ภูฏาน
ท่ามกลางกระแสโลกที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงอาหารที่ปลอดภัย แต่ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และเรื่องราวเบื้องหลังของวัตถุดิบ ประเทศเล็กๆ บนเทือกเขาหิมาลัยอย่าง “ภูฏาน” กลับกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก แม้จะมีพื้นที่เกษตรไม่มาก ไม่ได้ผลิตสินค้าในปริมาณมหาศาล และไม่ได้แข่งขันด้วยต้นทุนต่ำ แต่กลับสามารถสร้างมูลค่าให้สินค้าเกษตรได้อย่างน่าทึ่ง เพราะสิ่งที่ภูฏานนำเสนอไม่ใช่เพียงผัก ผลไม้ หรือข้าวอินทรีย์ หากเป็นวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ความสมดุลของระบบนิเวศ และปรัชญาความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness : GNH) ที่หล่อหลอมอยู่ในทุกขั้นตอนของการผลิต อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก Gourmand Awards ต่อเนื่องกว่า 20 ปี รวม 27 รางวัล และผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” ถ่ายทอดมุมมองจากการศึกษาแนวทางของภูฏานว่า ประเทศแห่งนี้กำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การเกษตรสามารถสร้างคุณค่ามากกว่าการผลิตอาหาร หากสามารถเชื่อมโย
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ไทย-ภูฏาน ได้ประกาศเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายเจรจาให้เสร็จภายในปี 2568 ซึ่งการทำ FTA จะช่วยสร้างศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทย เพราะจะมีการลด/เลิกการเก็บภาษีศุลกากร และมาตรการที่มิใช่ภาษี มีการอำนวยความสะดวกทางการค้า และลดอุปสรรคทางการค้า ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า ทำให้การค้า 2 ฝ่ายขยายตัวมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ และประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ “ไทยถือเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญลำดับต้นของภูฏาน และสินค้าไทยก็เป็นที่ชื่นชอบของชาวภูฏานเป็นอย่างมาก ซึ่ง FTA ไทย-ภูฏาน จะช่วยให้ชาวภูฏานเข้าถึงสินค้าไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านการลดอุปสรรคทางการค้าทั้งมาตรการภาษีและที่มิใช่ภาษี และเป็นกลไกส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศ บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว โดยในห้วงปี 2566 การค้าระหว่างไทยและภูฏาน มีมูลค่า 640.23 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปภูฏาน มูลค่า 638.03 ล้านบาท และไทยนำเข้าจากภูฏาน มูลค่า 2.20 ล้านบาท ซึ่งในช่วง
