ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การพัฒนาด้านเทคโนโลยี การเงิน และกฎระเบียบ เป็นตัวช่วยสำคัญ ในการส่งเสริมการนำข้อปฏิบัติข้าวยั่งยืนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ในวงกว้าง บนพื้นฐานของมาตรฐานเวทีข้าวยั่งยืน (Sustainable Rice Platform: SRP) • SRP เปิดตัว RiceTrace แพลตฟอร์มดิจิทัล ยกระดับการดำเนินงานและรับรองมาตรฐานข้าวยั่งยืน • กรมการข้าวไทยเดินหน้าฝึกอบรมเกษตรกร 45,000 รายใน 4 ปี มุ่งสู่เกษตรยั่งยืนและสู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ • มาตรฐานข้าวอย่างยั่งยืน SRP หนุนแนวทางการปลูกข้าวยั่งยืนในประเทศไทย ฉบับร่าง 0 เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้วในขณะนี้ • SRP พัฒนา SRP Low Carbon Assurance Module ร่วมกับพันธมิตรหลัก เพื่อวัดและตรวจสอบการลดก๊าซเรือนกระจกในการปลูกข้าวยั่งยืน กรุงเทพฯ 23 ธันวาคม 2567 – “ความท้าทายของเราคือการขยายการผลิตข้าวยั่งยืนและกระตุ้นความต้องการข้าวยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายทางสังคมระดับโลกที่วางไว้ร่วมกัน” Inge Jacobs หัวหน้าด้านการจัดหาที่ยั่งยืนนานาชาติของ Mars Food & Nutrition กล่าวในระหว่างการประชุมและนิทรรศการข้าวยั่งยืนระดับโลกครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อ
เมื่อพูดถึง “คาร์บอนเครดิต” อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายคน แต่ในความจริงแล้วมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาระดับนานาชาติ คาร์บอนเครดิตจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดโลกร้อน ทั้งนี้ “ก๊าซเรือนกระจก” นั้นไม่ได้มาจากภาคอุตสาหกรรม หรือขนส่งมวลชนเท่านั้น แต่ในกิจกรรมภาคการเกษตรอย่าง “การทำนาข้าว” ก็มีส่วนในการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน คุณพรพรรณ ยานะโส นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา จะมาอธิบายให้ฟังว่า การทำนานั้นเกี่ยวกับโลกร้อนได้อย่างไร? และรู้หรือไม่ว่า แค่เปลี่ยนวิธีการทำนาก็ช่วยลดโลกร้อนได้ ทั้งยังสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำนาให้ดีขึ้นอีกด้วย “คาร์บอนเครดิต” คืออะไร? เกี่ยวข้องกับ “การทำนา” อย่างไร? คุณพรพรรณ อธิบายในทางหลักการว่า “คาร์บอนเครดิต” หมายถึง สิทธิที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคล-องค์กรสามารถลดหรือกักเก็บการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม โดยสิทธินี้สามารถวัดปริมาณและนำไปซื้อขายในตลาดคาร์บอนเครดิตได้ ซึ่งชนิด
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่ากรมส่งเสริมการเกษตร และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ได้วางเป้าหมายร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส มีเป้าหมายที่จะบรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแผนการมีส่วนร่วมได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ไว้ที่ร้อยละ 20-25 ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งภาคเกษตรกรรมถูกกำหนดให้เป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นกรมส่งเสริมการเกษตรได้วางแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยวิธีการเกษตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู (Climate Smart and Regenerative Agriculture) ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีหมุนเวียนและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนต่าง ๆ เช่น ต้นทุนเอกชน ที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตจากการใช้ปัจจัยการผลิตต่างๆ ในการผลิต และต้นทุนสัง
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ลุยต่อแผน KUBOTA NET ZERO EMISSION มุ่งมั่นสร้างโลกเกษตรที่ยั่งยืน ขยายองค์ความรู้เกษตรปลอดการเผา สู่นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรสุทธิเป็นศูนย์ จับมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของจังหวัดสระแก้ว ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ “สระแก้ว เมืองต้นแบบปลอดการเผาสู่ Net Zero Emission” เป็นจังหวัดที่ 12 ดึงองค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร แก้ปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในภาคการเกษตร ตลอดจนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นประเด็นภาวะโลกร้อน สภาพอากาศแปรปรวน ไปจนถึงมลพิษในอากาศอย่าง “ฝุ่นละออง PM 2.5” ซึ่งพบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่การเกษตร สยามคูโบต้าจึงได้ดำเนินกิจกรรมโซลูชันเกษตรปลอดการเผาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อรณรงค์และพัฒนากระบวนการผลิตโดยวิธีการทำเกษตรปลอดการเผา ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วัสดุเหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยว เช่น ฟางข้าว ตอซ
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 ณ ห้องประชุมมหิศรภักดี กยท.จ.สงขลา – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมโต๊ะกลม โดยมี ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำหารือ พร้อมด้วย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. ร่วมหารือกับ Malaysian Rubber Board (MRB) โดย Dato’Dr. Zairossani Mohd Nor ผู้อำนวยการ MRB, องค์กรพัฒนาเกษตรกรรายย่อยเพื่อลงทุนยางพารา (RISDA) และสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งมาเลเซีย (Margma) รวมถึงคณะผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมยางมาเลเซีย ร่วมนำเสนอความพร้อมในกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับยางของไทย ภายใต้กฎระเบียน EUDR หวังยกระดับผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมยางพาราให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้า 2 ประเทศ ตลอดจนสำรวจโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในภาคการค้ายาง ดร.เพิก กล่าวว่า ด้วยนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซียที่ต้องการจะพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพและมีมูลค่าเพิ่ม เพื่อประโยชน์ในด้านการค้า การลงทุน และภาคอุตสาหกรรมของยางพารากับทั้งสอง
ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พร้อมสร้างศูนย์บ่มเพาะถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขยายฐานธนาคารต้นไม้ไปสู่การเข้าร่วมโครงการ BAAC Carbon Credit ตอบโจทย์เป้าหมายการไปสู่ Carbon Neutrality ของประเทศ หนุนชุมชน วัด โรงเรียนในการดูแลและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่การสร้างวินัยการออมให้แก่นักเรียนในโรงเรียนธนาคาร (เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567) นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 และชุมชนเครือข่ายธนาคารต้นไม้ ธ.ก.ส. จังหวัดเพชรบุรี จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามแนวทางพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้เพื่อปลูกฝังวินัยการออมเงินแก่นักเรียนในโรงเรียนธนาคาร พร้อมจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะความรู้ขึ้นในโรงเรียน เพื่อสนับสนุนการวางรากฐานให้แก่นักเรียนและผู้ที่สนใจใ
บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จับมือ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กรมส่งเสริมการเกษตร จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในอำเภอโนนคูณ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร สนับสนุนเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agriculture Practice) พร้อมสร้างความเข้าใจต่อขั้นตอนการขายข้าวโพดให้บริษัทตามนโยบาย ไม่รับซื้อและไม่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่รุกป่าและมาจากการเผาตอซัง ลดสาเหตุฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และหมอกควัน มุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2593 สร้างความยั่งยืนให้กับสินค้าเกษตรและระบบการผลิตอาหารของโลก ในการอบรม กรุงเทพโปรดิ๊วส ยังนำแอปพลิเคชั่น “ฟ.ฟาร์ม” ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นผู้ช่วยเกษตรกร ให้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเพาะปลูก ข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับปริมาณฝน อุณหภูมิ ลม ข้อมูลราคาและการขายผลผลิต ตลอดจนคำแนะนำการจัดการตอซัง สนับสนุนเกษตรกรเพิ่มคุณภาพผลผลิตที่สามารถส่งตรงเข้าถึงโรงงาน
ในช่วงที่ผ่านมาเราคงได้ยินคำนี้กันมาบ่อยแต่อาจจะไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญยังไง ซึ่งในความเป็นจริงเรื่อง Ner Zero นั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวอย่างมาก และเป็นเรื่องที่เราทุกคนที่ต้องช่วยกัน รับผิดชอบ Net Zero คือการ ‘ลด’ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยสร้างสมดุลให้กับสภาพภูมิอากาศโลกด้วยวิธีการ “จำกัด” และ “กำจัด” การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเอง พูดง่าย ๆ คือการใช้วิธีหักลบเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การปลูกต้นไม้ การฟื้นฟูป่า หรือการซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงการทำกิจกรรมเรื่องของอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมปลูกฝังการรักษ์โลก เพื่อให้มีการผลักดันแนวความคิดเรื่องมลพิษที่ปล่อยออกมาต้องเท่ากับ ‘ศูนย์’ เราทุกคนสามารถทำ Net Zero ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากยานยนต์ แล้วหันมาเดินทางโดยใช้รถสาธารณะหรือปั่นจักรยานไปในที่ใกล้ ๆ แทน หรือจะหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงแดดก็ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากนำเสนอกับทุกคนคือ โลก กำลังอ่อนแอเพราะถูกทำลายชั้นบรรยากาศ หากเราทุกคนยังคงนิ่งเฉย สักวันสิ่งแวดล้อม
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดโรดแม็ปเส้นทางขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net-Zero) พร้อมทั้งประกาศความสำเร็จยกเลิกการใช้ถ่านหิน 100% สำหรับกิจการในประเทศไทย บรรลุตามเป้าหมาย Coal Free 2022 เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางอาหาร นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร และ นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุดสายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ซีพีเอฟ แถลงข่าวแผนการดำเนินงานของบริษัท เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net-Zero) พร้อมทั้งประกาศความสำเร็จตามเป้าหมาย Coal Free 2022 ณ อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ สีลม นายประสิทธิ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net-Zero เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัท ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนของซีพีเอฟ ที่ยึดตามแนวทางด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ตระหนักถึงภารกิจของการเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก ที
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนชุมชนรอบสถานประกอบการมีส่วนร่วมเพิ่มพื้นที่สีเขียวและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เดินหน้าพัฒนาพื้นที่สวนป่าชุมชนสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ และร่วมบริหารจัดการพื้นที่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ช่วยอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายากในท้องถิ่น สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ หนุนเศรษฐกิจชุมชนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นสร้างความตระหนักสู่พนักงานให้มีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีรอบสถานประกอบการของซีพีเอฟทั่วประเทศ ในโครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ทั้งกิจกรรมปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการ และขยายผลสู่การสร้างเครือข่ายชุมชนดำเนินโครงการสวนป่าเชิงนิเวศ ปัจจุบันมีโครงการสวนป่าชุมชนที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ “โครงการสวนป่าชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร” ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และ “โครงการสวนป่าเชิงนิเวศในชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า” ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ส
