พืชเป็นยา
โภชนาจารย์ที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่ง คือ อาจารย์ประยูร อุลุชาฎะ (น.ณ ปากน้ำในทางประวัติศาสตร์ศิลปะ และพลูหลวงในทางโหราศาสตร์) เคยบอกว่า ต้นไม้เกือบทุกชนิดกินได้ เหมือนกับที่เป็นยาได้ อาจารย์พูดทีเล่นทีจริงว่า ถ้าใครหลงป่า เสบียงหมด ก็ให้นั่งลง หลับตา แล้วควานมือไปรอบๆ หยิบจับเจอต้นอะไรเข้า ต้นนั้นแหละเด็ดเอามากินได้ ก็เป็นความเปรียบที่อรรถาธิบายคำบอกเล่าข้างต้นได้ชัดเจนดี แน่นอนว่า ความรู้เรื่องการกินพืชที่ไม่ใช่พืชอาหารกระแสหลักแบบนี้สาบสูญไปมากจากคนเมือง ซึ่งก็ไม่แปลก ในเมื่อมีพืชผักขายให้ซื้อกินในตลาด ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าตามเมืองใหญ่แล้ว ก็ไม่เห็นว่าชาวเมืองจำเป็นต้องดิ้นรนเหนื่อยยากไปหาเก็บหากินอะไรอีก และที่หายไปพร้อมๆ กับชนิดของพืชกินได้ คือสูตรอาหารที่จะเอามาทำกินนั่นเอง ดังนั้นจะเห็นว่า อาหารในเขตเมืองย่อมเหมือนๆ กัน คือวางฐานอยู่บนวัตถุดิบและวัฒนธรรมอาหารกระแสหลักของคนส่วนใหญ่ แต่อาหารนั้นไม่เคยหยุดนิ่งหรอกครับ ปัจจุบันมีอาหารแปลกๆ ขายตามตลาดชุมชนย่อยๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอาหารในวัฒนธรรมแรงงานท้องถิ่นภูมิภาค และแรงงานข้ามชาติ คนเมืองรุ่นนี้จึงมีโอกาสได้กลับมาระลึกชาต
ตามประสาชาวบ้านอย่างเราๆ ไม่ได้เห่อตามกระแสสังคม ในการเสาะหาของกินเพื่อสุขภาพ แต่เป็นอุปนิสัยพื้นเพเดิมของเราเองที่หาอะไรกินแบบบ้านๆ กระแสสังคมตามมาวิจัย ค้นคว้า และจัดให้อาหารพื้นบ้านว่า เป็นกลุ่มอาหารสุขภาพ เผยแพร่แนะนำให้คนทั่วไปรู้ถึงประโยชน์ และคุณค่าของอาหารพื้นบ้านของเรา จนเกิดเป็นกระแสนิยมขึ้นมา โดยเฉพาะอาหารที่มาจากพืช ที่นิยมเรียกกันว่าผัก ที่มีมากกว่า 200 ชนิด ที่เป็นผักพื้นบ้าน นิยมนำมาทำเป็นอาหาร โดยเคียงคู่กับอาหารหลัก คือ ข้าว บ้างเรียกว่า “กับข้าว” ถ้าจัดการปรุงแต่ง มีกับข้าวหลายๆ อย่าง ตั้งวงเพื่อร่วมกินกัน เรียก “สำรับกับข้าว” เช่นบรรยากาศเวลานี้ “แกงส้มมะรุม” เป็นหนึ่งในสำรับกับข้าวที่นิยมกันทั่วทุกภาคเลยเชียว “มะรุม” เป็นพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วไป การปลูกมะรุมไว้ที่บ้าน เมื่อก่อนโบราณเขาถือ เชื่อว่าถ้าปลูกจะเกิดปัญหาวุ่นวาย ความยุ่งยากมารุมมาตุ้ม จึงนำไปปลูกไว้นอกรั้ว สมัยนี้เห็นมีปลูกกันในบ้านเยอะแยะ เป็นไม้ที่มีเสน่ห์มาก เพราะคนทั่วไปรู้คุณค่า คุณประโยชน์ที่มีมากมายในมะรุม บ้านเราตอนนี้ มีผักพื้นบ้านหลายชนิดที่ชาวบ้านได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของพืชผ
