มะม่วง
คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง เจ้าของสวนบ้านล้วนไม้ดี ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี สร้างรายได้ตลอดปีด้วยอาชีพผลิตกิ่งพันธุ์มะม่วงป้อนตลาดเกือบ 30 ปี คุณสุรศักดิ์แนะนำสายพันธุ์มะม่วงเด่นทำเงินของไทยและนานาชาติ ที่น่าลองปลูกเป็นไม้ผลทำเงินและปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน “เมื่อก่อนมะม่วงออกตามฤดูกาล ออกมาจ๊ะเอ๋กันเลยทั้งประเทศ ทำให้มะม่วงล้นตลาด แปรรูปก็ไม่ทัน แต่ทุกวันนี้ ตลอดทั้งปี มีการใช้เทคนิคราดสาร บังคับให้มะม่วงออกนอกฤดูกาลทำให้มีผลผลิตมะม่วงเข้าสู่ตลาดทุกวัน ถ้าเรากินผลดิบ ผลสุก มันกินไม่ทัน พักเดียวมันก็เน่า ปัจจุบันไม่เจอปัญหามะม่วงล้นตลาด เพราะแปรรูปกันมากขึ้น เช่น มะม่วงมหาชนก ซื้อมะม่วงมาแล้วหั่นเข้าเก็บรักษาในรูปแบบฟรีซดรายก่อนจึงค่อยทยอยนำมาแปรรูป ”คุณสุรศักดิ์กล่าว รู้จักมะม่วงสายพันธุ์ดีทั่วโลก “น้ำดอกไม้สีทอง” คือมะม่วงอันดับหนึ่งของไทย ภาษาอังกฤษใช้คำว่า มะม่วงทองคำ ส่วนมะม่วงพันธุ์ดีของพม่า คือ “เซงตะโล่ง” ด้านมะม่วงอันดับหนึ่งของฟิลิปปินส์ คือ กุยมาราส (Guimaras) หรือ มะม่วงคาราบาว ทุกวันนี้ ไต้หวันเป็นผู้นำด้านการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงจำนวนมาก เ
ผู้เขียน : ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ มะม่วงเออร์วิน ใน “ญี่ปุ่น” หากเอ่ยถึงผลไม้ที่มีราคาแพงในยุคของญี่ปุ่น หลายคนอาจจะนึกถึงมะม่วงลูกสีแดงสวยของญี่ปุ่นที่ชื่อ “ไทโย โน ทามาโกะ” (Taiyo no tamago) เป็นแบรนด์มะม่วงแห่งจังหวัดมิยาซากิ มันมีความหมายว่า “ไข่ของพระอาทิตย์” ว่ากันว่า มีความหวานที่วัดได้มากถึงกว่า 18 บริกซ์ เลยทีเดียว ด้วยสีสันภายนอกที่สวยงาม และเนื้อที่ไร้เสี้ยน รสหวานฉ่ำติดลิ้น มะม่วงแบรนด์ “ไทโย โน ทามาโกะ” ของจังหวัดมิยาซากิ จึงเป็นของฝากที่มีค่ามากที่บริษัทใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น มักสั่งจองหรือหาซื้อเพื่อให้กันสำหรับแทนคำขอบคุณ หรือมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญ และมันยังเป็นผลไม้ราคาสูงที่มักไปปรากฏในห้างสรรพสินค้าใหญ่ หรือร้านอาหารหรู จังหวัดโอกินาว่า ที่เริ่มปลูกมะม่วงเออร์วินเป็นที่แรก หากย้อนกลับไป ชาวญี่ปุ่นจังหวัดโอกินาว่า ได้นำพันธุ์มะม่วงที่มีลูกสีแดงสด หวาน อร่อย เข้ามาจากทางประเทศไต้หวัน ในชื่อของมะม่วง IRWIN หรือออกเสียงว่า อ้ายเหวิน การทดลองปลูกมะม่วงไต้หวันสายพันธุ์นี้ในจังหวัดโอกินาว่าได้ผลดีจนเป็นที่น่าพึงพอใจมาก เนื่องจากจังหวัดโอกินาว่ามีอาณาเขตอยู่ส่วนล่างสุดของประเทศญี่ปุ่
การตัดแต่งกิ่งมะม่วงนั้น เริ่มตั้งแต่งเมื่อมะม่วงยังเป็นต้นกล้าอยู่ โดยเฉพาะมะม่วงที่เพาะในถุงพลาสติก หรือเพาะลงในแปลงปลูก และเวลาที่ปลูกลงหลุมจำเป็นต้องตัดแต่งรากและใบเพื่อลดการคายน้ำลงด้วยประการหนึ่ง ระบบการตั้งพุ่มต้นมะม่วงนั้น นิยมเปิดกลางของทรงพุ่มให้โปร่งโดยเฉพาะการปลูกในระบบปลูกชิด จำนวนต้นที่ปลูกหนาแน่น ถ้าทรงต้นหนาทึบอาจจะทำให้เป็นที่สะสมของโรคและแมลงศัตรูได้ โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส ฉะนั้นต้องตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ระบบกิ่งภายในทรงพุ่มโปร่ง เพื่อแก้ปัญหาโรคแมลงได้น้อยลง ระบบการเลี้ยงกิ่งข้างนี้จะทำให้การตั้งพุ่มของมะม่วงมีทรงพุ่มได้ดีคือ จากช่วงที่ 1 เลี้ยงกิ่งไว้ 1-2 กิ่ง พอช่วงที่ 2 เลี้ยงกิ่งที่แตกจากช่วงที่ 1 ไว้กิ่งละ 3 กิ่ง รวมกันเป็น 6 กิ่ง พอช่วงที่ 3 เลี้ยงไว้ 18 กิ่ง (1-2-6-18) การแตกกิ่งของมะม่วงแตกด้านข้างละ 3 ช่วง และรวมทั้งการเลี้ยงกิ่งจากลำต้นอีก 2 ช่วง รวมเป็น 5 ช่วง จะใช้เวลาเลี้ยงดูทั้งหมดประมาณ 7-8 เดือน การเลี้ยงระบบนี้กิ่งจะค่อยๆ โปร่งขึ้นและโคนกิ่งแข็งแรง กิ่งจะไม่หักหรือห้อยลงมาขณะที่มะม่วงติดผล จุดประสงค์ของการตัดแต่งกิ่งมะม่วงระบบปลูกชิด 1. เพื่อเอาโครงสร้า
