มหัศจรรย์ข้าวไทย2024
“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทยมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลและถือเป็นชีวิตจิตใจของคนไทย การทำนาจึงเป็นอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และถือได้ว่าข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญยิ่ง ที่นำรายได้จำนวนมากเข้าสู่ประเทศเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ จะพาไปทำความรู้จักกับชนิดของข้าว ที่นิยมทานกันในบ้านเรา ทั้ง 7 ชนิดว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน แต่ละชนิดให้สัมผัสที่ต่างกัน ทั้งรสชาติและกลิ่น พร้อมแล้วไปสัมผัสข้าวแต่ละชนิดกันได้เลย 1. ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จัดเป็นข้าวนาปี ปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ลักษณะข้าวเปลือกเรียวยาว เมื่อสีเป็นข้าวสารจะได้ข้าวเมล็ดเรียว ยาว ขาวใสเป็นเงา มีท้องไข่น้อย มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย ลักษณะที่สำคัญของข้าวหอมมะลิคือ เมื่อหุงหรือนึ่งสุกแล้วเมล็ดข้าวสุกจะอ่อนนุ่มมากกว่าข้าวเจ้าทั่วไป แต่ร่วนน้อยกว่าและมีกลิ่นหอม เป็นข้าวเจ้าที่มีคุณภาพเมล็ดดีมาก เมล็ดข้าวสารใส แข็งแรง คุณภาพการขัดสีดี ข้าวหอมมะลิเป็นพันธุ์ข้าวที่นิยมบริโภคอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นพันธุ์ข้าวที่สร้างชื่อเสียงให้ข้าวไทยเป
หากพูดถึงเรื่อง “ข้าว” หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นอาหารหลักที่กินกันมาตั้งแต่เกิด แต่จะมีใครรู้บ้างว่าจริงๆ แล้วข้าวมีมากมายหลายสายพันธุ์ นับแค่เฉพาะในประเทศไทยก็มีมากกว่า 20,000 สายพันธุ์เข้าไปแล้ว แต่ทำไมคนไทยถึงได้กินและรู้จักข้าวเพียงไม่กี่สายพันธุ์ และหลายคนมองข้ามความมหัศจรรย์ของข้าวไป บ้างก็เป็นเพราะความเคยชิน บ้างก็เป็นเพราะไม่ทราบจริงๆ ว่า “ข้าว” ยังมีเรื่องมหัศจรรย์ให้เราค้นหาอีกมากมาย ซึ่งเมื่อไม่มีกี่วันมานี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณนพ ธรรมวานิช นักออกแบบผู้คิดค้นโมเดลชิมข้าว โดยคำถามที่เรายิงไปคำถามแรกคือ จากที่ทำงานสายดีไซน์ ทำแอนิเมชันเป็นหลัก แล้วมาเข้าสู่วงการข้าวได้ยังไง? ทางอาจารย์นพ ตอบกลับมาว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่คลาสสิกมาก แต่ก็เชื่อว่าต้องเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้มากๆ เพราะไม่งั้นทุกคนคงไม่รวมใจกันถามคำถามนี้มา “จริงๆ ต้องบอกว่างานหลักที่ผมทำ ผมทำงานด้านดีไซน์ ในหลายมีเดีย ทำทั้งออนไลน์ แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ และงานด้านคอนเทนต์ พอดีมีจังหวะหนึ่งที่เพื่อนของผมได้ไปทำงานด้านวิดีโอและการสื่อสารให้กับโครงการชื่อ Thailand Gastronomy Touri
ในปี 2556 สหภาพยุโรปได้ขึ้นทะเบียน #ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ตราศรีแสงดาว จากจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสินค้าไทยชนิดแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI และเป็นสินค้ารายแรกที่ประสบความสำเร็จ จากการจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าออสเตรีย ซึ่งมีครบทั้งเครื่องหมายรวงข้าวของกรมการค้าต่างประเทศ และเครื่องหมาย GI ของสหภาพยุโรป มีความพร้อมทั้งตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ที่ได้รับรางวัล DEmark ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และเคยได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง Red Dot Design Award รางวัลด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งยังเคยได้รับรางวัล world’s Best Rice Award โดยสถาบันการค้าข้าวโลก (Rice Trader) มาแล้วด้วย ยืนยันได้ถึงคำที่บอก #ข้าวไทยอร่อยที่สุดในโลก เป็นจริงแท้แน่นอน #ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างโรงสีศรีแสงดาวกับชาวนาในพื้นที่ ซึ่งมีการนำนวัตกรรมนาหยอดเข้ามาใช้แทนการทำนาแบบดั้งเดิม มีการศึกษาและพัฒนาร่วมกันจนกระทั่งสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ช่วยให้ชาวนามีผลกำไรมากขึ้น มาแน่! #มหัศจรรย์ข้าวไทย2024 🍚 งานที่มัดรวมข้าว GI สุดแสนหายากจากทุกสารทิศทั่วไทยมาไว้ในงานเดียว พร้
“จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่เราอยากต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย และเราเห็นถึงความสำคัญของวัตถุดิบของไทย” คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนอแบรนด์ที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “Hug Organic” ที่นำของดีในประเทศไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สบู่เหลวและแชมพูจากข้าวหอมมะลิสุรินทร์ (GI) และโลชั่นบำรุงผิวจากข้าวหอมนิลออร์แกนิก เน้นสูตรอ่อนโยนจากส่วนผสมธรรมชาติ 95-100% ปราศจากสารเคมีอันตราย แบรนด์ไทยที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่แกร่งในแนวคิดเพื่อโลกสร้างจุดบริการรีฟิลเพื่อลดขยะจากของใช้ในชีวิตประจำวัน จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Hug Organic เกิดจากการที่เจ้าของแบรนด์อย่าง คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ หรือ ผึ้ง ผู้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ต้องเล่าว่าจุดเริ่มต้นมันเกิดจากที่คุณผึ้งเรียนจบมาจากสาขาวิทยาศาสตร์ทางอาหาร ทำให้เห็นความสำคัญของวัตถุดิบของไทย และเธออยากนำมาแปรรูปต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย นอกจากความชอบและความสนใจในเรื่องวัตถุดิบแล้ว อีกเหตุผลที่คุณผึ้งอยากสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรต่อคนใช้และสิ่งแวดล้อม มาจากสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านป่วยทำให้ช่วงเวลา
งานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 Special Talk ชิมข้าวอย่างไรให้ได้รสชาติ เปิดประสบการณ์ชิมข้าวไทยโดยใช้ประสาทสัมผัส “ดู ดม เคี้ยว อม กลืน” โดย คุณนพ ธรรมวานิช ผู้ออกแบบวิธีชิมข้าวไทย คุณนพ กล่าวว่า ข้าวมักถูกมองว่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ คือสินค้าที่มีลักษณะเหมือนกัน หรือแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะผลิตมาจากแหล่งไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นเราจึงอยากเป็นอีกหนึ่งเสียงเล็กๆ ที่จะทำให้รู้ว่า จริงๆ แล้วข้าวไทยมีความน่าสนใจ น่าค้นหา และมีเสน่ห์มากกว่าที่เราคิด จึงเกิดสิ่งที่เราเรียกว่านามเด็กเล่น หรือเป็นพื้นที่ของคนที่ชอบข้าวขึ้นมา “เราชอบใช้คำนี้ครับว่า ข้าวไทยคุ้นเคยแต่ไม่รู้จัก สมมุติว่าเราอยากจะกินข้าวหรือจะไปสั่งอาหารเราก็ไม่เคยสนใจว่าข้าวที่เราได้มาคือข้าวอะไร หรือเราอยากจะไปซื้อข้าวมาหุงเราก็ไปซื้อมาแล้วเจอข้าวหอมมะลิเต็มไปหมด ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าข้าวที่เห็นต่างกันยังไง เพราะที่ผ่านมาเรากินข้าว แต่เราไม่เคยยกย่องให้ข้าวเป็นพระเอก แต่เราให้ข้าวเป็นเพียงทางผ่านของอาหาร ทั้งที่จริงๆ แล้วประเทศเราบริโภคข้าวเป็นหลัก เราควรจะรู้จักข้าวให้ได้มากกว่านี้หรือเปล่า นี่เป็นคำถาม ที่เราตั้งมาตั้งแต่แรก และนำไ