ในบ้านเรานี้ มีพืชเป็นยา ที่เรียกว่า สมุนไพร มากมายหลายอย่าง ที่คนไทยนำมาใช้รักษาโรค บำรุงร่างกายมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล รักษาชีวิตคนให้อยู่รอดมาแล้วมากมาย ไม่ว่ายุคใดสมัยไหน ต่างก็รู้จักมักคุ้นพืชสมุนไพรต่างๆ และใช้ประโยชน์กันมาอย่างแพร่หลาย ถึงแม้ยาแผนปัจจุบันจะมีมากมาย แต่ยาสมุนไพรก็ไม่ได้ด้อยค่าความนิยมลงเลย กลับตรงกันข้าม ยิ่งจะมีผู้คนเสาะแสวงหามาใช้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น พืชสมุนไพรเมื่อก่อนต้องเข้าไปเสาะหาได้มาจากป่า เดี๋ยวนี้หลายอย่างนำมาปลูกในบริเวณบ้าน ในชุมชนกันมากแล้ว “มะแว้ง” เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ผู้คนนิยมนำมาปลูกไว้ใช้ประโยชน์ เป็นพืชผักประกอบอาหาร เป็นพืชประดับบ้านและสวน และเป็นพืชสมุนไพร ปลูกกันหลายถิ่น เรียกกันไปต่างๆ ภาคกลาง เรียก “มะแว้ง” ภาคเหนือ เรียก “มะแคว้งขม”, “มะแค้งขม” ภาคอีสาน เรียก “หมากแข้งขม” ภาคใต้ เรียก “แว้งคม” กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “สะกั้งแค” ส่วนชาวรัฐฉาน เรียก “หมากแฮ้งคง” คนเลี้ยงไก่ชนเมื่อก่อนใช้เป็นยาหยอดตาไก่ นิยมปลูกข้างเล้าไก่ เรียก “มะแค้งตาไก่” มะแว้ง มีอยู่ 2 ชนิด คือ มะแว้งต้น กับ มะแว้งเครือ หรือมะแว้งเถา มะแว้งต้น เป็นต้นคล้ายต้นมะเขื
โดยธรรมชาติที่รังสรรค์พืชพรรณนานาชนิด ตลอดทั้งปีทุกฤดูกาล ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงเวลาที่พืชต่างๆ จะอวดโฉม ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตน บ้างแผ่พุ่ม ผลิใบ บ้างสลัดใบอวดกิ่งก้าน บ้างเปลี่ยนสีสันผิวพรรณใบ อีกบ้างสะพรั่งบานชูช่อดอก หลอกล่อผึ้งภมรดอมดม ผสมเกสรให้เกิดผลและเมล็ดสืบทอดสายพันธุ์ เช่นเดียวกันกับผักพื้นบ้านชนิดนี้ ที่ใครเขารู้จัก และเรียกทักว่า “โสน” อ่านออกเสียง 2 พยางค์ สะ-โน๋ โสน เป็นพืชล้มลุกปีเดียว เป็นไม้ตระกูลแค ในวงศ์ PAPILIONACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Sesbania javanica Miq ในประเทศไทยเรามีหลายสายพันธุ์ แต่ที่นำมาเป็นอาหารได้ เรียก “โสนหิน หรือ โสนกินดอก” ภาคเหนือ เรียก “ผักฮองแฮง” ชอบขึ้นอยู่ที่น้ำขัง ริมคลอง แต่ก็ทนความแห้งแล้งได้ดีพอสมควร ในระยะดอกบาน ใบจะมีน้อย ทำให้อัตราการคายน้ำมีน้อย ช่วงปลายฝนยังพอมีน้ำธรรมชาติอยู่บ้าง แต่มันก็ส่งสัญญาณว่าใกล้หมดอายุขัยแล้ว จึงเร่งผลักให้ออกดอกเหลืองสะพรั่งเต็มต้น พร้อมทั้งมียอดอ่อนๆ แซมออกมาให้ดูน่ารักใคร่ ติดดอกออกฝัก เพื่อสืบต่อสายพันธุ์โสน โสนจึงขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เพาะออกมาเป็นต้นเตี้ยๆ ใบเป็นใบจริง สีเขียวอมฟ้า มีสีขาวที่ก้านใ
หลายเวลาที่เราอยู่ในอาการมึนงง ความทรงจำเบาบาง ต้องอาศัยการสืบค้น สอบถาม เพื่อให้ได้คำตอบมาเป็นตัวจุดประกาย กระตุ้นเราให้สามารถฟื้นคืนความจำขึ้นมาใหม่ได้บ้าง แม้จะได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็เป็นเช่นหยดน้ำมันหล่อลื่นให้เข้าถึงจริต จนฟื้นคืนความจำได้ เช่นเดียวกับ ณ เวลานั้น ได้ไปพบลูกผลของพืชอย่างหนึ่ง พอจำได้ว่าเคยพบเจอเมื่อหลายปีก่อน และจำได้ว่าเคยนำมาลิ้มรส ชิมดูว่าเป็นพืชที่มีพิษต่อร่างกายหรือเปล่า ลองดูแค่นิดไม่มาก ก็ไม่เกิดผลอาการทางร้าย