พื้นที่ภาคใต้
มะม่วงได้ชื่อว่า เป็นไม้ผลที่ปลูกมากที่สุดในเมืองไทย เพราะมะม่วงเป็นไม้เมืองร้อน ที่ปรับตัวได้ดีในทุกภูมิภาคทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ อีสาน กลาง แต่พื้นที่ภาคใต้ สภาพภูมิอากาศไม่เอื้อต่อการปลูกมะม่วงมากนัก เพราะเป็นแหล่งที่มีฝนชุกเกือบตลอดทั้งปี เกษตรกรสามารถปลูกมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกได้ผลดีเฉพาะเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบนคือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เท่านั้น ส่วนจังหวัดอื่นๆ ในโซนพื้นที่ภาคใต้ไม่ค่อยพบเห็นการปลูกมะม่วงสักเท่าไหร่ ที่ผ่านมามีมะม่วงเพียงไม่กี่สายพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีในสภาพพื้นที่ของภาคใต้ เช่น “มะม่วงพันธุ์นาทับ” มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่พื้นที่ตำบลนาทับ จังหวัดสงขลา จุดเด่นของมะม่วงพันธุ์นี้คือ มีขนาดผลใหญ่ ลูกละเกือบ 2 กิโลกรัม เนื้อละเอียด เมล็ดบาง และรสชาติหวานอร่อย “มะม่วงเบา” เป็นมะม่วงพันธุ์พื้นเมืองของภาคใต้ นิยมปลูกแพร่หลาย มะม่วงเบามีขนาดผลเล็ก ให้ผลดกต่อเนื่องทั้งปี นิยมนำมาปรุงอาหารโดยเฉพาะเมนูอาหารยำ หรือขายในลักษณะมะม่วงดอง ที่ผ่านมามีเกษตรกรบางรายนำพันธุ์มะม่วงอื่นๆ เช่น มะม่วงมันศาลายา มะม่วงเขียวไข่กา มะม่วงฟ้าลั่น มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงแก้วลืม
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 3-5 ธันวาคม 2565 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง และหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง กอนช. ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ในช่วงวันที่ 2-6 ธันวาคม 2565 ดังนี้ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก น้ำท่วมขัง บริเวณ จังหวัดระนอง (อำเภอละอุ่น) จังหวัดชุมพร (อำเภอปะทิว เมืองชุมพร สวี ทุ่งตะโก หลังสวน ละแม ท่าแซะ และพะโต๊ะ) จังหวัดภูเก็ต (อำเภอถลาง และเมืองภูเก็ต) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอกาญจนดิษฐ์ เกาะพะงัน เกาะสมุย และดอนสัก) จังหวัดพังงา (อำเภอคุระบุรี ตะกั่วป่า และท้ายเหมือง) จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอขนอม และสิช
กรมชลประทาน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เตรียมกำลังคน เครื่องจักร พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ 27 พฤศจิกายน ถึง 6 ธันวาคม 2563 นี้ ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ VDO Conference ไปยังผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมไปถึงสำนักงานชลประทานเครือข่าย SWOC ทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ณ ห้องประชุม SWOC อาคาร99ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน สถานการณ์น้ำปัจจุบัน (23 พ.ย. 63) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 48,855 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 24,763 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปร
รัฐมนตรีเกษตรฯ ห่วงสถานการณ์การระบาดโรคใบร่วงยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวัง และให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่ที่พบการระบาด พร้อมให้คำแนะนำป้องกันแก่เกษตรกร ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ขณะนี้เกิดการระบาดของโรคใบร่วงในยางพาราบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้รายงานสถานการณ์เบื้องต้นให้ทราบ พบการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราที่จังหวัดนราธิวาส ใน 8 อำเภอ พื้นที่รวม 277,030 ไร่ โดยเกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. เป็นเชื้อราสาเหตุของโรคใบร่วงที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน แต่เคยพบการระบาดในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับทางภาคใต้ของประเทศไทย คือ ร้อนชื้นและฝนตกชุก สามารถพบได้ทุกสายพันธุ์ แพร่ระบาดโดยลมและฝนจึงค่อนข้างยากต่อการป้องกันและควบคุม ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยาง หากระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตน้ำยางลดลง ร้อยละ 30-50 ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยางในภาคใต้ จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งมีเจ
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศแจ้งเตือน พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 65 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วง วันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลานครศรีธรรมราช ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล แล้วจะเคลื่อนตัวออกกสู่ทะเลอันดามัน ในวันที่ 6 มกราคม 2562 ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกเล็กน้อยบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร นั้น กรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างเร่งด่วน โดยการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ทุกโครงการฯ เพื่อเน้นย้ำให้ทุกแห่
