มมส.
มมส เร่งผลิต “ข้าวเหนียวหมูย่าง สเตอริไลซ์” พร้อมรับประทาน เก็บได้นาน 2 ปี ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมส่งมอบพี่น้องชาวอุบล กินอาหารที่คุ้นเคยสร้างพลังใจสู้ชีวิต ที่ห้องปฏิบัติการภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์ ดร.อัศวิน อมรสิน อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมลูกศิษย์ กำลังเร่งผลิต “ข้าวเหนียวหมู่ย่าง สเตอริไลซ์” จำนวน 2,000 ชุด ภายใต้โลโก้ “กล่องข้าวน้อยให้แม่” เพื่อเตรียมนำส่งประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี ในวันพรุ่งนี้ 16 กันยายน 62 โดยกรรมวิธีการผลิตก็เหมือนกับการทำกับข้าวทั่วไป คือ นึ่งข้าวเหนียว ย่างหมู หั่นหมูเป็นชิ้น จากนั้นบรรจุข้าวเหนียวและหมูย่างใส่บรรจุภัณฑ์ ซีลปิดปากถุง เข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อ สเตอริไลซ์ และติดสติ๊กเกอร์เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะเตรียมส่งถึงมือผู้รับ อาจารย์ ดร.อัศวิน อมรสิน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทำ “กล่องข้าวน้อยให้แม่” หรือข้าวเหนียวหมูย่างสเตอริไลซ์ มาจากติดตามข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีที่ปีน
ศ.ดร. สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) กล่าวในการเป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการบริหารจัดการขยะภายใน มมส ว่า การลดปริมาณขยะและแก้ปัญหาขยะล้นเมืองจะสำเร็จไม่ได้หากให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนภายในมหาวิทยาลัยต้องเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน “เน้นการลด คัดแยก และนำกลับมาใช้ใหม่ด้วยหลักการ 3 R ได้แก่ R : Reduce คือลดการใช้, R : Reuse คือใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด และ R : Recycle คือการนำหรือเลือกใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะสร้างระบบบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและจะนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ปัญหาและแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป” อธิการบดี มมส กล่าว ด้าน ผศ.ดร. ธีรยุทธ ชาติชนะยืนยง รองอธิการบดีฝ่ายอำนวยการ มมส เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน มมส มีปริมาณขยะเกิดขึ้น 4-6 ตัน/วัน และเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัด ทั้งยังประสบปัญหาสถานที่รับกำจัดขยะล้น ไม่สามารถรองรับปริมาณขยะมูลฝอยได้ทั้งจังหวัด ด้วยเหตุนี้ กองอาคารสถานที่ มมส ได้ดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะภายในมหาวิทยาล
จากปัญหาราคาข้าวตกต่ำในช่วงต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปีคือเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ราคาตันละประมาณ 5,000-6,000 บาท ผลผลิตเฉลี่ย 500 กิโลกรัม/ไร่ หรือคิดเป็นเงิน 2,500-3,000 บาท/ไร่ ซึ่งรายได้ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตด้วยซ้ำไป ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน จากปัญหาดังกล่าวสำนักงานเกษตรอำเภอกันทรวิชัย โดย คุณอำพน ศิริคำ เกษตรอำเภอกันทรวิชัย เห็นว่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) มีนิสิตและคณาจารย์กว่า 35,000 คน หากมาสนับสนุนด้านการตลาดจะช่วยเหลือชาวนาได้มาก ดังนั้น จึงได้นำคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และชาวนาชั้นนำ เข้าพบ ศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อหารือการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ คุณอำพน กล่าวว่า ฤดูการผลิตข้าวนาปี 2559/2560 มีผลผลิตออกสู่ตลาดค่อนข้างมาก และเป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางว่า ผลผลิตข้าวโดยรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศอยู่ในระดับดีมาก ส่งผลให้ราคาข้าวตกต่ำ คาดว่าจะมีผลผลิตทั้งประเทศราว 30 ล้านตัน ในส่วนของอำเภอกันทรวิชัย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 172,000 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 83,000 ตัน ใช้เพื่อบริโภคและเก็บไว้ทำพันธุ์ใ