ตรงกันข้าม กับอร่อยดีเสียอีก เป็นลูกผลของพืชไม้เลื้อยพันขึ้นรั้ว กิ่งไม้ พุ่มไม้ มีเถา ใบ มือจับ ยอดอ่อน มีผลกลมรีปลายแหลมเป็นกระสวย หรือหยดน้ำ มีสีสันลวดลายเขียวขาวสวยงามมองดูไกลๆ คล้ายกับเถาต้นตำลึง แต่มีขนคลุมทั่วไป ชาวบ้านเคยบอกเรา เขาเรียกว่า “ลูกสาลี่” ลูกสาลี่ ที่เขาบอก ค้นหาพบว่า คือผลบวบขมป่าชนิดหนึ่ง สันนิษฐานว่า คงกลายพันธุ์ หรือเกิดการเปลี่ยนคุณสมบัติของสารที่เป็นองค์ประกอบของทุกส่วน จากความเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ สถานที่ขึ้น และน้ำ ดูแต่ธรรมชาติยังเปลี่ยนแปลงได้ ไฉนเล่าพืชพรรณชนิดนี้จะแปรเปลี่ยนไม่ได้ “บวบขม” เป็นไม้ป่าล้มลุก ชนิดเถาพันเลื้อ
บริเวณสวนผักทั่วไป มักพบการแพร่กระจายไปทั่วของต้น “ผักโขม” เจ้าของแปลงผักบางรายขยันหน่อยคอยถอนต้นผักโขมเล็กๆ รากออกสีม่วงอมชมพู มีใบอ่อนเล็กๆ 2-3 ใบ ล้างน้ำเอาเศษดินเศษทรายออก วางขายตลาดสดกองละ 10 บาท เห็นมีคนแห่กันซื้อไปเป็นผัก ทำกับข้าว บางสวนปล่อยให้โตขึ้นอีกหน่อย ถอนต้นจะทิ้งก็ยังเด็ดยอดไปทำอาหารได้ หลายแห่งเอาต้นผักโขมไปต้มเลี้ยงหมูบ้าน (หมูดำ) ผสมรำ ปลายข้าว หยวกกล้วย ทุ่นค่าอาหารหมูได้มากมาย ผักโขม หรือผักขม หรือผักโหม เป็นพืชที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนๆ พยายามวิจัยถึงคุณค่าทางอาหาร ในชื่อที่เรียกพืชชนิดนี้ว่า อะมารานธ์ (Amaranth) เขาว่าเป็นพืชหลักของชาวแอซเท็ก พบว่าในเมล็ดผักโขม มีปริมาณกรดอะมิโนมากกว่าธัญพืชหลักอื่นๆ ใบใช้รับประทานเป็นผักสีเขียว ยังมีอีกหลายประเทศศึกษาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเม็กซิโก อินเดีย สหรัฐอเมริกา ในเมืองไทยเราถือว่า ผักโขมเป็นพืชพื้นบ้านของเรา มีหลายชนิด เช่น ผักโขมหนาม ผักโขมหิน ผักโขมหัด ผักโขมสวน ผักโขมเกลี้ยง ที่เข้ามาตีตลาดคือ ผักโขมจีน ผักโขมเป็นพืชที่ให้สารวิตามินเอแก่ร่างกายเช่นเดียวกับฟักทอง ผักบุ้ง พริกชี้ฟ้า มีรสขมเล็กน้อย มีสรรพคุณแก้เลือดเป็นพิษ ดี
ปี 2563 จังหวัดอุตรดิตถ์ และหลายจังหวัด ประสบปัญหาความแห้งแล้งรุนแรง พืชผลทางการเกษตรหลายชนิดไม่สามารถเจริญเติบโตเอาชีวิตรอดอยู่ได้ ส่วนพืชล้มลุกที่เกษตรกรปลูกในระยะนี้ บางส่วนอยู่รอดได้ เพราะเกษตรกรมีแผนการผลิตของตนเอง มีการวิเคราะห์ และคำนวณปริมาณน้ำที่ต้องใช้เลี้ยงดูพืช แต่มีบางส่วนที่ขาดการวิเคราะห์ศักยภาพ ของไร่นาตนเอง ก็เกิดความเสียหาย เรียกกันว่าประสบภัยแล้ง การเกษตร อีกส่วนที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายคือพืชผลประเภทยืนต้น เช่น พืชสวน ไม้ผล ไม้ยืนต้นต่างๆ พืชไร่ พืชผักอายุยาวเกิน 4 เดือน ที่ปลูกเมื่อต้นปี หรือสวนที่ต้นพืชโตถึงให้ผลผลิตแล้ว มีโอกาสขาดน้ำในช่วงนี้ ทำความเสียหายต่อผลผลิต ตั้งแต่คุณภาพผลผลิตต่ำ ปริมาณผลผลิตลดลง หรือไม่ให้ผลผลิต จนถึงต้นตาย เสียหายโดยสิ้นเชิง ความเดือดร้อนเข้ามาเยือน และกระจายความเดือดร้อนไปอีกหลายทิศทาง จนเกิดความอดอยากหิวโหย แย่งชิง กักตุนอาหาร โบราณว่าข้าวยากหมากแพง หรือเรียกว่าเกิด “ทุพภิกขภัย” ร่างกายคน ก็ทานทนเกือบไม่ไหว โรคภัยตามมาทำร้าย ยาดีที่มีอยู่ในพืชอาหาร ที่เรียกว่า “สมุนไพร” ก็รักษาให้หายได้ไม่ค่อยทันใจ เอาไงดี การเกษตรหลายพื้นท
