ยาฆ่าแมลง
ความปลอดภัยของผู้บริโภค ขึ้นอยู่กับเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นต้นน้ำแห่งความปลอดภัย เกษตรกรจะต้องมีจรรยาบรรณในการใช้สารเคมี จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้อย่างเคร่งครัด คือปฏิบัติตามฉลากที่ติดไว้บนภาชนะบรรจุ เมื่อพ่นสารไปแล้วจะต้องทิ้งช่วงระยะเวลาก่อนการเก็บเกี่ยวตามที่แนะนำในฉลาก ผู้บริโภคก็จะปลอดภัยในอันดับแรก ผศ.ขยัน สุวรรณ ภาควิชาอารักขาพืช อดีตหัวหน้าโครงการคลินิกพืช มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้คำแนะนำกับเกษตรกรก่อนจะตัดสินใจพ่นสารกําจัดแมลงว่า ขอให้มีการสํารวจตรวจสอบก่อนว่ามีแมลงอะไรมาก น้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะส่วนใหญ่ยังคงใช้ วิธีเดิมๆ คือพ่นสารเคมีตามตารางที่กําหนดไว้ เช่น ทุก 2-3 วัน หรือทุกๆ 5-7 วัน ทั้งๆ ที่ไม่มีความจําเป็นต้องทําอย่างนั้นเลย เพราะไม่มีแมลงหรือมีก็ไม่มากพอที่จะทําความเสีย หายได้มากมาย สําหรับแมลงตัวเล็กๆ เกษตรกรควรมีอุปกรณ์ช่วยคือ แว่นขยายแบบมือถือ (hand lends) สําหรับเอาไว้สํารวจดูแมลงตัวเล็กๆ เช่น เพลี้ยไฟ การใช้สารกําจัดแมลงของเกษตรกรใน ปัจจุบันนับว่าน่าเป็นห่วงมากกว่าเดิม เพราะจากกระแสของการปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่มีการฉีดพ่นสารกําจัดแมลงนั้น กลายเป็นดาบสองคม เพร
กลางคืนมีอากาศเย็น ส่วนกลางวันอากาศร้อนในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมังคุด เฝ้าระวังการระบาดของ เพลี้ยไฟ มักพบการเข้าทำลายในระยะที่ต้นมังคุดเริ่มออกดอกถึงระยะติดผลอ่อน โดยจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของ เพลี้ยไฟ เข้าทำลายดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่างๆ ของพืช สำหรับการเข้าทำลายของ เพลี้ยไฟ ในระยะออกดอกและติดผลอ่อน อาจทำให้ดอกและผลอ่อนมังคุดร่วง ส่วนผลอ่อนมังคุดที่ไม่ร่วงเมื่อมีการพัฒนาผลโตขึ้น จะเห็นรอยทำลายของ เพลี้ยไฟ ชัดเจน เนื่องจากผิวเปลือกมังคุดจะมีลักษณะขรุขระ ที่เรียกว่า ผิวขี้กลาก ทำให้ผลผลิตมังคุดมีคุณภาพต่ำ การเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ในระยะแตกยอดอ่อนและใบอ่อน จะส่งผลทำให้ต้นมังคุดชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น หงิกงอ ใบไหม้ และต้นมังคุดขาดความสมบูรณ์ แนวทางในการป้องกันและแก้ไขการระบาดของ เพลี้ยไฟ ให้เกษตรกรสำรวจการระบาดของ เพลี้ยไฟ บนใบอ่อน ดอก และยอดอ่อน หากพบ เพลี้ยไฟ จำนวนมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ตัว ต่อ 4 ดอก (0.25 ตัว ต่อดอก) หรือ 1 ตัว ต่อยอด หรือผลอ่อน ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร
