มทร.พระนคร
งาน Sustainability Expo (SX2024) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” มีเครือข่ายพันธมิตรจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมแสดงพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน มีการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกใบนี้ สำหรับการจัดงาน Sustainability Expo (SX2024) ในปีนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร ) ได้นำเสนอแนวคิด การพัฒนาสังคมควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ให้เกิดความมั่งคงและยั่งยืนไปพร้อมกับการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนผู้สูงอายุได้มีงานทำและมีรายได้ โดยการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรคือ ใบแห้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก รองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตเกษตรกรนาแห้ว อ.ศรีประจันต์ ภายใต้โครงการ “ ใบแห้ว ราชมงคล ” ” แห้วสุพรรณ ” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI )
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนตื่นตัวในด้านสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม Social Distance ในชีวิตวิถีใหม่ยุค New Normal จึงมีการปรับพฤติกรรมในการเข้าไปใช้บริการในร้านอาหาร ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข สอดคล้องกับงานวิจัยของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการศึกษาพฤติกรรมการปรับตัวของผู้เข้ารับบริการร้านอาหารสำหรับออกแบบและพัฒนาต้นแบบร้านอาหารวิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง New Normal เพื่อสร้างมาตรฐานของการเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับผู้ใช้บริการร้านอาหาร โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นองค์กรสำคัญของรัฐ ในการสนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ สามารถใช้เป็นองค์ความรู้นำไปปรับใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เสริมศักยภาพด้านการผลิตในภาคส่ว
“อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยโดยใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาลในประเทศและส่งออกสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศนับหมื่นล้านบาท การนำอ้อยมาใช้ประโยชน์ต่างๆ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย 2 วิธี คือ ใช้แรงงานคนและใช้รถตัดอ้อย หลังเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาล มักมีเศษซากใบอ้อยที่ประกอบด้วยส่วนของใบ กาบใบ และยอดอ้อยที่เหลือจากการมัดอ้อยอยู่ประมาณ 1-2 ตันต่อไร่ ที่ผ่านมาเกษตรกรนิยมเผาใบอ้อยและซากอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อให้การเตรียมดินปลูกอ้อยในรอบต่อไปทำได้ง่าย วช. ให้ทุนวิจัย “มทร.พระนคร” แปรรูปใบอ้อยแทนการเผา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตระหนักถึงปัญหาการเผาอ้อย ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รุนแรงขึ้นในช่วงอากาศแล้งและมีปริมาณฝนน้อย เนื่องจากการชะล้างฝุ่นละอองเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งการเผาเศษอ้อย 1 ตันก่อให้เกิดฝุ่นละออง 2-14 กิโลกรัม และก๊าซพิษอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการท้าทายไทยเพื่อจัดการความรู้เพื่อใช้ประโยชน
“อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยโดยใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาลในประเทศและส่งออกสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศนับหมื่นล้านบาท การนำอ้อยมาใช้ประโยชน์ต่างๆ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย 2 วิธี คือ ใช้แรงงานคนและใช้รถตัดอ้อย หลังเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาล มักมีเศษซากใบอ้อยที่ประกอบด้วยส่วนของใบ กาบใบ และยอดอ้อยที่เหลือจากการมัดอ้อยอยู่ประมาณ 1-2 ตันต่อไร่ ที่ผ่านมาเกษตรกรนิยมเผาใบอ้อยและซากอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อให้การเตรียมดินปลูกอ้อยในรอบต่อไปทำได้ง่าย วช. ให้ทุนวิจัย “มทร.พระนคร” แปรรูปใบอ้อยแทนการเผา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตระหนักถึงปัญหาการเผาอ้อย ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รุนแรงขึ้นในช่วงอากาศแล้งและมีปริมาณฝนน้อย เนื่องจากการชะล้างฝุ่นละอองเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งการเผาเศษอ้อย 1 ตันก่อให้เกิดฝุ่นละออง 2-14 กิโลกรัม และก๊าซพิษอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการท้าทายไทยเพื่อจัดการความรู้เพื่อใช้ประโยชน