การพัฒนาการผลิตมะม่วง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกและผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ ให้มีการจัดการสวนที่ดีด้วยการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน หรือใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต และทำให้ได้รับผลตอบแทนมากขึ้น การขยายพันธุ์ปลูก ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเสียบยอดมะม่วง เพื่อเปลี่ยนเป็นมะม่วงพันธุ์ดี เป็นหนึ่งวิธีการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นหนึ่งวิธีลดต้นทุนการผลิตเมื่อได้ดำเนินการเสียบยอดด้วยตนเอง มีวิธีการง่ายๆ คือ นำยอดพันธุ์ดีมาเสียบกับต้นตอหรือกิ่งของต้นพันธุ์ไม่ดี เมื่อรอยแผลของยอดพันธุ์ดีกับต้นตอเชื่อมติดกันดีแล้ว ก็จัดการดูแลใส่ปุ๋ยให้น้ำพอเพียง ต้นมะม่วงและยอดพันธุ์ดีเจริญเติบโตก็จะมีผลมะม่วงให้เก็บเกี่ยวได้ภายใน 1 ปี และให้ผลผลิตนานหลายปี เมื่อเกษตรกรมีการปฏิบัติดูแลรักษาที่ดีและเหมาะสม คุณแรงเทียน หัวไผ่ เกษตรกรเสียบยอดเปลี่ยนเป็นมะม่วงพันธุ์ดี เล่าให้ฟังว่า วิถีชีวิตคนเรานั้นมีขึ้นมีลง มีผิดหวังและสมหวัง ดังเช่นก่อนหน้านี้ พ่อ-แม่ได้มอบสวนมะม่วงที่สร้างไว้ให้ดูแลรักษาต่อ แต่อยากจะรวยไวๆ จึงได้ปล่อยทิ้งสวนมะม
ต้นไม้ กับครอบครัวคนไทยเป็นของคู่กัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว รอบๆ บ้านหากมีที่ว่าง เวลากินอะไรอร่อย หากมีเมล็ดเจ้าของจะหว่านหรือโยนเมล็ดพืชออกนอกชาน เมื่อมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม เมล็ดพืชจะงอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมาให้เจ้าของเก็บมาใช้ประโยชน์ ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่รอบบ้านในยุคเก่าก่อน สามารถบ่งบอกได้ว่าชุมชนนั้นตั้งมานานมากน้อยแค่ไหน เช่น ต้นมะพร้าว ที่ขึ้นสูงเลยหลังคาบ้านไปมากๆ เมื่อทางการจะเข้าไปทำนิติกรรมกับชุมชน ชาวบ้านก็อาจจะบอกว่าอยู่มานานแล้ว นานกว่ากฎหมายจะออกมาเสียอีก สำหรับชุมชนเมือง รูปแบบการปลูกต้นไม้เปลี่ยนไป แทนที่จะปลูกลงดิน ก็ใช้กระถาง วางตั้งตามตึกใหญ่ๆ สิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้คือ การปลูกพืชไม่ใช้ดิน งานปลูกพืชแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้กับการปลูกผักสลัด ที่ผ่านมา มีภูมิปัญญาสำหรับการปลูกต้นไม้รอบบ้านบอกไว้อย่างแยบยล วัตถุประสงค์ก็คงอยากให้คนสนใจปลูกพืชหลายๆ ชนิดไว้ เพื่อเกิดประโยชน์ในครอบครัว นอกจากที่คุ้นเคยกันมานานแล้ว ยังมีผู้แบ่งต้นไม้ที่ปลูกรอบบ้าน โดยแยกประเภทหรือกลุ่ม คือพืชผัก-สมุนไพร ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก-สมุนไพร มีให้เลือกมากมาย พืชผัก-สมุนไพร ใกล้บ้านคน สามารถปลูกได้ห
