มนัญญา
มนัญญา ลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรยางตลาด มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับสหกรณ์ต้นแบบ และร่วมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรตามโครงการแปรรูปสินค้าเกษตร นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตรวจราชการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรยางตลาด จำกัด พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ สหกรณ์การเกษตรยางตลาด จำกัด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับสหกรณ์การเกษตรคำม่วง จำกัด ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการคัดเลือกสหกรณ์ต้นแบบในการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจด้วยระบบสหกรณ์ ระดับประเทศ ประจำปี 2564 มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหนองห้าง จำกัด ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่นในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ระดับเขตตรวจราชการกรม ที่ 10,11 และ 12 ประจำปี 2564 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับนางสีสุพัน อุทรักษ์ เกษตรกรดีเด่น สาขา “เกษตรอินทรีย์ดีเด่น” นายสมบัติ สารพัฒน
อย่าโกงนมเด็ก “มนัญญา”สุดทน เรียกสอบด่วน นมโรงเรียนทั่วประเทศ เผย ถูกร้องเรียนที่ จ.ระยอง 17 โรงเรียน นมยังไม่ถึงเด็กตั้งแต่เทอมแรก เดือนพฤษภาคม เกิดปัญหาเรื่องนมโรงเรียนของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดระยอง ผู้ประกอบการไม่ยอมทำสัญญาซื้อขาย ผลจึงตกมาที่เด็กไม่ได้รับนม ซึ่งเริ่มต้นด้วยอนุกรรมการ และเลขานุการ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็ก และเยาวชนกลุ่มที่ 2 ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ นม 0008/1943 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ถึงประธานคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม(นม) โรงเรียน ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาการจัดทำสัญญาซื้อขายนมโรงเรียนของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดระยอง เนื่องจากได้รับแจ้งว่าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง ได้รับการประสานจากศึกษาธิการจังหวัดระยอง ขอให้ประสานกับผู้ประกอบการที่ได้รับจัดสรรสิทธิการจำหน่าย(นม)โรงเรียน ปีการศึกษา 2564 (ธวัชฟาร์ม) และหน่วยจัดซื้อ(โรงเรียนเอกชน 17 แห่ง) ที่ยังไม่ได้จัดทำสัญญาซื้อขายอาหารเสริม(นม) โรงเรียน ให้มาดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขาย ซึ่งจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง ยังไม่สาม
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยว่า ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ถังเก็บสารเคมีระเบิดภายใน บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด นั้น มีผู้ที่อยู่ในระบบสหกรณ์หรือไม่ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์ของนิติบุคคลต่างๆ เพื่อที่จะได้นำมาวางแผนการช่วยเหลือในระยะต่อไป เนื่องจากบางส่วนได้รับผลกระทบทางบ้านเรือนและอาชีพ จะเดือดร้อนเพิ่มขึ้นจากภาวะปัจจุบันที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 อยู่แล้ว “ให้กรมไปสำรวจว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้เราจะมีช่องทางใดช่วยเหลือได้เพิ่มเติมจากระบบที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลืออยู่ ซึ่งอาจมีบางส่วนที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ มีภาระเงินกู้กับสหกรณ์หรือไม่ จะได้นำมาหาทางช่วยเหลือกัน หรือกรณีพืชผลทางการเกษตร บ่อปลาได้รับผลกระทบ กระทรวงเกษตรฯ ก็จะได้มีมาตรการช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตาม ในความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์นำข้าวสาร และนมสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ไปให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนต่อไป” นางสาวมนัญญา กล่าว ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายกับกรมวิชาการเกษตร (กวก.) ไปหารือกับคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการส่งเสริมการปลูกพืชกัญชง และกัญชา ภายหลังที่กฎกระทรวงสาธารณสุขมีผลบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จะได้แนวปฏิบัติออกมาเพื่อให้ประชาชนที่สนใจจะปลูกรับทราบ ภายใต้การกำกับของ อย. และมีกรมวิชาการเกษตรเป็นพี่เลี้ยงทางด้านวิชาการ “แนวปฏิบัติดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้า และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ การขออนุญาตปลูก การตรวจแปลง การตรวจสารยาในเมล็ด ไปจนถึงการจับคู่รับซื้อผลผลิตทั้งหมด จนถึงกระบวนการแปรรูป เนื่องจากเป็นพืชควบคุม ทั้งนี้ จะส่งผลให้ประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะปลูกสามารถที่จะยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตได้ที่คณะกรรมการระดับจังหวัด เพราะรัฐบาลต้องการให้นโยบายที่ออกมาสร้างอานิสงค์ทั้งการสร้างงาน และการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ภายใต้กำกับของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” รมช.เกษตรฯ กล่าว ทั้งนี้แนวปฏิบัติประกอบด้วย 1. การนำเข้าเมล็ดพันธุ์ และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรจะเร่งด
เปิดตัวศูนย์สินค้าเกษตรภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดและเป็นการสร้างโอกาสที่ดีที่จะทำให้ธุรกิจมีการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันเกษตรกร เกษตรกรเครือข่ายและผู้ประกอบการ จากกรณีที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีนโยบายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่ได้คุณภาพมาตรฐานและให้ใช้หลักการตลาด นำการผลิต ผลิตพืชผักผลไม้และสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดส่งผลให้ศูนย์กลางสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุด บริหารโดยชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด ทำธุรกิจรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรโดยเริ่มต้นจากการหาตลาดในกลุ่มของห้างโมเดิร์นเทรด และหาเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในภาคเหนือเพื่อเป็นแหล่งผลิตผักและผลไม้ที่มีคุณภาพมาป้อนตลาดได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคด้วยดี ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเปิดรับผลผลิตจากทางสหกรณ์ไม่จำกัด โดยขอให้อยู่ในเงื่อนไข คือ สินค้าดี มีคุณภาพ เป็นการสร้างตลาดให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน นางสาวภัทราวดี ดวงติ๊บ ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการพบปะสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าพร้อมที่จะเปิดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศ ต่อข้อกังวลในเรื่องผลกระทบของการออกร่างกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในพ.ร.บ สหกรณ์ 2542 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ สหกรณ์ 2562 ซึ่งร่างดังกล่าว คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อ 6 ตุลาคม 2563 ขณะนี้ร่างอยู่ระหว่างหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดอยากให้มาแสดงความเห็นเพื่อให้จบภายในรัฐบาลนี้ที่ได้ร่วมกันทำงานมาตั้งแต่ต้น เพื่อช่วยกันสร้างความแข็งแรงให้ระบบสหกรณ์ก่อนที่ครบกำหนด พฤษภาคม 2564 “ขอให้สมาชิกไปหารือกันเองในสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ว่าจะมาหารือพร้อมกันที่กระทรวงเกษตรเมื่อไหร่ ซึ่งดิฉันพร้อมทุกที่ไม่เคยหลบหรือหนีปัญหา เพราะก่อนหน้าท่านไปคุยกันเอง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการยื่นหนังสือถึงดิฉัน อย่างไรก็ตาม เบี้องต้นได้ให้นโยบายไปว่ากรณีการตั้งค่าเผื่อหนี้สูญที่เกรงว่าจะกระทบกับการบริหารธุรกรรมทางการเงินของท่าน ก็ได้ให้ขยายเวลาออ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรทำรายละเอียดในการปลดล็อคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรตามภูมิปัญญาไทยที่ถูกคุมไว้ในบัญชีวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือ วอ.2 เช่น สะเดา หรือจุลชีพของไทย มาอยู่ใน วอ.1 ทำให้เกษตรกรที่ประสงค์จะใช้เพียงแต่แจ้งกรมวิชาการเกษตรเพื่อทราบเท่านั้น ทั้งนี้เพราะต้องการให้ภูมิปัญญาไทยสามารถมาเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้ไทยเป็นครัวของโลกได้ โดยไม่ต้อง พี่งพิงกับสารเคมีกำจัดแมลงที่นำเข้าเพียงทางเดียว รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า การกำหนดให้สารชีวภัณฑ์ และสารอินทรีย์ ที่ใช้ทางการเกษตรในบัญชีบัญชี วอ.2 มาเป็น วอ.1 จะเป็นการเปิดทางเบื้องต้นเพื่อให้เกษตรกร ประชาชนหรือคนไทยทั่วไปและคนรุ่นใหม่ๆ สามารถที่จะคิดค้น หรือพัฒนาสูตรต่างๆทางการเกษตรหรือ สารอินทรีย์หรือสารชีวภัณฑ์เพื่อใช้ในแปลงเกษตรกร ได้เพิ่มชนิดมีความหลากหลายมากขึ้น และเพื่อลดความกังวลของเกษตรกรที่มีการผลิตสารกำจัดแมลงเพื่อใช้กันเองในครัวเรือนหรือเป็นการทั่วไปโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎหมายตามพรบ.วัตถุอันตราย อย่างไรก็ตามกรณีสารตาม วอ.2 หากต้องการผลิตเพื่อการค้าให้มีการขึ้นทะเบียนและแจ้งการ
