รัชกาลที่ 10
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร จัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ น้อมนำแนวพระราชดำรัส สืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาเป็นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนการเติบโตของประเทศด้านเกษตรกรรมที่ทั่วโลกยอมรับว่าไทยเป็นครัวของโลกและเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย โดยมีเกษตรกรเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาต่อยอด ขยายผลด้านการเกษตรนำมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย โดยจะเห็นว่าผลงานวิจัยที่นำมาเสนอนั้นไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยชีวภาพ และเทคโนโลยีทางการเกษตร ล้วนมุ่งขยายผล ต่อยอดพัฒนา สืบสานด้านการเกษตรสู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนางานวิจัยให้ครอบคลุมตล
สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร ที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ในลักษณะกลุ่มเตรียมสหกรณ์ ต่อมาได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ประเภทการเกษตร และเปลี่ยนชื่อเป็น สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด ดำเนินการธุรกิจ 4 ด่าน ประกอบด้วย ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายแก่สมาชิก ธุรกิจรวบรวมผลผลิต ธุรกิจแปรรูป ผลิตภัณฑ์ภาชนะจากธรรมชาติ (กาบหมาก) และ ธุรกิจรับฝากเงินออมทรัพย์ นายมาโนชย์ มิ่งขวัญธารากุล ประธานสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด เผยว่า สมาชิกสหกรณ์จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ เดิมทำไร่แบบหมุนเวียนต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการปลูกพืชผักเมืองหนาว ฟักทอง เสาวรส และไม้ให้ผลชนิดยืนต้น เช่น อโวคาโด “ขอขอบคุณสหกรณ์และโครงการหลวงที่ให้การสนับสนุนมา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาล ที่ 9 ที่ได้สนับสนุนตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว และพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 10 ที่ทรงสืบสานต่อ ต่อจากรัชกาลที่ 9 ทำให้พวกเราได้อยู่ดีกินดี ได้รู้
ภายในพื้นที่ 123 ไร่ ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ คือ พื้นที่ดำเนินการภายใต้โครงการ ธนาคารอาหารชุมชน ที่มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2546 ถือเป็นอีกหนึ่งการทำงานเพื่อสนองพระราชดำริแห่งการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วันนี้ได้ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้ตามวัตถุประสงค์ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงรักและห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์บริเวณบ้านกองแหะ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดทำเป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหารธ
“เนื่องจากในปัจจุบัน เกษตรกรของจังหวัดตราดจำนวนไม่น้อยได้หันมาปลูกทุเรียน แทนการปลูกยางพารา เนื่องจากขายได้ราคาดี มีตลาดต่างประเทศรองรับ ที่สำคัญมีแหล่งน้ำเพียงพอในการนำมาบำรุงต้นทุเรียน เช่น ที่บ้านคลองมะนาว ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ มีอ่างเก็บน้ำคลองมะนาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นเขื่อนดินยาว 630.0 เมตร สูง 10.80 เมตร สันเขื่อนกว้าง 6.00 เมตร ความจุ 650,000 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์มีน้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งปีกว่า 650 ไร่” นายชยุธกฤดิ นนทแก้ว เกษตรจังหวัดตราด เปิดเผยถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการทำการเกษตรในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสนองงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ เกษตรจังหวัดตราด กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกับภาคใต้ คือ ฝน 8 แดด 4 เมื่อฝนตกลงมาอ่างเก็บน้ำคลองมะนาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริลูกนี้ ได้ช่วยเก็บกักน้ำเอาไว้ให้เกษตรกรได้ใช้ในช่วงที่เกิดฝนทิ้งช่วงและช่วงหน้าแล้ง ทำให้พืชที่ปลูกไม่ขาดแคลนน้ำ ยังผลให้ผลผลิตออกมาดี มีคุณภาพตรงตามควา
เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (5 ธันวาคม 2563) กรมชลประทาน ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการตลอดการครองราชย์กว่า 70 ปี เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น กรมชลประทาน ขอนำเสนอความทรงจำ กษัตริย์ นักพัฒนา “น้ำ” ที่สถิตในดวงใจของชาวชลประทานทุกคน ซึ่งเป็นประจักษ์ชัดว่าพระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญา พัฒนาแหล่งน้ำทั่วแผ่นดินเพื่อนำความผาสุก และความมีเสถียรภาพมั่นคงทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจสู่ประเทศไทยอย่างแท้จริง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำมากกว่าโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเภทอื่น ทรงให้ความสำคัญในลักษณะ “น้ำคือชีวิต” ดังพระราชดำรัส ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 ความตอนหนึ่งว่า “ …หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “ต่อยอด ชีวิตวิถีใหม่ ไปกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ” ว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันสำคัญ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง และได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้จัดตั้งสถานที่นี้ขึ้นเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นเป็นแห่งแรก โดยได้ทรงวางแนวทางให้เป็นสถานที่ศึกษาและแสดงตัวอย่างแห่งความสำเร็จ ที่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปเป็นแบบอย่างเพื่อปฏิบัติตามได้อย่างเหมาะสม “ตลอดระยะเวลา 41 ปีที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าทรงให้ความสำคัญกับงานพัฒนา เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องสร้างสรรค์ไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้เ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะหน่วยงานที่สานต่อภารกิจ สนับสนุนพัฒนาองค์ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อให้การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรโคนมไทยมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 60 ปี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งยังคงทรงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน “วันโคนมแห่งชาติ” โดยมี มร.นีล กุนา ซันเดอการ์ด ปูชนียบุคคลของวงการโคนมไทยเข้าเฝ้า ณ พลับพลาพิธีเปิดงาน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทน ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า การเสด็จมาเปิดงาน “วันโคนมแห่งชาติ” ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะนั้น สร้างความปลาบปลื้มให้พสกนิกรชาวไทยและเกษตรกรชาวโคนมเป็นอย่างมากและจดจำภาพ
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชา” ระหว่าง วันที่ 10 – 19 มค. 63 ณ มหาวิทยาลัยเทศโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และจังหวัดนครราชสีมา เตรียมจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2563 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ภายได้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อน้อมนำให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรอันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาคน พัฒนาองค์ความรู้ และพัฒนาประเทศ เผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการและผลงานวิจัยด้านการเกษตร ให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทุกสาขาอาชีพที่สนใจ นาย
นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย นายณัฐกฤช ศิวะศรี กรรมการ และ นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด เป็นประธานเปิดงาน “30 ปี ซีพี-เมจิ ยิ่งเติบโต ยิ่งแข็งแรง” เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ภายในงานได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 โดยมีผู้บริหารและพนักงานซีพี-เมจิ รวมทั้ง ภาครัฐ และประชาชน ร่วมกิจกรรม ณ วัดหนองครก อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซีพี-เมจิ ได้ขับเคลื่อน 3 กิจกรรม เพื่อพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ ให้กับชาวสระบุรีตลอดระยะเวลา 30 ปี ประกอบด้วย ด้านสังคม โดยให้บริการ ตรวจสุขภาพ รับบริจาคโลหิต ทำฟันฟรี ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตัดผมชาย ทำหมันสัตว์เลี้ยงพร้อมฉีดวัคซีน และมอบทุนการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ เปิดรับสมัครงานและแนะนำอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้ทำงานที่มั่นคงใกล้บ้าน ตลอดจนรับปรึกษาด้านการเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปล่อยปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ ปลูกต้นไม้เพิ่มความอุดมสมบูรณ์กับต้นน้ำ และการสนับ
วช. นำบุคลากร ร่วมกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประจำปีพุทธศักราช 2562 วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง และพิธีถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประจำปีพุทธศักราช 2562 และ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน โดยมีคณะผู้บริหาร และบุคลากร วช. เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
