มันหวาน
เคยสงสัยไหมว่าทำไมผู้บริโภคถึงยอมจ่ายแพงกว่า เพื่อให้ได้กินมันสายพันธุ์ญี่ปุ่น คำตอบไม่ได้อยู่ที่แค่สายพันธุ์ แต่อยู่ที่รายละเอียดตั้งแต่การเตรียมดิน เทคนิคการปลูก ไปจนถึงการบ่มให้หวานจัด ซึ่งส่งผลให้ราคาขายในตลาดต่างกันมาก วันนี้ คุณอู๊ด-อภิสิทธิ์ ลิ้มวัฒนาพิบูลย์ เกษตรกรผู้ปลูกมันหวานญี่ปุ่น เจ้าของไร่รวมสุข อยู่ที่อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น จะมาเผยวิชาลับการปลูกมันหวานส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมกางสูตรสำเร็จว่าพื้นที่แค่ 2 ไร่ ก็สามารถปั้นมูลค่าให้กลายเป็นรายได้หลักแสนต่อเดือนได้อย่างไร คุณอู๊ด เล่าว่า ก่อนจะผันตัวมาเป็นเกษตรกร เขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการโฆษณามานานกว่า 20 ปี ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ จนถึงจุดอิ่มตัว…จุดที่เริ่มรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่สนุกและไม่มีความตื่นเต้นอีกต่อไป ซึ่งสำหรับเขาถือเป็นสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ จึงตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองกรุง กลับบ้านเกิดมาสานฝันที่รอคอยมาตลอด 20 ปี นั่นคือการทำเกษตรอย่างที่ตั้งใจไว้ “ความฝันในการทำเกษตรของผม เริ่มต้นจากการได้ไปเรียนรู้ดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหนึ่งในของขึ้นชื่อที่นั่นคือมันหวาน ผมจำได้
“มันหวานญี่ปุ่น” นับเป็นอีกหนึ่งพืชสร้างรายได้ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อย หวาน มัน แล้วนั้น ในแง่ของคุณประโยชน์ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอ ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุต่างๆ และเป็นแหล่งผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีคุณสมบัติการชะลอวัย ที่สำคัญช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด มันหวานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะค่อยๆ ย่อยและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูง เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มได้นานขึ้น เหมาะกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงมากๆ ในยุคนี้ คุณสราวุธ วงศ์กาวิน หรือ คุณโด้ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์แม่ทา มีจำนวนสมาชิกอยู่ประมาณ 120 ครัวเรือน มีพื้นที่ทำการเกษตรรวมกันทั้งหมด 400 ไร่ ทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด โดยหลักๆ จะเน้นส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชผักตามฤดูกาล และมีพืชเด่นสร้างรายได้ของกลุ่มคือ “มันหวานญี่ปุ่นอินทรีย์” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่คัดมาจากญี่ปุ่น แล้วนำมาพัฒนาสายพันธุ์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกที่แม่ทา เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณ
เริ่มต้นทำอาชีพเสริมจากสิ่งที่รัก ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด คุณจารุพิชญา อุปัญ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 12 บ้านนาโด่ ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร อีกหนึ่งหญิงแกร่ง ควบคนเดียว 2 อาชีพ โดยอาชีพหลักมีบทบาทเป็นแม่พิมพ์ของชาติ และวันว่างจะสวมบทบาทเป็นเกษตรกรสาว ซึ่งผู้เขียนหวังว่าเรื่องราวของหญิงแกร่งท่านนี้น่าจะไปโดนใจใครหลายคนที่กำลังมองหาอาชีพเสริมอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรก่อน จึงอยากที่จะให้บทความนี้เป็นแนวทางให้กับทุกท่านในการหาอาชีพเสริมได้ไม่มากก็น้อย คุณจารุพิชญา อุปัญ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ปัจจุบันมีอาชีพเป็นคุณครูอัตราจ้าง อยู่ที่โรงเรียนในจังหวัดมุกดาหาร ส่วนการเริ่มต้นทำเกษตรเป็นอาชีพเสริมนั้น เนื่องจากพอมีความรู้พื้นฐานด้านการเกษตรอยู่บ้าง เพราะเรียนจบปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงนำเอาวิชาความรู้ตรงนี้มาทำอาชีพเสริม รวมถึงได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้ไปสู่เด็กๆ ที่สอนอยู่ด้วย เริ่มต้นปลูกจากพื้นที่เล็กๆ เพื่อศึกษา ให้เข้าใจลักษณะของแต่ละสายพันธุ์ เจ้าของบอกว่า อาชีพเสริมการปลูกมันหวานนี้ เริ่มจากการที่ตนนั้นมีความชื่นช
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังราคามันสำปะหลังในประเทศตกต่ำมาหลายปี ทำให้เกษตรกรในพื้นที่จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตมันสำปะหลังแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศจำนวนมาก ต้องเปลี่ยนการเพาะปลูกหันไปปลูกพืชทางเลือกอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดทุนในการทำการเกษตร ประคับประคองครอบครัวหาเงินใช้หนี้สินที่กู้ยืมมา โดย นายวิวัฒน์ ศรีกระสังข์ อายุ 32 ปี เกษตรกรบ้านประชาสันต์ หมู่ที่ 10 ต.เสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ตัดสินใจรื้อไร่มันสำปะหลังของตนเองที่มีอยู่เกือบ 50 ไร่ หันไปปลูกมันเทศแทนมันสำปะหลัง เนื่องจากมองเห็นว่ามีราคาที่ดีกว่ามันสำปะหลังอีกทั้งยังใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวเพียงแค่ 4 เดือน ในขณะที่มันสำปะหลังต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวครั้งเดียวต่อปี แต่ยังต้องมาประสบกับปัญหาราคาที่ไม่แน่นอนจึงหันมาทดลองปลูกมันหวานสายพันธุ์ต่างประเทศ ซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูงกว่ามันเทศธรรมดาหลาย 10 เท่าตัว พร้อมทั้งหาตลาดด้วยตัวเองและใช้โอกาสจากการที่เข้าร่วมโครงการต่างๆของรัฐ พัฒนาต่อยอดจนทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายมันหวานได้เดือนละกว่า 2 แสนบาท นายว