ร้อนๆ แบบนี้รับมะม่วงสักลูกไหมจ๊ะ จะเป็นเมนูไหนดี “มะม่วงปั่น มะม่วงจิ้มน้ำปลาหวาน มะม่วงดอง มะม่วงสมูทตี้” จะกินดิบ กินสุก กินได้หมด มะม่วงในไทยมีเป็นร้อยกว่าสายพันธุ์ บางชื่อก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน แถมบางชื่อพอได้รู้จักที่มาของชื่อทำเอาตกใจ ยกตัวอย่าง “มะม่วงขายตึก” ตามตำนานเล่าว่า มีชาวจีนที่เข้ามาค้าขายในบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง ในพื้นที่อำเภอบางคล้า ได้ชื่นชอบในรสชาติของมะม่วงพันธุ์นี้ จึงขายตึกที่เป็นร้านค้าส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปซื้อที่ทำสวนปลูกมะม่วงพันธุ์นี้ จึงเป็นที่มาชื่อพันธุ์ “มะม่วงขายตึก” วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านเลยรวบรวม มะม่วงโบราณ ไม้ผลทำเงิน มาให้แฟนเพจได้รู้จัก จะมีสายพันธุ์ไหนบ้างไปดูกันเลย 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวง และติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถกินได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผลต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายาเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลกิน และปลูกเพื่อเก็บผลขายได
มะม่วง พืชเศรษฐกิจ Soft Power ที่ประเทศไทยมีการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยตลาดส่งออกมะม่วงสดที่สำคัญของไทยคือ มาเลเซีย เกาหลีใต้ เวียดนาม ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน รัสเซีย ลาว และเมียนมา ส่วนมะม่วงกระป๋องมีตลาดส่งออกที่สำคัญอยู่ที่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ซึ่งแม้ว่ามะม่วงจะเป็นผลไม้ที่มีความต้องการบริโภคสูง และมีการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ แต่เกษตรกรภายในประเทศก็ยังคงประสบกับปัญหากับราคาผลผลิตที่ตกต่ำ หรือประสบกับปัญหาราคาที่ผันผวนอยู่ทุกปี เช่น ในบางปีมะม่วงราคาดีมากๆ เกษตรกรมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ และในบางปีราคาของผลผลิตแย่มากจนทำให้เกษตรกรเจ๊งไปตามๆ กัน จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ลูกหลานเกษตรกรหากไม่ขยาดกับอาชีพนี้ไปเลย ก็กลับกลายเป็นความฮึกเหิมขึ้นมา อย่างสาวจุฬาฯ ท่านนี้ ที่ตัดสินใจเลือกเรียนทรัพยากรการเกษตร เพื่อกับการพัฒนาสวนมะม่วงของพ่อ และพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้เจริญก้าวหน้ามากกว่าเป็นเพียงสวนมะม่วง นำไปสู่ Farm Destination สวรรค์ของคนรักมะม่วงในปัจจุบัน คุณแนน-วราภรณ์ มงคลแพทย์ ผู้ก่อตั้ง บ้านหมากม่วง KhaoYai The Mango House Farm ตั้งอยู่
คุณภาณุวิชญ์ พรมดอนยาง หรือ คุณดรีม อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ที่ 7 ตำบลปอพาน อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ต้นแบบ วางแผนสร้างอนาคตก่อนเรียนจบ ด้วยการปรับผืนดินของที่บ้านมาทำสวนผสมผสาน ปลูกพืชผักผลไม้นานาชนิด จนประสบผลสำเร็จหลังเรียนจบออกมาผลผลิตที่เคยปลูกไว้เก็บขายได้พอดี กลายเป็นเจ้าของฟาร์มเกษตรตั้งแต่อายุยังน้อย คุณดรีม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรอายุยังน้อยว่า ด้วยพื้นฐานนิสัยเป็นคนชอบงานด้านการเกษตรอยู่แล้ว ในตอนที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย จึงไม่มีความกังวลในการเลือกคณะที่จะเข้าศึกษาต่อเลย สามารถตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในสาขาพืชศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์อย่างไม่ลังเล ซึ่งหลังจากที่ได้เข้ามาอยู่ในสาขาวิชาที่ชอบแล้วตนเองก็ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่เก็บเกี่ยวความรู้ไปปรับประยุกต์ใช้ภายในสวนของตนเองอย่างเต็มที่ ซึ่งในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ก็ได้มีการวางแผนสร้างอนาคตหลังจากเรียนจบไปในตัวด้วยการเริ่มต้นปลูกพืชผัก ผลไม้ไว้แต่เนิ่นๆ โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิตในพืชทุกชนิด เน้นพืชที่มีตลาดรองรับ ไม่ต้องดิ้นรนหาตลาดเอง พยายามมองหาตลาดจากสิ่งใกล้ตัว เนื่องจากพื้นที่แถวบ้าน
