พืชเชิงเดี่ยว
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน อย่าแปลกใจที่วันนี้ผมเก็บเรื่องราวรายละเอียดงานกิจกรรมคนปลูกป่ามาตั้งวงเล่าให้ฟัง ใน 3 ปีที่ผ่านมา การขับเคลื่อนในนามธนาคารต้นไม้ โดยมีการนัดพบพี่น้องสมาชิกจากทั่วประเทศมาพบกัน มีกิจกรรมย่อยในแต่ละครั้ง โดยใช้พื้นที่ของธนาคารต้นไม้สาขาป่าพะยอม อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง เป็นที่นัดหมาย ความคืบหน้าของพี่น้องสมาชิกแต่ละท่านในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา หลายท่านลงมือปลูกแซมสวนยาง ปลูกป่าทั้งแปลง หรือปลูกผสมผสานในสวนไม้ผลที่มีอยู่ ขนาดและจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ผ่านการบอกกล่าวในการร่วมเสวนาและการโยงใยในระบบเครือข่ายที่มีต่อกัน ไม้ป่าหลากหลายชนิดตามที่เจ้าของสวนชอบใจ อาทิ ยางนา ตะเคียนทอง จำปาทอง กันเกรา พะยูง เคี่ยม ประดู่ ชิงชัน แดง สาวดำ กระถินเทพา มะฮอกกานี ฯลฯ เมื่อได้ลงดินก็เจริญเติบโตตามเวลาและการดูแล ส่งผลต่อจิตใจของผู้ปลูกเป็นยิ่งนัก สิ่งหนึ่งที่อดยินดีมากขึ้นไปอีกไม่ได้นั่นคือ ผลพลอยได้ที่ได้จากการปลูกป่า เห็ดป่าหลากหลายชนิด ทั้งเห็ดโคน เห็ดไค เห็ดเผาะ เห็ดผึ้ง เห็ดระโงก เห็ดถ่าน เห็ดน้ำหมาก ฯลฯ เริ่มเกิดในป่าปลูกเหล่านั้น สร้างแหล่งอาหารและรายได้ให้
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างหนอในช่วงนี้ เท่าที่ติดตามข่าวได้เห็นความหลากหลายที่เกิดขึ้นจากทุกมุมโลก แต่กับบ้านเมืองเรา นอกจากปัญหาไข่ขาดตลาดในช่วงแรกก็ไม่เจอปัญหาในเรื่องอาหารการกินมากนัก ได้เห็นการแจกข้าวสารอาหารแห้งจากผู้ใจบุญอยู่มากมาย นั่นเป็นคำตอบหนึ่งว่าบ้านเมืองเรายังอุดมสมบูรณ์ดี เรายังสู้กับวิกฤติร้ายนี้ไปได้ด้วยดี นอกจากปัญหาเงินช่วยเหลือจากภาครัฐที่ยังมีคนได้-ไม่ได้แล้ว แทบจะไม่เห็นข่าวชาวบ้านแย่งซื้ออาหารกันสักนิด ไม่เหมือนภาคพื้นอื่นๆ ในโลกใบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็น กลับเป็นการมีผลผลิตในปริมาณที่ล้นเกินในบางพื้นที่ และการบริหารจัดการในเรื่องขนส่งที่ยังไม่สมบูรณ์ดีนัก ผลไม้หลายชนิดที่เคยส่งออกได้ก็เจอปัญหา ต้องหาทางระบายภายในประเทศในแบบขายขาดทุนก็ต้องยอม เพื่อให้เจ็บตัวน้อยที่สุด นี่อาจเป็นปีแรกที่ผมได้กินลำไยกิโลละ 20-25 บาท มะม่วงอกร่องกิโลละ 10 บาท หรือแตงโมกิโลละ 3 บาท หรือบางพื้นที่ประกาศให้ไปเก็บกินฟรีๆ ก็ยังมีให้เห็น แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่แปรรูปผลผลิตออกมาจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงกวน กล้วยตาก กล้วยอบบดผง หรือกระทั่งอาหารปรุงสำ
จากพื้นแผ่นดินที่มีลักษณะลูกรังร้อนแล้ง คุณณรงค์ ไทยเจริญ ผู้มีแรงบันดาลใจจากหิ่งห้อยตัวเล็กๆ นับสิบตัวที่เขาพบเจอ สร้างแรงผลักดันสู่การอนุรักษ์และอยากสร้างป่าผืนเล็กๆ ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีครอบครัวเป็นแรงสนับสนุนที่ดียิ่งกว่าใคร คุณณรงค์ ไทยเจริญ และครอบครัว มีอาชีพหลักคือการค้าขายอาหารสัตว์และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์อยู่ที่ร้านไทยเจริญซับพลาย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 74/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี คุณณรงค์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีที่ตรงนี้เป็นนิคมสร้างตนเอง ตั้งแต่ยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีนโยบายยกเลิกสามล้อ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คนที่มีอาชีพขับขี่สามล้อในสมัยนั้น โดยแจกที่ดิน ที่เขตนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท ให้คนละ 25 ไร่ ซึ่งสมัยก่อนที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าดงดิบ ไม่ค่อยมีผู้คนอยากอยู่นัก ปัจจุบันยังคงมีคนขับสามล้อ รุ่นที่หนึ่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่อีก 2 ท่าน นั่นก็คือ ลุงผลู และ ลุงแก้ว จุดเริ่มต้นมาจากแรงบันดาลใจ ผลจากการเข้าอยู่ของคนรุ่นแรก ป่าไม้หายวับไปกับตา สิ่งที่มาแทนคือพืชเชิงเดี่ยว พื้นที่บางแห่งถูกปล่อยรกร้าง ดินเป็นลูกรังแข็งกระด้าง คุณณรง
นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และประธานคณะกรรมการด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงผลกระทบผลผลิตผลไม้จากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID -19) ว่า ตลาดหลักผลไม้ของไทยคือประเทศจีน แต่ยามนี้เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา แม้แต่ประเทศแถบยุโรปก็ส่งออกไปไม่ได้เหมือนกันเพราะสายการบินปิดการขนส่ง เกษตรกรมีความวิตกกังวลกับผลผลิตที่ออกมาในช่วงของเดือนมีนาคม คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ก่อนหน้านี้ลำไยได้รับผลกระทบไปแล้ว กอปรกับภัยแล้งจึงซ้ำเป็น 2 แรง โดยในขณะนี้เกษตรกรได้พยายามดูแลผลผลิตของตัวเองให้รอดจากภัยแล้งก่อน แล้วมองตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะการกระจายผลผลิตในพื้นที่จังหวัดให้มากขึ้น รวมทั้งการใช้สถาบันเกษตรกร เช่น ระบบสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจแปลงใหญ่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การตลาดของกระทรวงมหาดไทย ต้องเร่งหารือให้เร็วที่สุด หากผลผลิตออกมาแล้วจะแก้ไขปัญหาไม่ทัน ส่วนตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นตลาดหลักเมื่อได้รับผลกระทบจะแก้ไขปัญหาได้ยาก แต่หากเตรียมความพร้อมในประเทศได้ก่อน ส่วนต่างหรือเกินจึงค่อยดำเนินการต่อ ส่วนเรื่องราคา
คุณบุญนาค ศรีสว่าง ปราชญ์ชาวบ้านและเกษตรกรดีเด่นของจังหวัดบึงกาฬ นับเป็นบุคคลตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการทำสวนเกษตรผสมผสาน ช่วยกระจายความเสี่ยงการลงทุน ทำให้เขาไม่ขาดแคลนรายได้ เมื่อเผชิญหน้ากับภาวะราคายางพาราตกต่ำในวันนี้ ดังนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดบึงกาฬซึ่งเป็นผู้จัดงานวันยางพาราบึงกาฬ 2562 จึงได้เชิญ คุณบุญนาค มาเป็นวิทยากรเวทีปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อแบ่งปันความรู้ ในหัวข้อ “จัดสรรสวนยางพารา สร้างรายได้หลักแสนต่อปี” เมื่อวันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561 คุณบุญนาค เป็นอดีตทหารอากาศ ที่ลาออกมาทำอาชีพเกษตรกรรม เพราะใจรัก ที่ผ่านมา เขามีรายได้หลักจากอาชีพการทำสวนยางพารา และมีรายได้เสริมจากการทำสวนผลไม้ที่ปลูกแบบผสมผสาน แต่วิกฤตราคายางตกต่ำในทุกวันนี้ ทำให้ตัวเลขรายได้จากธุรกิจสวนผลไม้กำลังวิ่งแซงหน้ารายได้ธุรกิจสวนยางไปเสียแล้ว คุณบุญนาค เริ่มต้นทำสวนผลไม้ ตั้งแต่ปี 2518 โดยปลูกละมุดพันธุ์มะกอก มะพร้าวน้ำหอม เขาเป็นเกษตรกรคนแรกที่นำต้นเงาะโรงเรียนจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาปลูกที่จังหวัดบึงกาฬ เมื่อ 40 กว่าปีก่อน (สมัยนั้นอำเภอศรีวิไล อยู่ในจังหวัดหนองคาย) จนหลายคนหาว่าเขาบ
แรกที่เดินเข้าไปในอาณาบริเวณบ้านหลังนั้น ก็สะดุดตากับตัวหนังสือบนหน้าจั่วเรือนหลังเล็ก เขียนไว้ว่า “ต้นไม้คือชัยชนะ” แม้ว่าชื่อเจ้าของบ้านฝ่ายชาย จะชื่อ ชัยชนะ ศรีภักดี แต่ประโยคที่เขียนไว้นั้น ไม่ได้มาจากชื่อ ทว่ามาจากแนวคิดของเขาที่เชื่อว่าการปลูกต้นไม้คือทางรอดของโลก ที่กำลังรุ่มร้อนอยู่ในเพลานี้ ถ้าจะพูดคำใหญ่ การปลูกต้นไม้นั่นคือการฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งมนุษย์มีส่วนสำคัญในการทำลาย กระทั่งมนุษย์นั่นเองที่กำลังเผชิญกับผลกระทบ ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นบทลงทัณฑ์จากธรรมชาติ ชัยชนะ ศรีภักดี อดีตประธานสหกรณ์ ปัจจุบัน เป็นเกษตรกรเต็มตัว พำนักอยู่ที่ หมู่บ้านโพธิ์ศรี หมู่ที่ 12 อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ประสบการณ์ทำงานในสหกรณ์มายาวนาน ทำให้เขายืนยันอย่างมั่นใจว่า “ถ้าระบบสหกรณ์เข้มแข็ง จะต้านทุนนิยมได้” ดังนี้ เขาจึงอยากรณรงค์ให้เกิดระบบสหกรณ์อันเข้มแข็งในทุกพื้นที่ ก่อนที่จะหันเหมาสนใจการปลูกต้นไม้และทำธนาคารต้นไม้ เขาเคยผ่านการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาก่อน ไม่ต่างจากเกษตรกรทั่วไป “พืชเชิงเดี่ยวเลี้ยวกลับสู่วงจรหนี้สิน ที่ผ่านมาเกือบทุกชนิดแรกๆ ราคาดี แห่กันปลูก พอร