การเผาอ้อยหรือใบไม้แห้ง เป็นส่วนหนึ่งซึ่งทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ โดยเฉพาะการเกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 โดยปัญหานี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นในช่วงที่อากาศแล้งและมีปริมาณฝนน้อย เนื่องจากการชะล้างฝุ่นละอองเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก จากปัญหาดังกล่าว ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ตระหนักถึงปัญหาของของจากการเผาอ้อย เพราะการเผาอ้อยในแต่ละครั้งสร้างมลพิษและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการท้าทายไทยเพื่อจัดการความรู้เพื่อใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ประจำปี 2564 แก่เรื่อง “การพัฒนากระบวนการแปรสภาพเส้นใยจากใบอ้อย เพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ สิ่งทอตามแนวคิดนิเวศเศรษฐกิจ” โดยมีดร.ศรัณย์ จันทร์แก้ว อาจารย์คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อให้แก้ปัญหาการเผาอ้อยในพื้นที่ด้วยการถ่ายทอดเ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบ สอบเทียบและการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ซึ่งจัดออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น ZOOM เพื่อสอดคล้องกับนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยมี นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นผู้แทนลงนาม ณ ห้องประชุมอัครเมธี อาคาร ดร.ตั้ว ลพานุกรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) เปิดเผยหลังการลงนามว่าความร่วมมือฯครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูล บริการทดสอบและสอบเทียบ โดยการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure : NQI) พร้อมต่อย
ประเทศไทย มีการทอผ้าเป็นอาชีพจำนวนมากในพื้นที่ภาคอีสาน รองลงมาคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ชาวบ้านนอกจากทอผ้าขายแล้ว ยังผลิตเครื่องทอผ้าพื้นเมืองจำหน่ายให้กับผู้ทอผ้าในท้องถิ่นอื่นๆ โดยเครื่องทอผ้าที่ผลิตขึ้นจะมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ เครื่องทอผ้ากี่ธรรมดา กับเครื่องทอผ้ากี่กระตุก ในปัจจุบัน เครื่องทอผ้าสามารถพัฒนาได้มากสุด 30-80 ตะกอ เครื่องทอผ้าแต่ละแบบผู้ทอจะเลือกใช้ตามความถนัดของผู้ทอ ผ้าทอประเภทผ้าพื้นส่วนมากจะใช้วิธีการทอด้วยเครื่องทอกี่กระตุก ส่วนผ้าทอที่มีลักษณะของการสร้างลวดลายหรือถักลายบนพื้นผ้าจะใช้เครื่องทอผ้าแบบธรรมดา แต่ละครั้งสามารถทอได้ความยาวเพียง 3 เมตร ต่อวัน กับหน้าผ้ากว้างที่ 60 เซนติเมตร เมื่อนั่งทำงานไปนานๆ ผู้ทอจะเกิดความเมื่อยล้าของร่างกาย เนื่องจากจะต้องนั่งตัวตรง และเกร็งลำตัวเพื่อให้เกิดแรงส่งไปที่แขนและมือ รวมทั้งจะต้องออกแรงที่ขาและเท้าสำหรับเยียบตะกอ ทำให้เกิดความเมื่อยล้า หากทอผ้าที่มีลวดลายพิเศษจะต้องใช้สายตาในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อชุมชนสังคม
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รับรางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่น สาขาธุรกิจภาคเอกชน” ในฐานะเป็นศิษย์เก่าสาขาวิชาการบัญชี ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยฯ ครบรอบ 15 ปี โดยมี รศ. สุภัทรา โกไศยกานนท์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ประธานในพิธีเป็นผู้มอบ และมี นายเรืองศักดิ์ เตียเอี่ยมดี ร่วมด้วย ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เขตดุสิต กรุงเทพฯ
รศ. สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร เปิดเผยว่า มทร.พระนครจะจัดโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการผลักดันแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยระยะ 15 ปี ระหว่างวันที่ 1-2 กันยายนนี้ ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้วางเป้าหมายความสำเร็จในการพัฒนาแผนกลยุทธ์ทุกระยะ 5 ปี และเพื่อปรับปรุงส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยพ.ศ. 2560-2564 ก้าวสู่เป็นมหาวิทยาลัยดิจิตอล และเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ พ.ศ. 2565-2569 ติดอันดับ 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีระดับประเทศ พ.ศ. 2570-2574 ติดอันดับ 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีระดับอาเซียน อธิการบดี มทร.พระนคร กล่าวอีกว่า ในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย ดังกล่าว มหาวิทยาลัยได้วางแผนยุทธศาสตร์ระยะ 15 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2560-2574 ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนา การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐานสากล ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานวิจัยและพัฒนา ยุทธศาสตร์ ที่ 3 ส่งเสริมการให้บริการวิชาการและพัฒนาอาชีพอย่างมีคุณภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4
