รัชกาล ที่ 9
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ บางเบิด” เนื้อที่ 448 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านน้ำพุ ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้อยู่ติดทะเล มีสภาพเป็นดินทรายชายทะเลที่ถูกคลื่นทับถมกันเป็นเวลานานจนกลายสภาพเป็นเนินทราย (Sand Dune) กระจายอยู่ทั่วไป เดิมสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการวิจัยปลูกต้นไม้โตเร็วชนิดต่างๆ เป็นจำนวนมากเพื่อศึกษาผลกระทบที่ดินดังกล่าว ต่อมาสำนักงานจัดการทรัพยากรที่ดินส่วนพระองค์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบดูแลที่ดินแปลงนี้อยู่ได้นำกลับมาเพื่อพัฒนา หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9 ) เสด็จพระราชดำเนินกลับจากจังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2541 มีพระราชกระแสรับสั่งให้โครงการพัฒนาส่วนพระองค์รับผิดชอบ โครงการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ โดยให้อนุรักษ์สภาพแวดล้อมเดิมซึ่งมีสภาพเป็นสันทรายป่าชายหาด พัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตร โดยการปรับปรุงดินตามความเหมาะสม เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยและพัฒนาส่งเสริมอาชีพและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชุมพร เนื่องจากพื้นท
วันที่ 11 ตุลาคม 2567 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดงานมหกรรม “ในความทรงจำ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร 8 ปีแล้วที่เสด็จสู่สวรรคาลัย ธ ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของทวยราษฎร์ตลอดมา งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 13 ตุลาคม 2567 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี และช่องทาง Online Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “การจัดงานมหกรรม “ในความทรงจำ” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดรัชสมัย 70 ปี ที่ทรงราชย์ ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อสร้างความผาสุกร่มเย็นให้แก่ชาติบ้านเมือง การพัฒนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ ยังคงเจริญงอกงาม ผลิดอกออกผลทั่วสารทิศ หล่อเลี้ยงทุกชีวิต ทุกสรรพสิ่งบนผืนแผ่นดินไทย แนวคิดเพื่อการพึ่งตนเอง ทฤษฎีใหม่ หลั
“รู้สึกปลาบปลื้มก็เหมือนพระองค์ท่านมาด้วยตัวเอง ยินดีมากๆ ชีวิตจากการทำเกษตรพอเพียงแบบผสมผสานทำให้ชีวิตไม่ต้องดิ้นรน ทำตามพระพระราชดำรัสของพระองค์ท่านวันนี้อยู่ดีกินดี” นางรุ่งทิพย์ ดีเด่น ราษฎรหมู่ที่ 8 ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กล่าวระหว่างรอต้อนรับ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ในโอกาสเดินทางติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นางสาวรุ่งทิพย์ ดีเด่น หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามฯ ซึ่งเดิมทำงานในโรงงาน แต่รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายจึงกลับมาทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง ด้วยการเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ปลูกกล้วยหอมทองส่งโรงงาน แต่ก็ไม่ยั่งยืนเพราะปลูกกล้วยหอมทองอย่างเดียวหรือเรียกทั่วไปว่าปลูกพืชเชิงเดี่ยว ช่วงผลผลิตมากราคาจะตกต่ำทำให้ขาดทุน ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่งานศึกษาทดลองและขยายผลจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจา
สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร ที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ในลักษณะกลุ่มเตรียมสหกรณ์ ต่อมาได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ประเภทการเกษตร และเปลี่ยนชื่อเป็น สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด ดำเนินการธุรกิจ 4 ด่าน ประกอบด้วย ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายแก่สมาชิก ธุรกิจรวบรวมผลผลิต ธุรกิจแปรรูป ผลิตภัณฑ์ภาชนะจากธรรมชาติ (กาบหมาก) และ ธุรกิจรับฝากเงินออมทรัพย์ นายมาโนชย์ มิ่งขวัญธารากุล ประธานสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด เผยว่า สมาชิกสหกรณ์จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ เดิมทำไร่แบบหมุนเวียนต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการปลูกพืชผักเมืองหนาว ฟักทอง เสาวรส และไม้ให้ผลชนิดยืนต้น เช่น อโวคาโด “ขอขอบคุณสหกรณ์และโครงการหลวงที่ให้การสนับสนุนมา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาล ที่ 9 ที่ได้สนับสนุนตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว และพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 10 ที่ทรงสืบสานต่อ ต่อจากรัชกาลที่ 9 ทำให้พวกเราได้อยู่ดีกินดี ได้รู้