ระยะนี้เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังช่วงที่อากาศร้อน และมีแดดจัด ในช่วงที่มะม่วงผลใหญ่ใกล้เก็บเกี่ยว ให้สังเกตการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้ มักพบแมลงวันผลไม้เพศเมียใช้อวัยวะแทงเข้าไปวางไข่ในผลมะม่วง พบรอยช้ำใต้ผิวเปลือก ตัวหนอนจะฟักจากไข่และอาศัยชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่นลงพื้น เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะเจาะรูออกมาจากผลมะม่วงเพื่อเข้าดักแด้ในดิน และกลายเป็นแมลงวันผลไม้ตัวเต็มวัย ส่วนผลที่หนอนเจาะเป็นรูจะมีน้ำไหลเยิ้ม ผลเละ เน่าเสีย และร่วงหล่น ผลที่ถูกทำลายมักมีโรคและแมลงชนิดอื่นๆ เข้าทำลายซ้ำ เกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลงและนำไปฝังกลบให้หน้าดินหนาอย่างน้อย 15 เซนติเมตร จากนั้น ให้ห่อผลด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาลหรือถุงกระดาษที่ภายใน เคลือบด้วยกระดาษคาร์บอน โดยเริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดผลได้ประมาณ 60 วัน และใช้กับดักที่ภายในแขวนก้อนสำลีชุบสารเมทธิลยูจินอลผสมสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4 :1 นำไปแขวนไว้ในทรงพุ่มที่ระดับความสูง 1-1.5 เมตร จำนวน 1 กับดักต่อพื้นที่ 1 ไร่ ให้เกษตรกร
เป็นอีกเรื่องราวใกล้ตัวสำหรับพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงลูกค้า เมื่อเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์เหตุการณ์ที่แม่ค้าผลไม้คนหนึ่งประสบพบเจอ หลังโดนคนกลั่นแกล้งด้วยการแอบเอาสิ่งแปลกปลอมใส่กระบอกฉีดน้ำ เมื่อฉีดน้ำใส่ผลไม้ ทำให้ผลไม้กลายเป็นมีรอยดำช้ำไปทั่ว โดยโพสต์ระบุว่า “คนมันแกล้งกันขนาดนี้เลยเหรอ อันนี้แค่ส่งให้ดู คือคนรู้จักขายผลไม้ที่ตลาดแห่งหนึ่ง โดยแม่ค้าขายผลไม้ปกติจะมีขวดหรือกระบอกน้ำไว้ฉีดผลไม้ เหมือนจะมีคนแกล้งเอาน้ำอะไรมาใส่ในกระบอกฉีด พอฉีดใส่ผลไม้ผลคืออย่างภาพ ขนลุกนี่ถ้าฉีดไปแล้วยังไม่ออกฤทธิ์ แล้วมีคนกินเข้าไปล่ะ” ขอบคุณที่มา แหม่มโพธิ์ดำ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ผลวิจัยชี้ส่งถึงลูกตั้งแต่ในท้อง นักวิจัยเผยผลศึกษา ‘ยาฆ่าแมลง’ มีผลต่อระบบประสาทและพัฒนาการของเด็ก ชี้ถ่ายทอดกันได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ด้าน ‘ไทยแพน’ ตรวจผัก ผลไม้ 296 ตัวอย่าง พบสารตกค้างกว่า 480 ชนิด เมื่อ วันที่ 8 พฤศจิกายน ศ. พรพิมล กองทิพย์ อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยในการประชุมวิชาการเพื่อเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประจำปี 2559 ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ศึกษาพัฒนาการสมวัยของเด็กไทย อายุ 5 ขวบ พบว่า พัฒนาการสมวัยของเด็กไทยลดลงจาก ร้อยละ 72 ในปี 2547 เหลือร้อยละ 67 ในปี 2550 ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และอาหารที่รับประทาน ขณะเดียวกันมีการศึกษากลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในชุมชนเกษตรกรที่ไปฝากครรภ์ในโรงพยาบาล (รพ.) อำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ รพ. สวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ และ รพ.พหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 82 คน โดยอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ เพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับสารกำจัดศัตรูพืชในระหว่างตั้งครรภ์ และผลต่อการพัฒนาระบบประสาทของทารก “โรงพยาบาลได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะและส่งวิเ
