ฟางข้าว
นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาการจัดการโซ่อุปทานและแนวทางการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร กรณีศึกษาฟางข้าว ปี 2566 ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา พัทลุง ตรัง และสตูล โดยนำฟางข้าววัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่าช่วยลดต้นทุนทางการเกษตร และการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน จากผลการศึกษาของ สศท.9 พบว่า ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ มีปริมาณฟางข้าวรวม 153,640 ตัน โดยจังหวัดสงขลา มีปริมาณฟงข้าว 78,728 ตัน จังหวัดพัทลุง มีปริมาณฟางข้าว 62,508 ตัน จังหวัดตรัง มีปริมาณฟางข้าว 4,874 ตัน และจังหวัดสตูล 7,530 ตัน ซึ่งจากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 123 ราย ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 83 ราย ผู้ประกอบการแปรรูป/ผู้รวบรวมฟางข้าว จำนวน 20 ราย และผู้ใช้ประโยชน์จากฟางข้าว จำนวน 20 ราย โดยได้มีการบริหารจัดการใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าจากฟางข้าวของพื้นที่ 4 จังหวัด ภาคใต้ตอนล่าง ดังนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เกษตรกรสมาชิกแปลง
นางกุลธิดา ศรีวิพัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาประเทศควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio Circular Green Economy: BCG) พ.ศ. 2564-2570 โดยสนับสนุนการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า นำไปสู่การลดปริมาณของเสียและฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับฟางข้าว นับเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเกิดจากพื้นที่เพาะปลูกข้าวหลังจากที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวของเกษตรกร ซึ่งมีปริมาณค่อนข้างมากสามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือเพิ่มมูลค่าได้ ดังนั้น สศท.1 จึงได้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร กรณีศึกษาฟางข้าว ปี 2566 ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย และพะเยา พบว่า ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ มีปริมาณฟางข้าวรวม 1.31 ล้านตันซึ่งจากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จ
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด ทำให้มี “ฟางข้าว” ซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดผลกระทบจากการจัดการด้วยวิธีการเผา จากแนวคิดนี้ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงได้หาแนวทางบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ฯ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากการนำไปใช้ในงานปศุสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก ทำเชื้อเพลิงชีวมวล รวมถึงงานวิจัย ‘นวัตกรรมเส้นใยฟางข้าวผสมเส้นใยจากรังไหม สู่การพัฒนาสิ่งทอเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ กรณีศึกษาตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์’ ซึ่งมาจากการบูรณาการของทีมคณาจารย์ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและเลี้ยงไหม ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ และกลุ่มสตรีทอผ้าฝ้าย ตำบลทับน้อย อำเภอรัตนบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรทอผ้า จังหวัดสุรินทร์ สยามคูโบต้าเกิดแรงบันดาลใจที่ต้องการให้แนวคิดนี้เกิดเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน จึงจับมือ เกรฮาวด์ ออริจินัล เปิดตัวแคมเปญ KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL PRESENT “Turn waste to Agri-Wear” ต่อยอ
สยามคูโบต้า จับมือ เกรฮาวด์ ออริจินัล เปิดตัวแคมเปญ KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL PRESENT “Turn waste to Agri-Wear” ต่อยอด “ฟางข้าว” เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มุ่งสนับสนุนงานวิจัยและงานฝีมือช่างทอผ้าไทย สู่การเป็นเสื้อผ้าสุดเท่สไตล์สตรีทแฟชั่น หวังจุดประกายการ Upcycling เศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ตั้งเป้าปลุกกระแส Sustainable Fashion ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงโลกที่ดีกว่าเดิม เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมวงการแฟชั่นไทย พร้อมชวนชาวกรีน เลิฟเวอร์ อัปเดตคอลเล็กชันสุดพิเศษแล้ววันนี้ ที่ เกรฮาวด์ ออริจินัล นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญวิกฤตทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศ หรือแม้แต่ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงผลกระทบจากการเผาในภาคการเกษตร ดังนั้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญของคนทั่วโลกที่ต้องหันกลับมาตระหนักถึงแนวทางในการแก้ไข เราเชื่อว่า ทุกคนบนโลกล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลง ตลอดระยะเวลา 46
นายนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาคอีสานตอนกลางนับเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของประเทศไทย เกษตรกรในพื้นที่ทำการเกษตร โดยเพาะปลูกข้าวเป็นหลัก ซึ่งหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าวจะมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในไร่นาจำนวนมาก คือ “ฟางข้าว” ภาครัฐจึงส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมูลค่า ช่วยลดต้นทุนทางการเกษตร และการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน สศท.4 ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ทรัพยากรในภาคการเกษตรอย่างยั่งยืนตามแนวทาง BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) มาใช้ในการดำเนินโครงการสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จึงได้ทำการศึกษาแนวทางการบริหารจัดการฟางข้าวในพื้นที่ภาคอีสานตอนกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ โดยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรและผู้ใช้ประโยชน์จากฟางข้าว รวม 187 ราย ประกอบด้วย เกษตรกรสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่สินค้าข้าวที่มีการจัดซื้อเครื่องอัดฟางข้าว ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเก
ความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร เกษตรกรไทยไม่เป็นสองรองใคร การพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีเกิดจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าส่วนราชการ เอกชน หรือจากตัวเกษตรกรเอง ต่างก็มีส่วนร่วมทำให้การพัฒนาการเกษตรรุดหน้าก้าวไกล นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กำเนิดนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน การเผยแพร่ข้อมูลทางด้านการเกษตรเป็นหน้าที่ของเราที่จะนำมาเสนอเพื่อเป็นแนวความคิดให้ต่อยอด หรือเป็นตัวอย่างให้ปฏิบัติตาม จากการยืนหยัดมาร่วม 32 ปีแล้ว ทำให้ข้อมูลต่างๆ เข้มข้นขึ้น และเห็นความเปลี่ยนแปลงในวิถีภาคเกษตรพัฒนาก้าวหน้าไปมากมาย ข้อเขียนบางครั้งผ่านไป 10-20 ปีแล้วยังนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่บางข้อเขียนผ่านไปแค่ปีเดียวกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยแล้วในปัจจุบัน เราคุ้นเคยกับเห็ดฟางกองเตี้ยที่เพาะกลางแจ้งเมื่อหลายสิบปีก่อน กาลเวลาผ่านไปกลายเป็นเห็ดฟางในโรงเรือนที่มีหลายๆ ชั้น เห็ดนางฟ้า เห็ดแครง เห็ดขอน ถูกบรรจุใส่ถุงอันมีส่วนผสมของขี้เลื่อยเป็นหลักนำมาเปิดดอกในโรงเรือนล้วนเป็นวิวัฒนาการทางความคิดของชาวเกษตรทั้งสิ้น ผู้เขียนมีโอกาสได้พบกับเทคโนโลยีระดับชาวบ้านแต่ซ่อนไว้ด้วยความไม่ธรรมดาที่จะนำเสนอ เจอาร์ฟาร์ม Jr Mushro
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบผลสำเร็จวิจัยพัฒนา “ข้าวอุดมซีลีเนียม” ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย เผยของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต “ฟางข้าว” สามารถนำไปต่อยอดเพาะเห็ดเศรษฐกิจให้ผลผลิตสูง ระบุเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพที่ปลอดภัย ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย ภายใต้การดำเนินโครงการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลางตะวันตกด้วย BCG โมเดล ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด-19 ในปัจจุบัน เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพให้พร้อมต่อสู้กับโรคภัยที่อยู่รอบตัว โดยสิ่งที่จะช่วยให้รอดพ้นจากการเจ็บไข้ คือการรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของตัวเองให้ทำงานได้ดี เพื่อปกป้องตัวเราจากการติดเชื้อโรคต่างๆ วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ทำการสำรวจ “ข้าว” ซึ่งเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวันของคนไทย โดยพบว่า ข้าวหอมมะลิ
