ฟาร์มเลี้ยงไก่
ปัจจุบัน กระแสความนิยมบริโภคไก่พื้นเมือง เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองรุ่นใหม่ที่มีการเติบโต แข็งแรง ปราศจากการใช้ยาปฏิชีวนะ และฮอร์โมน ตลอดกระบวนการเลี้ยง เพราะปล่อยให้ไก่เติบโตธรรมชาติ ในลักษณะ “ไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ” เนื้อไก่มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม หวาน หอม นำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ความจริง “ไก่ตะเภาทอง” เป็นที่รู้จักในหมู่เกษตรกรไทยมานานกว่า 200 ปีแล้ว โดยไก่สายพันธุ์นี้ มีต้นกำเนิดมาจาก “ไก่พันธุ์เซี่ยงไฮ้” ซึ่งเป็นไก่พันธุ์พื้นเมืองของจีน คาดว่า พ่อค้าจีนเลี้ยงไก่พันธุ์นี้ไว้บนเรือสำเภาเพื่อเป็นอาหารระหว่างการเดินทางมาค้าขายกับประเทศไทย ต่อมามีการกระจายพันธุ์ไก่สู่เกษตรกรไทยที่พักพักอาศัยแถบชายฝั่งทะเล โดยเกษตรกรไทยเรียกไก่กันติดปากว่า “ ไก่ตะเภา ” ลักษณะตามธรรมชาติของ “ ไก่เซี่ยงไฮ้ ”มีหงอนจักร ตัวใหญ่ ขนฟู ต่อมาเกิดการผสมพันธุ์กับไก่พื้นเมืองของไทยหลายชั่วรุ่น จนเกิดการพัฒนาสายพันธุ์แท้ขึ้นมา โดยมีลักษณะหงอนหินเหมือนกับไก่พื้นเมืองของไทย
“ ไก่ ” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย การผลิตไก่เนื้อของไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมีการขยายตลาดส่งออกเป็นหลัก ประกอบกับการเติบโตของตลาดในประเทศ และต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เป็นต้น ไก่เนื้อ “ไก่เนื้อ” หรือ “ ไก่กระทง ” เป็นสายพันธุ์ไก่เชิงพาณิชย์ ที่เน้นผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด แต่มีต้นทุนต่ำสุด ไก่เนื้อส่วนใหญ่ถูกนำเข้าสายพันธุ์มาจากบริษัทเอกชนผู้จำหน่ายสายพันธุ์สัตว์ในซีกโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เนื้อที่โตเร็ว กินอาหารได้มาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงสั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จับไก่ออกขายได้แล้ว ราคาไก่เนื้อไม่สูงนัก ผู้เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะว่าต้นทุนการผลิตต่ำ ปัจจุบัน ไก่เนื้อ 1 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 30-35 วัน เลี้ยงด้วยอาหารไก่กระทงอย่างเต็มที่ เมื่อครบกำหนดสามารถจับไก่ออกขาย จะได้น้ำหนักตัวเฉลี่ยตัวละประมาณ 1.8-2 ก.ก. โดยอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (FCR )จะอยู่ที่ประมาณ 1.65-1.8 ก.ก. เนื่องจาก ไก่เนื้อที
