มลพิษทางอากาศ
“มลพิษทางอากาศ” โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่ประกอบด้วย ฝุ่นละออง เชื้อโรค หรือสารมลพิษอื่นๆ ซึ่งเป็นสารแขวนลอยในอากาศที่มีขนาดเล็กจนไม่สามารถถูกดักจับโดยขนจมูกได้ มีลักษณะเป็นของแข็งหรือของเหลวที่ฟุ้งกระจายในบรรยากาศ อนุภาคเหล่านี้สามารถมองเห็นได้ในลักษณะคล้ายหมอกหรือควัน โดยส่วนใหญ่ ฝุ่น PM 2.5 เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การเผาไหม้จากเครื่องยนต์ดีเซล โรงงานอุตสาหกรรม การเผาไหม้ในที่โล่งจากการเกษตร รวมถึงไอเสียจากรถยนต์ ฝุ่น ควันดำ และภัยธรรมชาติอย่างไฟป่าและภูเขาไฟระเบิด ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 มีความรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น การระคายเคืองต่อดวงตาและจมูก การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และความเหี่ยวย่นของผิวพรรณในระยะยาว นอกจากนี้ PM 2.5 ยังสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจและกระจายไปยังอวัยวะภายใน ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหอบหืด ในประเทศไทยการประเมินคุณภาพอากาศใช้ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปริมาณของ PM 2.5 กำหนดไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และ 10 ไม
อากาศปิด 2 ช่วง 6-8 ก.พ. กับ 13-15 ก.พ. กทม. เตรียมแผนรับมือ ฝุ่นพิษ อีกระลอก นำเครื่องบินเล็กฉีดพ่นละอองน้ำทุกชั่วโมง เพิ่มเส้นทางการบินครอบคลุมพื้นที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ฝุ่นพิษ / เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. แถลงผลภายหลังเป็นประธานประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ครั้งที่ 3 ว่า ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (พีเอ็ม 2.5) สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้รายงานในที่ประชุมถึงสถานการณ์คุณภาพอากาศตลอด 4-5 วัน ภายหลัง กทม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแผนปฏิบัติการแก้มลพิษทางอากาศ พบช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ยังมีค่าไม่คงที่ บางวันมีค่าสูงและต่ำกว่ามาตรฐาน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน สำหรับวันนี้พบมีค่าฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น จากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ ซึ่งอยู่ในระดับสีส้ม ได้แก่ บริเวณเขตบางเขน มีค่า 55 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อ ลบ.ม.) ส่วนพื้นที่อื่นพบมีค่าฝุ่นละอองต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก. ต่อ ลบ.ม. พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แจ้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม เว็บไซต์ airvisual.com รายงานสภาพปริมาณมลพิษทางอากาศโดยใช้หน่วย AQI ประมวลผลในช่วงเวลา 16.17 พบว่า กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยอยู่ใน อันดับ 8 โดยมีคะแนนเท่ากับ Dhaka บังกลาเทศ ขณะที่มุมไบ อินเดียนั้นยังครองอันดับเมืองมลพิษทางอากาศเป็น อันดับที่ 1 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในช่วงเวลา 15.40 น. พบว่า กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงประเทศไทย ขึ้นมาอยู่ใน อันดับที่ 5 สำหรับเมืองที่มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด จากช่วงเช้าที่อยู่ในอันดับ 9 ซึ่งมีค่า AQI อยู่ที่ 167 ขณะที่ เชียงใหม่ อีกหนึ่งเมืองใหญ่ของไทยเองก็ติด อันดับ 11 ของโลกเช่นกัน โดยมีค่า มีค่า AQI อยู่ที่ 151 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับน่าเป็นห่วงเช่นกัน
วันที่ 9 ส.ค. น.ส.จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่ากรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประมวลค่าเฉลี่ยของความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 19 จุดใน 14 เมืองทั่วประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 พบค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ PM 2.5 ทั้ง 14 เมืองเกินค่าความปลอดภัยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก “ความเข้มข้นของ PM2.5 ในเขตเมืองเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษปรับปรุงดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย โดยนำค่าเฉลี่ยของ PM2.5มาใช้ในการคำนวณ (PM2.5 AQI)” น.ส.จริยากล่าวว่ามลพิษทางอากาศเป็นประเด็นการจัดการสิ่งแวดล้อมประการหนึ่งที่รัฐบาลไทยยังล้มเหลวที่จะแก้ไขปัญหา โดยที่ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM 2.5) ยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน การวิเคราะห์ข้อมูลในรายงาน State of Global Air ระบุว่า PM2.5 ก่อให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรประมาณ 37,500 คน ในปี 58 “กลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้สูงอายุ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือ
