ราคาปาล์มน้ำมัน
นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด บริษัทในกลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บีบีจีไอได้เร่งกำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เพื่อรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลและน้ำมันปาล์มดิบเก็บเข้าเป็นสต๊อกเพิ่มเติมเป็นจำนวน 13,500 ตัน หรือคิดเป็นน้ำมันไบโอดีเซล 15 ล้านลิตร เป็นเงินประมาณ 300 ล้านบาท ตามนโยบายขอความร่วมมือของรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรไทยที่ประสบปัญหาราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานความคืบหน้าผลการดำเนินมาตรการบริหารสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบทั่วประเทศให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2561 ทราบ เพื่อแก้ปัญหาปริมาณปาล์มล้นตลาด โดยเมื่อเดือนธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ไทยมีปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบสูงมากเป็นประวัติการณ์ 5.32 แสนตัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ (ก.ก.) 19 บาท และราคาผลผลิตปาล์มตกต่ำไปอยู่ที่ 3.37 บาท/ก.ก. ทั้งนี้ หลังจากกระทรวงพลังงานได้ดำเนินมาตรการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันปาล์มดิบในการผลิตไบโอดีเซลจาก 7% (บี 7) เป็น 10% (บี 10) ต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตจาก 4 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 6 ล้านลิตรต่อวัน และกระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินมาตรการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 1.57 แสนตันต่อเนื่อง ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา สามารถระบายสต๊อกปาล์มลดลงจาก 5.32 แสนตันต่อวันเหลือ 4.07 แสนตันต่อวันในช่วงเดือนม.ค. 2561 ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นจากก.ก.ละ 19 บาท เป็นก.ก.ละ 21 บาท ราคาผลผลิตปาล์มดิบเพิ่มขึ้นจากก.ก.ละ 3.37 บาทเป็น 4.10 บาท “จากการดำเนินมาตรการดัง
แม้ว่าไทยจะมี “ยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมัน” แต่ไทยยังต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทุกปี โดยในปี 2561 ข้อมูลจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รายงานต่อคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ตั้งแต่ต้นปีว่าคาดการณ์ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันปี 2560 จะเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นไม่มากนัก จึงควรเตรียมมาตรการรับมือปัญหา “ราคาน้ำมันปาล์มดิ่ง” ซึ่งเป็นไปตามคาด ในเดือนตุลาคมสต๊อกน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น 520,000 ตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าปริมาณสต๊อกเพื่อความมั่นคงโดยปกติมีปริมาณ 230,000-250,000 ตัน กดราคาผลปาล์มสดลดลงเหลือ กก.ละ 2.40-2.60 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปี เทียบกับต้นทุนของเกษตรกรที่ กก.ละ 3.10-3.80 บาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการสต๊อกที่ผิดพลาด ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาเดือดร้อน ขาดทุน กระทั่ง ล่าสุดที่ประชุม กนป. เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 60 มีมติให้ผู้ส่งออก โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเร่งส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ และกระทรวงพลังงานประสานผู้ค้าน้ำมันเพิ่มการรับซื้อน้ำมันปาล์มไปผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล (บี 7) เพื่อลดสต๊อกน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกไป ทั้งยังให้กระทรวงพาณิชย์
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และตรวจสอบสต๊อกอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยผลผลิตปาล์มน้ำมัน ปี 2560 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าจะมีปริมาณ 12.47 ล้านตัน ใกล้เคียงกับ ปี 2557-2558 ซึ่งเมื่อเทียบกับ ปี 2559 อยู่ที่ 10.997 ล้านตัน เพิ่มขึ้น คิดเป็น ร้อยละ 13.39 ซึ่งปัจจุบัน ณ วันที่ 17 พ.ย.60 ราคาผลปาล์มน้ำมัน (18%) กก.ละ 3.80 – 4.10 บาท และน้ำมันปาล์มดิบ กก.ละ 20.75 – 21.00 บาท ในขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบมาเลเซีย (16 พ.ย.60) กก.ละ 21.32 บาท และสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ จากการแจ้งตามประกาศ กกร. นับตั้งแต่เดือน พ.ค.60 สต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือมีจำนวนมากกว่า 400,000 ตันCPO มาถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดมีมากเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน มี.ค.60 ปริมาณผลปาล์ม อยู่ที่ 1.11 ล้านตัน จนถึงปัจจุบัน ต.ค.60 อยู่ที่ 1.57 ล้านตัน ประกอบกับมีการส่งเสริมให้เกษตรกรทำปาล์มคุณภาพโดยการตัดปาล์มสุก เปอร์เซ็นต์น้ำมันเพิ่มขึ้น จาก 15 – 16% เป็น 17 –