มะม่วงมันขายตึก หรือมะม่วงแขกขายตึก อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นมะม่วงสายพันธุ์โบราณ จัดอยู่ในกลุ่มมะม่วงมัน หรือมะม่วงกินดิบชนิดหนึ่ง ที่มาของชื่อเกิดจากรสชาติที่อร่อย จึงเปรียบเปรยว่า ให้ขายตึกขายบ้านมากินก็ยอมเลยทีเดียว จัดเป็นมะม่วงพันธุ์ไทยโบราณ ผลรูปกลมรีคล้ายผลมะม่วงมัน หรือมะม่วงแรด แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า เมื่อโตเต็มที่น้ำหนัก ประมาณ 2 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ลักษณะเด่น ปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย ถ้าต้นที่เกิดจากการทาบกิ่งมันปนเปรี้ยวนิดๆ กรอบเหมือนมะม่วงมัน นิยมปลูกเพื่อกินผลดิบ คุณพรเพ็ญ เจริญสุวรรณ หรือ คุณนก เจ้าของสวนมะม่วงขายตึกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นเกษตรกรรายแรกๆ ที่เริ่มปลูกมะม่วงขายตึก บนพื้นที่ 120 ไร่ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 64/3 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านช่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 081-409-2996 คุณพรเพ็ญ เริ่มต้นปลูกมะม่วงขายตึกมาตั้งแต่ปี 2522 นอกจากมะม่วงขายตึก ที่สวนยังปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีดอก เขียวเสวย อ้ายเหวิน โดยคุณพรเพ็ญเริ่มบุกเบิกทำสวนมะม่วงกับสามี และคุณพรเพ็ญยังได้บอกถึงสาเหตุอีกว่า ทำไมมะม่วงขายตึกถึงมีราคาดีมาโดยตลอด “เนื่องจากเมื่อสมัยก่
หลังจาก “กิจติกร กีรติเรขา” อดีตข้าราชการครูใน ตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกรปลูกมะม่วงพันธุ์งามเมืองย่า บนเนื้อที่ 44 ไร่ เขาพยายามทุกวิถีทางในการพัฒนาสวนมะม่วงเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี โดยเน้นเรื่องเกษตรอินทรีย์ ในที่สุดเขาเลือกวิธีการให้ปุ๋ยหมักจากมูลสุกรมาฉีดพ้นบริเวณลำต้นและใบ ทำให้ต้นมะม่วงได้รับสารอาหารเต็มที่ และออกผลได้ตลอดทั้งปี กิจติกร เล่าว่า หลังจากอำลาชีวิตครูมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวแล้ว ได้ตัดสินใจใช้พื้นที่ 44 ไร่ ที่อยู่ใน ตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย มาปลูกมะม่วงพันธุ์งามเมืองย่า เป็นมะม่วงที่มีคุณสมบัติพิเศษ ลูกใหญ่ มีน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม รสชาติหอม หวาน อร่อย ปัจจุบัน กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบรัสเซีย รวมถึงตลาดระดับบนของประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เขาเล่าอีกว่า มะม่วงงามเมืองย่า จะเน้นเกษตรอินทรีย์ หรือระบบออร์แกนิก ไร้สารเคมีในทุกขั้นตอน ทำให้เป็นสินค้าเกษตรยอดนิยม และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศกว่า 28 ล้านบาท ต่อปี แต่ปัจจุบันปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ในกระบวนการผลผลิตมะม่วงงามเมืองย่ากำลังประสบปัญหา