นวัตกรรมชุมชน ของนักศึกษารายวิชาเลือกเสรี “นวัตกรรมเพื่อชุมชน” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ด้วยการบูรณาการเรียนการสอน ประยุกต์องค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมสู่ชุมชน ซึ่งห้องเรียนในครั้งนี้ ได้แก่ ชุมชนบ้านแสนสุขสกัดห้า หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี นายวิรัช โหตระไวศยะ รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เผยว่า การเรียนการสอนโดยใช้ห้องเรียนชุมชนเป็นแหล่งในการค้นคว้า เรียนรู้ องค์ความรู้ต่างๆ ได้เห็นสภาพชุมชนที่แท้จริง ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ ความต้องการของชุมชนมาเป็นโจทย์ให้นักศึกษามาพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน นอกจากนั้น นักศึกษาได้บูรณาการเชื่อมโยงข้ามศาสตร์องค์ความรู้ต่างๆ ปลายทางได้รู้การทำงานเป็นทีม Soft Skill ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรต่อสังคม เพราะฉะนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงได้สร้างรายวิชาใหม่ขึ้นมาคือ วิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน โดยมีหน่วยกิตเรียนทั้งหมด 3 หน่วยกิต เรียนในห้องเรียน 20% และอีก 80% ลงชุมชน เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของชุมชน โดยได้เปิดทำการเรียนการสอน ปีการศึกษา 2562 เป็นปีแรก โดยคณาจารย์ที
ประเทศไทยใช้ปุ๋ยทุกวันนี้ปีหนึ่ง 4-5 หมื่นล้าน ถ้าเราลดปุ๋ยในนาข้าวได้เมื่อไหร่ ก็คือการลดใช้ปุ๋ยในประเทศได้มาก นอกจากนี้พบว่า ในฟางข้าว ประมาณ 60 ล้านไร่ ที่ทำนาอยู่ ปุ๋ยที่อยู่กับฟางข้าวมีมูลค่า 3-4 หมื่นล้าน แต่เราเผาทำลายไปเกือบครึ่งหนึ่ง คิดง่ายคร่าวๆ ว่า ในฟางข้าว 1 ไร่ เป็นมูลค่าปุ๋ย NPK เป็นพันบาท ถ้าเราไม่เผาก็ต้องหาทางเลือกให้ชาวบ้าน จริงๆ สาเหตุที่ชาวบ้านเผา หนึ่ง ไม่รู้จะจัดการฟางยังไงให้มันไว เพราะทุกวันนี้ปลูกข้าว 2 ปี 5 รอบ และจากการพัฒนาพันธุ์ที่ดีเกินไป ปลูกยังไงก็ออกดอก นี่เป็นข้อดี แต่ข้อเสียคือสภาพแวดล้อมในประเทศเสียหายมาก ศัตรูพืชก็ระบาด สอง ถ้าใช้วิธีปกติ คือ ไถกลบ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 40-60 วัน ถ้าใช้วิธีไถกลบแล้วปลูกเลย ตอซังจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถจะย่อยสลายได้ในระยะเวลาอันสั้น ปลูกข้าวไปก็จะเหลือง ไม่โต แคระแกร็น อาการนี้เรียกว่า อาการข้าวเมา เมาตอซัง ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการนำฟางข้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ว่า ประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกข้าว ทั้งฤดูนาปีและนาปรังคร่าวๆ กว่า 66
อีกหนึ่งผลงาน ศิลปะประดิษฐ์ “เครื่องแขวนไทยจากฟางข้าว” ผลงานจากนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี การสร้างสรรค์ศิลปะประดิษฐ์ สู่นวัตกรรมชุมชน อาจารย์วิจิตร สนหอม อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปะประดิษฐ์ในงานคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เล่าว่า เครื่องแขวนไทยเป็นศิลปะเชิงช่างดอกไม้ของคนไทยมาช้านาน มีการนำดอกไม้ของไทยที่มีกลิ่นหอมประดิษฐ์เป็นรูปแบบตามประเภทของเครื่องแขวน เช่น วิมาน ระย้า โคม เพื่อใช้ประดับตกแต่งช่องประตูหน้าต่าง อาคาร บ้านเรือน เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินเมื่อได้มองเห็น และได้รับกลิ่นหอมจากดอกไม้ เป็นการบำบัดให้รู้สึกผ่อนคลายจากการเรียนการสอนในรายวิชาเครื่องแขวนไทย ของหลักสูตรศิลปะประดิษฐ์ในงานคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้นำเอาผลงานกระดาษฟางข้าวของกลุ่มผู้สูงอายุบ้านกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จากการบริการวิชาการของคณะให้กับชุมชน มาบูรณาการเข้ากับรายวิชาเครื่องแขวนไทย เป็นการนำนวัตกรรมทางความคิดในการผสมผสานงานวัสดุงานประดิษฐ์ที่มีกระดาษฟางข้าวเป็นวัสดุหลัก
