลงนามสัญญาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัย เรื่อง “การพัฒนางานวิจัยและต่อยอดนวัตกรรมอาหารจากหิ้งสู่ห้าง” สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ส่งเสริมสุขภาพและปลอดภัย พร้อมส่งเสริมโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย ตอกย้ำกลยุทธ์ “Nutrition Sustainable for Life” มุ่งผลิตอาหารด้วยนวัตกรรม ยึดหลักความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค นายสมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามสัญญาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยกับ 3 หน่วยงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และคณะอุตสาหกรรมเกษตร ในหัวข้อ “การพัฒนางานวิจัยแล
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี ภายใต้หัวข้อ “60 ปี วช.พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 25 – 26 ตุลาคม 2562 พร้อมจัดแสดงผลงานวิจัยในรอบ 60 ปี ที่ผ่านมา และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการดำเนินงานที่สำคัญของ วช. ตลอด 60 ปี ที่ผ่านมา และเพื่อสร้างความเข้าใจต่อภารกิจใหม่ของ วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี ภายใต้แนวคิด “60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และ“พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในพระราชพิธีบรมร
กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาวิชาการด้านการวิจัยและการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมวางแผนพัฒนา 5 ด้านสำคัญ การพัฒนาเยาวชนเกษตร การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัยและการผลิตพืช การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืช การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาบุคลากร นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวหลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาวิชาการด้านการวิจัยและการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ให้ความสำคัญในการนำงานวิจัยไปปฏิบัติมาโดยตลอด จำเป็นต้องมีหน่วยงานสนับสนุนและเกื้อกูลกัน ทั้งนี้กรมฯ วางระบบงานส่งเสริมการเกษตร T & V system (Training and visit System) เป็นระบบฝึกอบรมและเยี่ยมเยียน ที่ได้มีการนำมาปรับปรุงมุ่งให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับทั่วประเทศ ซึ่งการนำงานวิจัยมาช่วย จะทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพในด้านต่างๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่
กระทรวงพาณิชย์จัดงานเปิดเจรจาซื้อขายข้าว-มันสำปะหลัง ดึงผู้นำเข้าจากทั่วโลก รวม 29 บริษัท จาก 29 ประเทศ ร่วมงานเร่งระบายสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาด คาดมีคำสั่งซื้อมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการเป็นประธานเปิดโครงการจับคู่ธุรกิจสินค้าข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์จากข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างนักธุรกิจผู้ซื้อข้าวรายใหม่จากฮ่องกง กับผู้ส่งออกไทย ว่าการจัดงานครั้งนี้ผู้ซื้อ ผู้นำเข้ารายสำคัญจากทั่วโลก จากตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงจากต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแคนาดา เข้าร่วมเจรจาการค้าครั้งนี้รวมกว่า 290 ราย จาก 29 ประเทศ ถือเป็นการเจรจาซื้อขายข้าวและมันสำปะหลัง ระหว่างผู้นำเข้าต่างประเทศและผู้ประกอบการไทย จะช่วยเร่งระบายสินค้าเกษตรของไทยที่จะออกสู่ตลาดในปริมาณมากช่วงปลายปี และที่สำคัญจะช่วยผลักดันราคาในประเทศให้สูงขึ้นได้ “คาดว่าจะเกิดคำสั่งซื้อมูลค่ารวมกว่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ประมาณ 806 ล้านดอ