เมื่อสมัยก่อน การใช้สมุนไพรเป็นองค์ประกอบหนึ่งของชีวิตประจำวัน พืชสมุนไพรหลายชนิดที่หมอยาเก่าเขาใช้ประโยชน์ บำบัดรักษา บำรุงร่างกาย โดยนำมาปรุงแต่งแปลงเปลี่ยน ต้ม หมักแช่ เผา ผสมเครื่องยา ใช้เป็นพืชประกอบอาหาร และอีกหลายประโยชน์ จากป่าสู่ชุมชน เพื่อง่ายต่อการใช้ประโยชน์ สมุนไพรบางอย่างหายากมาก ต้องเดินป่าเป็นวันเป็นคืน ถึงจะหาพบเจอ แต่หมอยาชาวบ้านเขารู้จักและรู้แหล่งที่มีสมุนไพรหลายอย่างมีอยู่ใกล้ตัว เคยมีคนเก่าเล่าให้ฟังว่า พืชต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรทั้งนั้น เด็ดถอนมาเคี้ยวกินได้หมด เพียงแต่ยังไม่มีการตรวจสอบทางเคมี ว่ามีฤทธิ์ทางยาอย่างไรบ้าง อ้อยดำ เป็นอ้อยชนิดหนึ่ง เชื่อว่ามีกำเนิดในป่าของไทยเรานี่แหละ ก็เหมือนกับต้นอ้อ ต้นแขมที่มีอยู่แถวริมห้วยหนองในป่าในเขา ลำต้นเหมือนกับอ้อยทั่วไป แต่เล็กและแข็ง เอามากัดเคี้ยวกินลำบากมาก เปลือกแข็งและรสขม มีน้ำน้อย ไม่ค่อยหวาน จึงเป็นที่มาของการนำเอามาเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหลายอย่าง กล่าวถึงเรื่องอ้อย เรารู้จักกันมานาน มีปลูกกันอยู่ทั่วไป อ้อยเป็นพืชตระกูลหญ้า อ้อยแต่ละสายพันธุ์ ล้วนแต่มีลักษณะเดียวกัน อ้อยโรงงานเกษตรกรปลูกกั
ในบรรดาพืชผักสวนครัวทั้งหลาย ที่มีอายุยืนกว่าใคร เห็นจะมี “มะเขือพวง” พืชที่เป็นผักตระกูลมะเขือนี่แหละ หลายบ้านมีปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน ออกดอกให้ลูกให้ผลตลอดปี แต่ติดมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศกำลังเหมาะ นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของน้ำพริกกะปิ ใส่แกงเผ็ด แกงแค ต้ม นึ่ง เป็นผักเคียงกับน้ำพริกเผา หรือย่างไฟ กินกับลาบ ก้อย พล่า ส้า ยำ กินเป็นยารักษาหลายโรค บำรุงร่างกาย คนกินอายุยืนยาว ปลูกขายได้ราคาดี มีปลูกกันทั่วประเทศไทย รวมถึงเพื่อนบ้านหลายแหล่งหลายเมือง “มะเขือพวง” หรือชื่อสามัญ Turkey berry หรือ Wild eggplant หรือ shoo-shoo bush เป็นพืชในวงศ์ SOLONACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Solonum torvum Swartz เป็นไม้อายุข้ามปี ไม้กลางแจ้ง ทนแล้งได้ดี เป็นไม้พุ่มเตี้ย 1-2 เมตร รูปทรงพุ่มไม่แน่นอน ต้นตั้งตรง แข็งแรง แตกกิ่งก้านสาขามากเกะกะ มีขนปกคลุม มีหนามเล็กๆ โผล่ขึ้นห่างๆ ทั่วทั้งต้น กิ่ง ก้าน และใบ ออกดอกออกผลฤดูฝน แต่ถ้าดูแลรักษาดีๆ มีการบำรุงปุ๋ยคอก หรือกวาดเศษใบ ดายหญ้า คลุมโคนต้นหน้าแล้ง พรวนดินให้บ้าง ให้น้ำพอเหมาะ สามารถออกดอกให้ผลได้ทั้งปี ขนที่ขึ้นทั่วต้น มีอันตรายต่อคน ทำให้เกิดผื่นคันผิวหนังเ
