ฟาร์มนม
สุพิชญา ฟาร์ม ผู้เลี้ยงวัวนมรายย่อยกับความอยู่รอดที่รอท้าทาย สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมต์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of smallscale farmers” ฉบับนี้ยังอยู่กับเกษตรกรรายย่อยที่คิดต่าง คิดเยอะ ทำมาก และก้าวหน้ามาก ที่ “สุพิชญา ฟาร์ม” ฉบับที่แล้วผมพาท่านไปชมธุรกิจวัวนมของ สุพิชญา ฟาร์ม กันมาแล้ว เห็นและทราบกันแล้วว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมรายย่อยนั้นยังอยู่ได้ แต่อาการก็ค่อนข้างย่ำแย่ เพราะสถานการณ์หลายอย่างบีบบังคับ วันนี้เกษตรกรรายย่อยผู้เลี้ยงวัวนมอย่าง คุณบัณฑิตย์ จองปุ๊ก เขาปรับตัวอย่างไร เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่น่ากลัวในอนาคต มีอะไรที่คุณบัณฑิตย์สร้างเอาไว้เป็นอาชีพเสริมบ้าง ตามผมไปดู ไปพบข้อคิด และไปเรียนรู้พร้อมๆ กันเลยครับ “สุพิชญา ฟาร์ม” แพะพันธุ์แท้ ทางเลือก ทางรอด พาท่านกลับมาที่ สุพิชญา ฟาร์ม ที่หมู่ 9 บ้านหนองสามพราน ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่มี คุณบัณฑิตย์ จองปุ๊ก เป็นเจ้าของ นอกจากธุรกิจวัวนมที่ผมพาท่านมาเรียนรู้ไปเมื่อ ฉบับวันที่ 1 มกราคม 2562 คุณบัณฑิตย์ เกษตรกรรายย่อยคนเก่งของเรายังมีธุรกิจอื่นๆ ที่ทำขึ้นเพื่อลดคว
จากอดีตข้าราชการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ทำงานคลุกคลีกับเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง “วาสนา กุญชรรัตน์” ชาวจังหวัดนครราชสีมา ตัดสินใจครั้งใหญ่ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในเรื่องการทำการเกษตรและอยู่อย่างพอเพียง ผันชีวิตมายึดอาชีพเลี้ยงแพะ ผลิตนมแพะจำหน่ายก่อนขยายเป็นศูนย์เรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์แนวทางต่างๆ ให้ผู้สนใจ “วาสนา กุญชรรัตน์” เล่าว่า ช่วงเริ่มต้นประมาณปี 2545 ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้านใน ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี ด้วยความชอบธรรมชาติ จึงมีแนวคิดทำฟาร์มแพะนม “TT GARDEN AND GOAT FARM” เพื่อผลิตน้ำนมไว้จำหน่าย โดยใช้เงินลงทุนครั้งแรกประมาณ 5-6 แสนบาท สร้างโรงเรือนไม้ยกพื้นให้แพะอยู่อาศัย จากนั้นต่อเติมขยายโรงเรือนขยายถึงปัจจุบันมีพ่อแม่ และลูกแพะที่เลี้ยงดูแลนับร้อยตัว ทั้งสายพันธุ์ซาแนน และเริ่มขยายพันธุ์ท็อกเก้นเบิร์กด้วย ซึ่งในฟาร์มต้องเน้นความเข้มงวดเรื่องความสะอาด ปลอดเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคบลูเซลโลซีส การเข้า-ออกฟาร์มทุกครั้งจึงต้องสวมรองเท้าผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัยของฟาร
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานสภาพปัญหาในพื้นที่เมือง Gannan ในจีน ซึ่งเมืองนี้มีกองสิ่งปฏิกูลมหึมาจากวัวหลายพันตัว ซึ่งสื่อรายงานว่าเป็นผลพวงหนึ่งของราคาที่ต้องจ่ายของอุตสาหกรรมผลิตนมวัวของจีนวันนี้ ฟาร์มโคนมขนาดใหญ่กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจยอดนิยมของอาเซียนกับการป้อนผู้บริโภค1.4พันล้านคนซึ่งในยุคเศรษฐกิจเติบโต และรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนการแปรรูปผลผลิตจากนมวัวเป็นรายได้ ซึ่งประเมินกันว่ามูลค่าอุตสาหกรรมนี้มูลค่ามากถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเติบโตจากอุตสาหกรรมขนาดเล็กไปสู่การขยายฟาร์มขนาดใหญ่ ที่มีการเลี้ยงโคนมต่อฟาร์มมากถึง 10,000 ตัว และแน่นอนว่าปริมาณของเสียที่ถูกปล่อยออกมาก็มากตามไปด้วย ทั้งนี้ มีรายงานว่า พื้นที่ปศุสัตว์บริเวณเมือง Gannan มีกลิ่นมูลสัตว์รุนแรงมากในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งผนังอิฐที่ล้อมรอบบริเวณฟาร์มไว้ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีของเหลวลักษณะสีเขียวไหลออกมาจากใต้ผนังอิฐ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบรรดายาและเข็มฉีดยาที่ตกเกลื่อนอยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งผู้คนบริเวณนั้น ระบุว่าขยะที่เหลือหลังจากการฉีดยาให้วัวจะถูกนำมาทิ้ง ซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คน รวมทั้งซากกองมูลสัตว์ที่กองสูงเป็นเ