“ข้าว” ถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเศรษฐกิจสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาอย่างยาวนาน เพราะตั้งแต่เล็กจนโตการได้เห็นทุ่งนาและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการทำนานั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวสำหรับใครหลายๆ คน ที่ได้เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดและสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการปลูกข้าวสร้างรายได้ คุณโอวา -ธนาวัฒน์ จันนิม เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เรียกได้ว่ามีสายเลือดของความเป็นลูกชาวนาอย่างเต็มตัวได้ต่อยอดการทำตลาดข้าวให้กับครอบครัวจนประสบผลสำเร็จ พร้อมกับขยายการผลิตช่วยให้ชุมชนเกิดรายได้ไปพร้อมๆ กัน เปิดเวทีเสวนา ฉบับโอวา ต้นแบบกะเทยขายข้าวออนไลน์ คุณโอวา กล่าวในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 ช่วงเวทีเสวนาเกี่ยวกับเวทีโชว์เคสข้าวไทยว่า เริ่มแรกมองว่าการทำนาของครอบครัวยิ่งทำยิ่งรู้สึกว่ายิ่งจน เพราะครอบครัวเป็นเกษตรกรทำนามาอย่างยาวนาน ทำให้มองว่าสมัยก่อนแม้จะช่วยเหลืองานครอบครัวมากเท่าไร แต่รายได้ก็ไม่มากพอที่จะพาก้าวผ่านความยากจนไปได้ จึงทำให้ในช่วงแรกได้ทิ้งอาชีพเกี่ยวกับการทำนาไป คือการเข้าเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครเข้ามาเรียนและทำงานสร้างรายได้ เมื่อได้เข้าทำงานบริษัทเอกชนอย่างเต็มตัว และอยู่กับงา
ปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่! กับ กิจกรรมกินข้าวเรื่องใหญ่ ชิมเมนูข้าวสุดมหัศจรรย์ กับ Starving Time พบกับการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ “ซูชิ มากิโรล (ข้าวก่ำล้านนา)” โดย เชฟโอ๊ต-หัสนัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล StarvingTime Chef ใน #งานมหัศจรรย์ข้าวไทย2024 กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเชฟโอ๊ตได้สาธิตการทำเมนูซูชิ มากิโรล จากข้าวก่ำล้านนา ตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยเริ่มจากนำข้าวก่ำล้านนาที่หุงเสร็จแล้วมาคลุกเคล้ากับน้ำส้มสายชู ค่อยๆ ตะล่อมให้เข้ากัน จะทำให้ได้ข้าวเม็ดเรียงสวย อย่าออกแรงกดเยอะ เพราะจะทำให้ข้าวกลายเป็นแป้งเปียก สำหรับการเลือกใช้ข้าวก่ำล้านนาแทนข้าวญี่ปุ่น เชฟโอ๊ต อธิบายว่า “ข้าวก่ำล้านนาให้เนื้อสัมผัสคล้ายข้าวญี่ปุ่น มีความเหนียว ความหอม ความนุ่มกว่ามาก และมีเปลือกให้เคี้ยวเบาๆ ทำให้การทานอร่อยมากขึ้น” ขั้นตอนต่อไปคือการห่อ เชฟโอ๊ตเริ่มต้นจากการวางเสื่อไม้ไผ่ม้วนซูชิ ตามด้วยสาหร่ายแผ่นใหญ่ ตักข้าวก่ำล้านนาวางด้านบน แล้วเกลี่ยข้าวให้เต็มแผ่น จากนั้นวางเยลลี่โชยุแบบเส้น ที่เชฟโอ๊ตประยุกต์มาจากโชยุแบบน้ำ เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น โดยวางเยลลี่โชยุประมาณ 2 เส้น ตามด้วยปูอัด วาซา
“ข้าวเบายอดม่วงตรัง” เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองประจำถิ่นที่คนตรังรู้จักกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีการเก็บรักษาสายพันธุ์ข้าวมากว่า 100 ปี มีลักษณะเด่นคือในหนึ่งกอข้าวเปลือกจะมีหลายสี แรกเริ่มสีเขียว จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และเมื่อถึงระยะเก็บเกี่ยวจะมีสีม่วงคล้ายสียอดมะม่วง จึงเป็นที่มาของชื่อข้าวเบายอดม่วงตรัง สัมผัสของข้าวเมื่อหุงแล้วมีเหนียวนุ่ม ไม่กรุบหรือกระด้าง เคี้ยวง่าย ไม่ฝืดคอ ที่มากว่าจะเป็น “ข้าวเบายอดม่วง” จังหวัดตรัง ในอดีตเป็นจังหวัดที่มีการทำนาอยู่ทั่วทุกพื้นที่มีพันธุ์ข้าวดั้งเดิมที่เพาะปลูกอยู่หลากหลายสายพันธุ์ สำหรับข้าวเบายอดม่วง เป็นข้าวประจำถิ่นที่คนตรังในอดีตรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่มีการปลูกกันโดยทั่วไปภายในจังหวัด นิยมปลูกไว้ให้ผู้สูงอายุบริโภค เพราะเป็นข้าวนุ่ม เคี้ยวง่าย ไม่ติดคอ มีการปลูกเฉพาะในจังหวัดตรัง โดยชุมชนมีการเก็บรักษาสายพันธุ์ข้าวมากว่า 100 ปี ด้วยภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมา จากในอดีตเรื่องการคัดเลือกสายพันธุ์ โดยเลือกเก็บแม่รวงเอาไว้ทำพันธุ์ (แม่รวง คือ รวงข้าวที่สมบูรณ์ที่สุดเกิดจากหน่อข้าวหน่อแรกอยู่สูงที่สุดในกอข้าว) ต่อมาในปี พ.ศ.
