มหาวิทยาลัยนครพนม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. ) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนครพนม ในโครงการการถ่ายทอดนวัตกรรมและส่งเสริมพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบผลิตโคเนื้อครบวงจร แบบพึ่งพาตนเองเชิงบูรณาการในจังหวัดมุกดาหาร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัยสู่การนำไปใช้ประโยชน์ให้แก่เครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อในจังหวัด เสริมศักยภาพให้กับเกษตรกรแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ การผลิตอาหารหยาบ อาหารข้น อาหารผสมครบส่วนแบบหมัก (FTMR) ต้นทุนต่ำ การใช้ฮอร์โมนในการเหนี่ยวนำ การใช้น้ำเชื้อแบบแยกเพศ วางแผนการผลิต การใช้แอปพลิเคชันโคเนื้อ และที่สำคัญช่วยเพิ่มขีดความสามารถในด้านการตลาด ลดต้นทุนเพิ่มรายได้สร้างกำไร โดยมีการส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในจังหวัด เพื่อการพัฒนาชุมชนเป็นกระบวนการทบทวนทักษะ (Re-skill) ยกระดับทักษะด้วยนวัตกรรม (Up-skill) และเพิ่มทักษะองค์ความรู้ใหม่ (New skill) สร้างรายได้จากการเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ภูมิลำเนา หวังสร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน พึ่งพาตัวเองได้ สู่เป้าหมายเพื่อยกระดั
วช. หนุน ม.นครพนม คิดค้นนวัตกรรมถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ในครัวเรือน และการแก้ปัญหาการผลิตพืชในพื้นที่ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความอุดมสมบูรณ์ของดินนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญของเกษตรกรในภาคการเกษตร ซึ่งจากสภาพปัญหาดินเค็มในบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ทำให้ทีมนักวิจัยจากสาขาพืชศาสตร์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม นำเสนอโครงการงานวิจัยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อใช้ในครัวเรือนและการแก้ปัญหาการผลิตพืชในพื้นที่ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นซากพืชหรือซากสัตว์ ในพื้นที่ผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยี ผลิตเป็นถ่านชีวภาพนำมาแก้ปัญหาดินเค็มเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยนำมาผสมกับปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยเคมี ช่วยเพิ่มแร่ธาตุที่สำคัญในการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งปัจจุบันมีการถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้กับเครือข่ายเกษตรกรหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดร.วิภารัตน
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนครพนม และสำนักงานจังหวัดนครพนม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิจัยและนวัตกรรม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงานฯ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร. พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม และ นายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยนครพนม ผู้บริหารมหาวิทยาลัยนครพนม หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครพนม กรรมการเครือข่ายวิจัยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ณ ห้องประชุมพนมนาคา มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม รองศาสตราจารย์ ดร. พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเปิ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัย แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธนพัฒน์ สุระนรากุล และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยนครพนม ถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้กากมันสำปะหลังหมักยีสต์ และการผลิตปลายข้าวเทียม เป็นแหล่งอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ลดต้นทุนการผลิต โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นและผลิตผลเกษตรที่เหลือใช้ สร้างความมั่นคงทางอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี จากปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในการจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ อาทิ การหาจุดคุ้มทุน การผลิตอาหารเลี้ยงสัตว์ไว้ใช้เองภายในครัวเรือน หรือภายในกลุ่ม และต้นทุนการผลิตที่ไม่แน่นอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธนพัฒน์ สุระนรากุล แห่งสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม และคณะเห็นความสำคัญของการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางวิชาการ ผลงานวิจัย และเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ มาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยให้พุ่งเป้าไปที่การถ่ายทอดการพัฒนาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ จากการใช้วัตถุดิบเหลือใช้ที่มีอยู่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตอาหารให้กับสัตว์ในชุมชน ผู้ช่วยศาสตรา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) เดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของพื้น ในการนี้ วช.ได้ให้การสนับสนุนทุนเพื่อจัดการความรู้การวิจัยสู่การใช้ประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยนครพนมต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559-2562 เพื่อดำเนินสร้างชุมชนต้นแบบที่พัฒนาศักยภาพด้วยวิจัยและนวัตกรรม ใน 3 รูปแบบ คือ 1.ธนาคารขยะชุมชน 2.Smart Farmer การผลิตไก่งวง 3.เมืองไบโอชาร์ ในวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 วช.ได้ติดตามและประเมินผลความสำเร็จของการขยายผลองค์ความรู้การวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่ชุมชนต้นแบบในจังหวัดนครพนม ได้แก่ 1)กลุ่มชุมชนนาราชควายโมเดล ในการเป็นต้นแบบ ธนาคารขยะชุมชน โดยมี อาจารย์พัชญทัฬห์ กิณเรศ เป็นหัวหน้าโครงการ ผลจากการนำวิจัยและนวัตกรรมไปดำเนินการในพื้นที่ พบว่า มีชุมชนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากกว่า 10 ชุมชน และชุมชนมีเงินหมุนเวียนจาก
