มทร.อีสาน-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด ทำให้มี “ฟางข้าว” ซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดผลกระทบจากการจัดการด้วยวิธีการเผา จากแนวคิดนี้ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงได้หาแนวทางบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ฯ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากการนำไปใช้ในงานปศุสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก ทำเชื้อเพลิงชีวมวล รวมถึงงานวิจัย ‘นวัตกรรมเส้นใยฟางข้าวผสมเส้นใยจากรังไหม สู่การพัฒนาสิ่งทอเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ กรณีศึกษาตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์’ ซึ่งมาจากการบูรณาการของทีมคณาจารย์ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและเลี้ยงไหม ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ และกลุ่มสตรีทอผ้าฝ้าย ตำบลทับน้อย อำเภอรัตนบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรทอผ้า จังหวัดสุรินทร์ สยามคูโบต้าเกิดแรงบันดาลใจที่ต้องการให้แนวคิดนี้เกิดเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน จึงจับมือ เกรฮาวด์ ออริจินัล เปิดตัวแคมเปญ KUBOTA x GREYHOUND ORIGINAL PRESENT “Turn waste to Agri-Wear” ต่อยอ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) นำทีมนักวิทยาศาสตร์และอาจารย์มหาวิทยาลัยลงพื้นที่ ตำบลตูม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หารืองานวิจัยต่อยอดให้แก่ วิสาหกิจชุมชน (วสช.) ภูชีวกะ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชนด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวง อว. นำโดย ดร.กาญจนา ธรรมนู ดร.บัวบาล กัวประเสริฐ และ ดร.วราภรณ์ ตัณฑนุช พร้อมด้วย ดร.วีรวัตร นามานุศาสตร์ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจ และเวลเนสซิตี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ลงพื้นที่ ตำบลตูม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อหารืองานวิจัยร่วมกับ นางสาวชลธิชา ชัยณวัฒน์ ประธานวิสาหกิจชุมชน (วสช.) ภูชีวกะ พร้อมด้วย นายภูเดช ลาชมภู ที่ปรึกษาด้านพลังงานและโครงการ และร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนสู่ชุมชนด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน สำหรับวิสาหกิจชุมชน ภูชีวกะ
วันที่ 9 สิงหาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ จัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 หรือ Thailand Research Expo 2023 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนงานวิจัย สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างไทยยั่งยืน” โดยมุ่งให้เกิดการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นเวทีสำคัญอีกเวทีหนึ่งในการนำเสนอผลงานวิจัยสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 18 ซึ่งผลงานวิจัยที่ได้คิดค้นและนำมาจัดแสดง เรื่อง โครงการระบบสมาร์ทฟาร์มและระบบอัตโนมัติสำหรับการเพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ตำบลบัวเงิน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ภายใต้ชุดโครงการ การพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน โดย ดร.วิทยา ชำนาญไพร หัวหน้าโครงการวิจัย สังกัด คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะนักวิจัย จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จัดแสดงในระหว่างวันที่ 7 – 11 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุมชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเต
จากฟูเซลแอลกอฮอล์ในเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย วช. มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงรองรับการปรับตัวของภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างเช่น การสนับสนุนทุนวิจัยในปี 2563 ให้กับโครงการวิจัย “การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากฟูเซลแอลกอฮอล์ที่ได้จากโรงงานเอทานอล” ซึ่งมี “ รองศาสตราจารย์ ดร. อาทิตย์ อัศวสุขี” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นหัวหน้าโครงการ โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นแนวทางใหม่สำหรับการผลิตน้ำมันไบโอเจ็ต โดยใช้ผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่จากกระบวนการหมักวัสดุทางการเกษตร เพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ ในปี 2565 วช.ยังได้สนับสนุนให้งา