“ดินที่เหมาะสมสำหรับการเกษตรกรรม ต้องมีคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้ มีแร่ธาตุที่เรียกว่า ปุ๋ย ส่วนประกอบสำคัญคือ 1) N (nitrogen) ในรูป nitrate 2) P (phosphorus) ในรูป phosphate 3) K (potassium) และแร่ธาตุ อื่น ๆ O H Mg Fe มีระดับ เปรี้ยว ด่าง ใกล้เป็นกลาง (pH 7) มีความเค็มต่ำ มีจุลินทรีย์ มีความชื้นพอเหมาะ (ไม่แห้ง ไม่แฉะ) มีความโปร่งพอเหมาะ (ไม่แข็ง)” คำแนะนำจากเอกสารพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2540 ได้สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อการพัฒนาด้านดิน เพื่อให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารต่าง ๆ ของเกษตรกรไทยในฐานะที่เป็นครัวของโลก การพัฒนาด้านดิน เป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญ และได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาดิน การอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน อันสืบเนื่องมาจากการเสื่อมโทรม การชะล้างพังทลาย สภาพที่เปรี้ยวจัดหรือเค็มจัด จนไม่เหมาะสมกับการเกษตรกรรม เป็นต้น ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระวิริยะอุตสาหะใน
ธ สถิตในดวงใจ…นิรันดร์ กษัตริย์เกษตร พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดงาน “ธ สถิตในดวงใจ…นิรันดร์” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 10 – 13 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี นางสาวสมพิศ วงศ์ปัญญา รองผู้อำนวยการ (ฝ่ายบริหาร) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกล่าวว่า “การจัดงาน ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ ในครั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจของพระองค์ ด้านการเกษตร ภายในงานมีการจัดนิทรรศการพิเศษและกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการ ธ สถิตในดวงใจ…นิรันดร์ นิทรรศการสายธารพระกรุณา กษัตริย์เกษตร และการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่ 13 ตุลาคม ขอเชิญชวนพี่น้อง
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “ต่อยอด ชีวิตวิถีใหม่ ไปกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ” ว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันสำคัญ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง และได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้จัดตั้งสถานที่นี้ขึ้นเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นเป็นแห่งแรก โดยได้ทรงวางแนวทางให้เป็นสถานที่ศึกษาและแสดงตัวอย่างแห่งความสำเร็จ ที่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปเป็นแบบอย่างเพื่อปฏิบัติตามได้อย่างเหมาะสม “ตลอดระยะเวลา 41 ปีที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าทรงให้ความสำคัญกับงานพัฒนา เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องสร้างสรรค์ไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้เ
กระทรวงเกษตรร่วมสืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช รมช.วิวัฒน์ ชวนคนกึ๊ดช้างสร้างต้นแบบชุมชนไร้อดอยาก นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวในโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเรื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) งานปลูกรักษาทรัพยากรท้องถิ่น : กิจกรรมแหล่งเรียนรู้แปลงปลูกรักษาพรรณไม้/ดอกไม้สำคัญและไม้หายาก ณ ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ว่า การรักษาพันธุ์ไม้สำคัญไม้หายากนั้นเป็นงานที่สำคัญ จำเป็นต้องเร่งปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมทั้งพืชและสัตว์ ตลอดจนวัฒนธรรมอันหลากหลายของมนุษย์ องค์การบริหารส่วนตำบลกึ้ดช้างเป็นตัวอย่างการดำเนินงานด้วยความสามัคคี โดยชักชวนภาคส่วนต่างๆ มาร่วมกันอนุรักษ์พันธุกรรมพืชโดยเฉพาะไม้ท้องถิ่นเพื่อรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งถือเป็นงานที่ในหลวงรัชกาล ที่ 9 ทรงให้ความสำคัญ ถ้าประชาชนลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้อย่างจริงจังเชื่อได้ว่าจะทำให้ประชาชนมีความสุข ประเทศมีความสุข ไม่ได้เน้นก้าวหน้าอย่างมาก แต่เน้นที่มีความสุข ความเจริญ เพราะถ้าก้าวหน้าอย่าง
