มะกรูดดอง
เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมทดลองดองมะกรูดทั้งลูกด้วยน้ำปลา โดยปรับจากสูตรมะนาวดองของแม่ผม คือต้มลูกมะกรูดทิ้งน้ำ 10 ครั้ง ตากแดด 2 วันจนแห้ง แล้วดองในโหลน้ำปลาดี ตามที่ได้รายงานไว้แล้วก่อนหน้านี้นะครับ ด้วยความหวังว่า จะได้ลูกมะกรูดดองน้ำปลารสชาติดีมาปรุงกับข้าวที่เคยเข้ามะนาวดอง หรือกระทั่งลองปรับปรุงเป็นสูตรใหม่ เพื่อให้คนกินมีกับข้าวทางเลือกอร่อยๆ มากขึ้น แม่ผมบอกว่า ตอนเขาทำมะนาวดองนั้น ลำพังแช่ในโหลน้ำปลาดีเพียงสองสัปดาห์ก็ใช้ได้แล้ว แต่ “ยิ่งนานมันจะยิ่งอร่อยนะ” ผมจึงเฝ้าอดทนดูลูกมะกรูดที่ตากแดดไว้จนแห้ง สีออกน้ำตาลดำคล้ำ ค่อยๆ ดูดน้ำปลาจนกลับเต่งตึงมีเนื้อมีหนังขึ้นมาดังเดิม กับทั้งคอยเติมน้ำปลาเข้าไปให้ท่วมทั่วถึงกันดี นับเป็นเวลาสามสัปดาห์ ก็ทนไม่ไหว คิดว่าจะต้องเข้าครัวทำกับข้าวด้วยมะกรูดดองโหลนี้สักสองสามอย่างล่ะครับ ผมจะทำ “ไก่บ้านต้มฟัก” สักหม้อหนึ่ง โดยชักเอามะนาวดองในสูตรเดิมออก ใช้มะกรูดดองของผมแทน จะทำ “กุ้งแช่น้ำปลา” สูตรเผ็ดแซ่บจี๊ดใส่พริกกระเทียมสับ โดยใช้น้ำปลาในโหลดองมะกรูดเป็นส่วนผสมหลัก และจะปรุง “น้ำปลาพริกขี้หนู” เครื่องจิ้มยอดฮิตของครัวไทยด้วยน้ำปลาดองนี่ด้
ผมจำได้รางๆ ว่า สมัยเมื่อสามสิบปีก่อน ได้ออกไปสำรวจวัดเก่าย่านเมืองอ่างทอง แล้วคณะของเราแวะเข้าไปพักกินน้ำหวานที่ร้านเก่าแก่ในตลาด ที่ประทับใจมาก ก็คือร้านนั้นมีขาย น้ำหวานมะนาวดอง และน้ำหวานมะกรูดดองเย็นๆ อร่อยชื่นใจ นับเป็นครั้งแรกและครั้งล่าสุด ที่ผมได้ลองกินมะนาวดองและมะกรูดดองในฐานะ “น้ำหวาน” ลอยน้ำแข็งในแก้วสไตล์โบราณ เวลานั้น รู้สึกว่าชอบน้ำมะกรูดดองมากกว่า เพราะเปลือกมะกรูดนั้นย่อมมีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยฉุนกว่ามะนาว น้ำมะกรูดเองก็มีรสฝาดลึกๆ เจือเปรี้ยวด้วย เรียกว่ามีกลิ่นรสซับซ้อนกว่ามะนาว ซึ่งมักเปรี้ยวโดดเพียงอย่างเดียว ที่จำไม่ได้ คือนึกไม่ออกว่า มะกรูดดองของร้านน้ำหวานเจ้าเก่าแก่นั้น เขาดองทั้งลูกหรือเปล่า เพราะเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาครั้งใด ก็เคยลองสอบถาม สืบค้นวิธีดองจากแหล่งต่างๆ แล้วไม่พบว่ามีใครดองมะกรูดทั้งลูกเลย สูตรที่เจอทั้งหมดทำโดยหั่นฝานลูกมะกรูดเป็นชิ้นๆ ดองเค็มด้วยน้ำเกลือบ้าง ดองหวานด้วยน้ำตาลผงบ้างทั้งสิ้น ในที่สุดผมลองถาม พี่เอนก นาวิกมูล ที่ได้ร่วมคณะไปด้วยกันครั้งนั้น พี่เอนกความจำดีมาก บอกได้ทันทีเลยว่า เขาดองทั้งลูก เป็นอันแล้วใจไปพร้อมๆ ความอัศจรรย์ใจ