“เทคโนโลยีชาวบ้าน” จัดใหญ่ “มหัศจรรย์ข้าวไทย2024” #ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย ยกทัพ 20 พันธุ์ข้าว GI และข้าว GI พันธุ์ใหม่ 15 เวทีทอล์กจากกูรูเรื่องข้าว 10 เวทีสาธิตเมนูสุดพิเศษจากข้าว และ 100 ร้านค้าจำหน่ายข้าว และผลผลิตทางการเกษตร รวบรวมความเป็นที่สุดของข้าวไทยไว้ในงานเดียว 31 พ.ค.-2 มิ.ย. 67 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ข้าว อาหารมื้อหลักของคนไทย ที่ส่งต่อวัฒนธรรมทั้งการกินและการปลูกข้าวแต่ละสายพันธุ์จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีเรื่องราวเล่าขานกันมายาวนาน และเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก ดังนั้นแล้ว เครือมติชน นำโดย เทคโนโลยีชาวบ้าน ผู้นำสื่อออนไลน์ด้านการเกษตรครบวงจร ร่วมกับ กรมการข้าว ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยพันธมิตร จัดงาน “มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024” ขึ้น ภายใต้แคมเปญ ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการจัดงานข้าวไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจกลางกรุงเทพฯ มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 เทศกาลงานข้าวที่รวบรวมความมหัศจรรย์ของข้าวในทุกมิติมานำเสนอ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ เพื่อบอกเล่าเรื่องข้าวในเชิงประวัติศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม อุตสาหกรรม นวัตกรรม การค้า แล
จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นจังหวัดที่มีการทำนาเป็นอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีมีความเหมาะสมในการปลูกข้าวหอมมะลิ โดยธรรมชาติที่ให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิ ที่มีความหอมและนุ่มกว่าข้าวหอมมะลิที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดอื่นของภาคอีสาน ที่มาของ “ข้าวแสงแรก” เป็นข้าวเหนียวพื้นเมืองสีแดง ที่ชาวบ้านในจังหวัดปลูกกันมานาน แต่ก่อนไม่ค่อยนิยมปลูก เนื่องจากไม่มีคนรับซื้อ ทำให้ยังไม่มีงานวิจัยรองรับ ส่วนใหญ่ชาวนามักจะปลูกรวมกับข้าวนาปีไว้รับประทานกันในครอบครัว เพราะเป็นข้าวที่ให้ผลผลิตน้อยแค่ไร่ละ 400-500 กิโลกรัม จึงไม่นิยมปลูกกันมากนัก ความพิเศษคือเมื่อนำไปหุงจะมีกลิ่นหอมคล้ายวานิลลา ต่อมาได้มีการรวบรวมสายพันธุ์ เพื่อนำมาวิเคราะห์ในระดับห้องปฏิบัติการจากแล็บเอกชน เพื่อหาคุณค่าทางโภชนาการ และได้ตั้งชื่อข้าวเหนียวแดงใหม่ เป็น “ข้าวแสงแรก” เนื่องจากปลูกในพื้นที่ตั้งอยู่เส้นแวง 105 องศาตะวันออก ถือเป็นจังหวัดแรกของไทยที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้น โดยมีคุณลักษณะแตกต่างจากข้าวหอมมะลิจังหวัดอื่นๆ คือ ข้าวมีเมล็ดเรียวยาว เนื้อข้าวมีความเหนียวนุ่มจากยางข้าวเหนียวปนเล็กน้อย มีกลิ่นหอมเป็
