มะขามยักษ์
มะขาม เป็นไม้ยืนต้น ที่มีขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ เปลือกต้นขรุขระ มีสีน้ำตาล ใบมีขนาดเล็ก ออกตามกิ่งก้านเป็นคู่ ดอกออกตามปลายกิ่งมีขนาดเล็ก ผลของมะขามหรือทุกคนรู้จักกันดี คือ ฝัก ที่มีลักษณะยาวหรือโค้งยาว ประมาณ 3-20 เซนติเมตร ด้านการขยายพันธุ์ของมะขาม จะนิยมทาบกิ่ง ติดตา หรือต่อกิ่ง เพื่อให้ผลผลิตที่ได้ไม่เกิดการกลายพันธุ์ มีคุณสมบัติเหมือนต้นแม่ทุกประการ และที่สำคัญต้นมะขามสามารถเจริญเติบโตได้ดีกับดินทุกชนิด แม้สภาพดินบริเวณนั้นจะไม่มีความอุดมสมบูรณ์ ด้านคติความเชื่อ ถือว่ามะขามเป็นไม้มงคล ควรปลูกทางทิศตะวันตกของบ้าน เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี ทั้งนี้ ต้นมะขามยังถือว่ามีชื่อที่เป็นมงคลนาม โดยเชื่อกันว่าเมื่อปลูกไว้ที่บ้านแล้วจะทำให้คนเกรงขาม นอกจากนี้ มะขาม ยังใช้ทำอาหารได้หลายส่วน ทั้งใบอ่อน ฝักอ่อน ฝักแก่ เรียกง่ายๆ ว่าอาหารไทยก็จะขาดมะขามเสียไม่ได้ ส่วนเมล็ดก็สามารถนำมาคั่วกินกันแทบฟันหักเลยทีเดียว ซึ่งสมัยผู้เขียนเป็นเด็ก จะให้ยายคั่วแล้วพกไปโรงเรียนเป็นของขบเคี้ยวเพลินๆ เพื่อกินเล่นกับเพื่อนๆ ปัจจุบัน มะขาม ในบ้านเราได้นำมาแปรรูปมากมายหลากหลาย เช่น มะขามแช่อิ่ม มะขามแก้ว มะขามคลุก ฯลฯ เ
กลุ่มแม่บ้านคำนางรวย หมู่ที่ 10 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี รวมกลุ่มปอกเปลือกมะขามยักษ์ที่มีรสเปรี้ยว เพื่อทำเป็นมะขามแช่อิ่ม เพิ่มรายได้หลังการเก็บเกี่ยวในฤดูทำนา ซึ่งแม้ปีนี้ ราคาข้าวเปลือกขายได้ราคาสูงกว่าปกติ แต่แม่บ้านกลุ่มนี้ก็อาศัยความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปถนอมอาหาร เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะขายดีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง คุณปิยะรัตน์ ยืนสุข หัวหน้ากลุ่มทำมะขามแช่อิ่ม ภายในยี่ห้อ “คุณยาย” ของบ้านคำนางรวย ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของจังหวัด เล่าว่า มะขามยักษ์ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญใช้ในการผลิต ส่วนหนึ่งได้มาจากในพื้นที่ที่ชาวบ้านรวมตัวปลูกขึ้นมาเอง แต่ก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า จึงต้องสั่งซื้อมะขามยักษ์เพิ่มมาจากอำเภอน้ำยืน เพราะวันหนึ่ง ต้องทำการผลิตมะขามแช่อิ่มออกวางจำหน่ายทั้งแบบขายปลีกกิโลกรัมละ 150 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 130 บาท ตกวันละเกือบ 100 กิโลกรัม ตามจำนวนคำสั่งซื้อเข้ามาในแต่ละช่วง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำนาปลูกข้าวถึงเดือนละกว่า 10,000 บาท ส่วนวิธีการทำให้มะขามแช่อิ่มของกลุ่มแม่บ้านคำนางรวยมีร
มะขาม เป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดี ทั้งมะขามหวานและมะขามเปรี้ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะขามเปรี้ยว คนไทยเราใช้เป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารหลายชนิดคู่ครัวไทย นอกจากนั้น เนื้อไม้มะขามที่มีความเหนียวยังนิยมนำมาทำเขียงใช้กันทุกครัวเรือน ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง ถือว่า มะขาม เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งที่ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี อีกทั้งต้นมะขามยังเป็นต้นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลนาม ถือกันเป็นเคล็ดว่าจะทำให้มีแต่คนเกรงขาม โดยทั่วไป มะขาม เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก ไม่มีหนาม เปลือกต้นขรุขระและหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบขนาดเล็กออกตามกิ่งก้าน มีใบเป็นคู่ ประกอบด้วยใบย่อย 10-15 คู่ ออกดอกตามปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดง/ม่วงแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 เซนติเมตร ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็ง กรอบ หักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยวหรือหวาน ตามชนิดพันธุ์ ฝักหนึ่งๆ จะมีเมล็ด 3-12 เมล็ด เมล็ดแก่สีน้ำตาลเป็นมันเงา มะขามเปรี้ยวมีปลูกอยู่ทั่วไปทุก
ลักษณะพิเศษ : มะขามเปรี้ยวฝักยักษ์ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม หลังแกะเปลือกและเมล็ดออกแล้วจะเหลือน้ำหนัก 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีมาก สร้างความฮือฮาในวงการมะขามเปรี้ยว เมื่อมีการเปิดตัวมะขามฝักกระดานครั้งแรก โดย พลโทรวมศักดิ์ ไชยโกมินทร์ อดีตแม่ทัพกองทัพภาคที่ 3 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีการขยายพันธุ์มะขามเปรี้ยวฝักยักษ์โดยการทาบกิ่ง เสียบยอดมะขามเปรี้ยว เหมือนมะขามหวาน ทำให้ลักษณะพันธุ์เดิมยังคงอยู่ เริ่มปลูกแห่งแรกในจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะ ยายไปยังจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ มะขามเปรี้ยวฝักยักษ์โดยทั่วไป เมื่อต้นอายุ 10 ปี จะได้น้ำหนักมะขาม 300 กิโลกรัม ต่อต้น บางปีอาจจะน้อยกว่านี้ เพราะมะขามจะไม่ดกทุกปี แหล่งที่มา : สวนสุดเขตตะวันกาญจน์ คุณสกล โทร. 081-143-2336, คุณสร้อยสน 081-943-0793
ภาษาอังกฤษเรียกมะขามว่า tamarind ภาคกลางเรียกมะขาม ภาคใต้เรียกขาม โคราชเรียกตะลูบ กะเหรี่ยงจังหวัดกาญจนบุรีเรียกม่วงโคล้ง อิสานเรียกหมากขาม ไกลจากไทยออกไป มาลายูเรียกอาซาม เยอรมันเรียกทามาราย เสปนและอิตาลีเรียกทามารินโด อินเดียเรียกอะมะลา จีนเรียกซวนโต้ว เพราะนำเข้ามาปลูกนาน คนท้องถิ่นในไทยรู้จักกันดี จึงนำชื่อมะขาม มาตั้งเป็นชื่อท้องถิ่น เช่นอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ที่อื่นๆก็เช่นบ้านหนองขาม บ้านนาขาม กุดนาขาม มะขามล้ม คลองมะขามเฒ่า การแพร่พันธุ์ของมะขามยุคแรกๆ ใช้เมล็ดเป็นหลัก ถือว่าสะดวกที่สุด อย่างค้นพบว่า มะขามที่จังหวัดนนทบุรี มีคุณสมบัติดีเด่น เมื่อคนจังหวัดนครพนมมาพบเข้า ก็นำเมล็ดใส่กระเป๋ากางเกง ไปปลูกยังท้องถิ่นของตนเอง ส่วนใหญ่แล้ว ต้นที่ปลูกด้วยเมล็ดจะมีลักษณะแตกต่างออกไป มะขามแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือมะขามหวานกับมะขามเปรี้ยว ซึ่งจริงๆแล้วมะขามทั้งสองประเภทตีคู่กันมา แต่ระยะกลางๆ มะขามหวานดูจะมีชื่อเสียงมากกว่า มะขามเปรี้ยว เปรียบดังลูกเมียน้อย มักถูกเจ้าของพิจารณา ตัดโค่นไปทำเขียงเสมอ เมื่อถึงอายุขัย พบประชากรของมะขามหวานขึ้นอยู่ในหลายจังหวัด แต่ท้องถิ่นที่ได้ร