“มนัญญา” ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออกที่กำลังเริ่มทยอยออกสู่ตลาด คาดผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ประเมินผลกระทบไวรัส-โควิด 19 อาจทำให้การส่งออกผลไม้ไปจีนลดลง เผยเตรียมมาตรการรับมือใช้กลไกสหกรณ์ร่วมกันระบายผลผลิตสู่ตลาดในประเทศ พร้อมทำข้อตกลงกับห้างโมเดิร์นเทรดรับซื้อ ผลไม้คุณภาพจากสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ประชุมหารือกับตัวแทนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่รวบรวมผลไม้ 79 แห่ง 29 จังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการระบายผลผลิตสู่ตลาด ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์โรคไวรัสโควิด -19 แพร่ระบาดหนักในประเทศจีนและอีกหลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด และลำไย แต่ละปีทางประเทศจีนมีปริมาณการสั่งซื้อผลไม้เหล่านี้จากไทยจำนวนมาก ดังนั้น ต้องกระตุ้นการบริโภคผลไม้ภายในประเทศให้มากขึ้น โดยจะใช้เครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศเป็นกลไกในการระบายผลไม้สู่ตลาดในทุกพื้นที่และเข้าถึงผู้บริโภค
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตร กรป.กลางมะปรางมันปัตตานี จำกัด ตำบลช้างไห้ตก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยมี นางรอชนานี สันหมุด สหกรณ์จังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดปัตตานี บุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดปัตตานี คณะกรรมการสหกรณ์และสมาชิก ให้การต้อนรับ สหกรณ์การเกษตร กรป.กลางมะปรางมันปัตตานี จำกัด สมาชิก 556 คน ทุนดำเนินงาน 21,570,448 บาท ดำเนินงาน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเงินรับฝากจากสมาชิก ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย และธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสด โดยเป็นกลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่ยางพารา (Mega Farm Enterprise) โดยได้ดำเนินธุรกิจรวบรวมน้ำยางสด และยางก้อนถ้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิก และเกษตรกรอีกทางหนึ่ง ในปี 2562 มีสมาชิกร่วมโครงการแปลงใหญ่ยางพารา 157 ราย เนื้อที่ 1,300 ไร่ ปริมาณการรวบรวม จำนวน 22.173 ตัน ซึ่งการทำแปลงใหญ่ยางพารา ช่วยให้เกษตรกรได้รวมกลุ่มกันผลิตยางพาราและรวบรวมผลผลิตจำหน่ายสู่ตลาด ช่วยลด
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตรว่าต้องการให้มีการช่วยเหลืออย่างไรหลังมีการแบน 3 สารเคมี เพื่อจะได้นำมาเป็นชุดช่วยเหลือเกษตรกรสำหรับการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งเบื้องต้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานว่า เตรียมผลักดันให้สหกรณ์จัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อให้บริการสมาชิกในราคาถูก ซึ่งจะทำรายละเอียดเพื่อเสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี “ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด เดี๋ยวดิฉันจะเร่งดู แล้วเสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ทันที ว่าจะใช้งบจากไหน เท่าไร โดยยอมรับว่าการเลิกใช้ 3 สาร เกษตรกรอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่สามารถทำได้และจะต้องเริ่มทำเพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภคและลดการป่วยของคนไทย” นางสาวมนัญญา กล่าว นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติแบน 3 สารเคมี 1 เดือน ได้ให้ทีมเจ้าหน้าที่ กสส. ลงสอบถามสหกรณ์ถึงความต้องการของสมาชิกสหกรณ์ หากมีการแบน 3 สาร ซึ่งต้องเตรียมล่วงหน้า ไม่ว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย
