ราคาโคเนื้อ
เมื่อพูดถึงอาชีพเลี้ยงโค ทุกคนอาจจะเกิดคำถามในใจว่า “เลี้ยงวัวหรือ เลี้ยงทำไม เพื่ออะไร” โจทย์เหล่านี้มีคำตอบที่แน่ชัดว่าการเลี้ยงโคสามารถทำให้มีกินมีใช้เสมือนงานประจำตามห้างสรรพสินค้า…วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านอยากนำเสนอสิ่งดีๆ เกี่ยวกับเกษตรกรเลี้ยงโคที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว โดยเริ่มต้นจากการเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริมจนสุดท้ายต้องหันมาให้เวลาและพัฒนาจนเป็นอาชีพหลักในปัจจุบัน คุณชัยพร ดอกสี อยู่บ้านเลขที่ 15/1 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เล่าที่มาที่ไปว่า เริ่มจากการเป็นเกษตรกรทำสวนทำไร่ธรรมดา อยู่กับการเลี้ยงโคเลี้ยงควายตั้งแต่เด็ก ที่อยากมีรายได้จากอาชีพเสริม ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการทำงานในโรงงานและมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ จึงคิดหาช่องทางต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งอาชีพที่สามารถสร้างความมั่นคง จนสุดท้ายมีอาชีพการเลี้ยงโค ที่เริ่มทำเป็นอาชีพเสริมจนกลายเป็นอาชีพหลักสามารถประคองชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ โดยที่ไม่ต้องหวังพึ่งรายได้จากอาชีพในโรงงานต่อไป เลี้ยงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ สำหรับกระบวนการก่อนที่จะมาเริ่มทำอาชีพเลี้ยงโค คุณชัยพร เล่าว่า การเลี้ยงโคของตนเองนั้นก็มี
การที่จำนวนประชากรโคในจังหวัดขอนแก่นลดลงในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากสภาพสังคมเปลี่ยนไป หรือชาวบ้านได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุน ทั้งยังมีตลาดประเทศเพื่อนบ้านรับซื้อโคในราคาสูง หากดูผิวเผินน่าจะเป็นปัญหาต่ออาชีพนี้ แต่ความจริงแล้วระยะหลังตลาดบริโภคเนื้อมีการตื่นตัวคึกคัก จึงกลับเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชาวบ้านที่เลี้ยงโคหันมาใส่ใจเลี้ยงแบบคุณภาพ มีการคัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์ที่มีคุณภาพเพื่อต้องการให้เนื้อโคมีมาตรฐานเทียบกับต่างประเทศ “P.J. FARM” ตั้งอยู่เลขที่ 344 หมู่ที่ 4 บ้านมะขามป้อม ตำบลขัวเรียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เป็นฟาร์มที่เลี้ยงโคเนื้อเพื่อจำหน่ายทั้งตัวและแปรรูปส่งขายตลาดผู้บริโภคทุกระดับ พร้อมกับยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผสมพันธุ์ที่สำคัญของจังหวัด คุณประนอม วอร์เบอร์ตัน เจ้าของฟาร์ม P.J. FARM บอกว่า เดิมตัวเธอได้ทำอาชีพเลี้ยงโคนมกับสามีชาวนิวซิแลนด์ที่ประเทศของสามี แต่ไม่กี่ปีจากนั้นสามีมีสุขภาพไม่ดีจึงเลิกอาชีพแล้วขายกิจการกลับมาอยู่ที่ขอนแก่นบ้านเกิด จากนั้นหาซื้อที่ดินที่อำเภอชุมแพเป็นที่นา แล้วมาปรับเป็นแปลงปลูกหญ้า พร้อมกับสร้างโรงเรือนแบบธรรมดา เมื่อหญ้าโตได้ที่จึงหาซื
โคหรือกระบือเป็นสัตว์ที่ปัจจุบันไม่ได้ไว้ใช้ทำงานไถนาเหมือนเช่นสมัยก่อน แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ทำเงินให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างมาก โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ จึงทำให้มีโครงสร้างและสายพันธุ์ที่ดี ซึ่งเกษตรกรที่อยู่ตามต่างจังหวัดมีการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุน ด้วยการนำโคเนื้อที่เลี้ยงไปออกหากินตามทุ่งหญ้า จึงทำให้การเลี้ยงเกิดการประหยัดต้นทุนมากขึ้น เพียงแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงลงแรงในการพาโคออกหากินเพียงเท่านั้น คุณประสาน เรืองศิริ อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อโดยใช้แรงกายของตนเอง โดยจะสลับกับภรรยานำโคเนื้อที่เลี้ยงอยู่ภายในบ้าน ออกไปหาอาหารตามไล่ทุ่งบริเวณบ้าน และในทุกๆ เช้าจะนำอาหารที่หาเองตามท้องถิ่น อย่างเช่น ฟางข้าว ที่ได้จากทุ่งนาในบริเวณชุมชนมาให้โคเนื้อกิน จึงทำให้ประหยัดต้นทุนในการเลี้ยงมากขึ้น จึงทำให้โคเนื้อที่เลี้ยงสามารถสร้างเป็นอาชีพหลักเกิดรายได้หลักแสนบาทต่อปีเลยทีเดียว คุณประสาน เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเริ่มเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งอยู่ก่อน ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงโคเนื้อประมาณปี 2548 สาเหตุที่ทำให้ต้องปรับเ
คุณธีราเมท โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความชื่นชอบในเรื่องของการเลี้ยงโคมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้สิ่งที่เขารักและชอบได้นำมาประกอบเป็นงานยามว่าง และสร้างรายได้ให้กับเขาได้ตกปีละเป็นแสนบาทกันเลยทีเดียว คุณธีราเมท โรจนวีรเดช คุณธีราเมท หนุ่มผู้มากด้วยรอยยิ้มหวานอยู่บนใบหน้า เล่าให้ฟังว่า เริ่มเลี้ยงโคอย่างจริงจังตอนเขามีอายุได้ 18 ปี โดยนำเงินที่เก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยที่เป็นเด็กที่มีญาติพี่น้องให้มาเรื่อยๆ เก็บจนได้เป็นเงินจำนวนหนึ่ง เมื่อเริ่มรับผิดชอบอะไรได้หลายๆ อย่าง จึงได้นำเงินไปซื้อลูกโคเข้ามาเลี้ยงจำนวน 1 ตัว เป็นเงิน 20,000 บาท เมื่อเลี้ยงจนโคตัวเมียเป็นสาว จากนั้นนำมาผสมเทียมจนได้ลูกโคออกมา ก็ขายทั้งแม่และลูกออกไปพร้อมกัน จึงทำให้มีผลกำไรจากการขายในครั้งนั้นนำมาลงทุนซื้อโคเลี้ยงภายในฟาร์มต่อ คุณธีราเมท โรจนวีรเดช และน้องชาย “พอขายได้กำไรมาเรื่อยๆ เราก็นำเงินที่ได้มาต่อยอด ในการลงทุนเลี้ยงโค จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ โคที่เลี้ยงที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของผมเอง ก็มีอยู่ภายในฟาร์มประมาณเกือบ 20 ตัวได้ โดยเป็นโ
คุณทองพูล สุรทัด อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรต้นแบบของพี่น้องเกษตรกรรายอื่นๆ ในจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีตคือเลี้ยงในจำนวนที่ไม่มาก ดูแลได้ทั่วถึง ทำให้โคที่เลี้ยงมีสุขภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีพ่อค้ามาจับจองขอซื้อถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณทองพูล สุรทัด เห็นพื้นที่รอบบ้านว่าง จึงคิดทำปศุสัตว์ คุณทองพูล เล่าให้ฟังว่า เดิมมีอาชีพทำเกษตรกรรมอยู่แล้วคือ การปลูกข้าวโพดหวาน ต่อมาเห็นบริเวณรอบบ้านยังพอมีพื้นที่ว่างอยู่ จึงมองว่าน่าจะทำเกี่ยวกับเรื่องปศุสัตว์เพื่อเสริมสร้างรายได้ จึงตัดสินใจนำโคเนื้อมาเลี้ยงเพื่อใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเลี้ยงจะเน้นให้มีแต่โคแม่พันธุ์เท่านั้น เพราะเน้นทำการผสมเทียมเพียงอย่างเดียว “ปี 2540 ช่วงแรกๆ ตอนที่จะเลี้ยงใช้เงินลงทุนไปประมาณ 30,000 บาท ซื้อเป็นแม่พันธุ์พร้อมลูกมา พอเราเห็นว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ ก็จะติดต่อให้ทางสำนักงานปศุสัตว์มาผสมเทียมให้ ก็ได้ลูกเพิ่มขึ้นมาโดยไม่ต้องซื้อเข้ามาเพิ่มอีก ซึ่งภายในฟาร์มจะเน้นเป็นสายพันธุ์บราห์มันขาว บราห์มันแดง ที่มีลูกผส
โคมีชีวิต-เนื้อโคชำแหละลดลง 10-20% หวั่นย่ำรอยสินค้าเกษตรตกต่ำ เหตุตลาดส่งออกหลัก “จีน เวียดนาม” ชะลอซื้อ พร้อมคุมเข้มตรวจโรคปากเท้าเปื่อยและสารเร่งเนื้อแดง คาดปีนี้ มูลค่าส่งออกวูบแน่ 50% ขณะที่กำลังซื้อในประเทศยังซบเซา คนแห่บริโภคหมู ไก่ราคาถูกกว่าทดแทน ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาประเทศจีนและเวียดนามมีการกว้านซื้อและนำเข้าโคเนื้อมีชีวิตจากประเทศไทย ประกอบกับปริมาณการเลี้ยงโคไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศด้วย ส่งผลให้ราคาโคเนื้อมีชีวิตปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยราคาขายปลีกเนื้อโค/วัวทั่วไปอยู่ที่ 300 กว่าบาท/กิโลกรัม (กก.) ส่วนเนื้อโคเกรดพรีเมี่ยมจะมีราคาสูงกว่านี้ จึงสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคเนื้อกันมากขึ้น แต่สถานการณ์ล่าสุดราคาเริ่มปรับตัวลดลง ทั้งโคมีชีวิตและเนื้อวัวชำแหละ นายสุรชัย เปี่ยมคล้า ผู้จัดการสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด และเลขานุการสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับตั้งแต่มีการปิดด่านสิบสองปันนาและงดการส่งออกโคเนื้อไปจีนตอนใต้เมื่อปลายปี 2559 เนื่องจากรัฐบาลจีนตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงและโรคปากและเท้าเปื่อยในโคเนื้อของไทย ส่งผลให้ในปี 2560 โค
