ลดต้นทุนการผลิต
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร ทั้งด้านต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทั้งด้านการผลิต การขนส่ง และการบริหารจัดการผลผลิต ตลอดจนราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวเนื่อง กระทรวงเกษตรฯ เร่งทำงานเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด โดยใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดูแลเกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาคเกษตรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรไทย นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยกว่า 6 ล้านตันต่อปี โดยในช่วงที่เข้าสู่ฤดูกาลผลิตสำคัญ ทั้งข้าวนาปรังและพืชเศรษฐกิจ จึงได้มอบหมายให้ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกันวางแนวทางปรับรูปแบบการใช้ปุ๋ย โดยส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และชีวภัณฑ์ควบคู่ปุ๋ยเคมีในสัดส่วน 70:30 พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้เกษตรกรเพื่อลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหมอดินอาสาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบห
คำว่า ลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรคิดแบบง่ายๆ คือการประหยัด ประหยัดอย่างไรให้ผลิตผลออกมาได้คุณภาพ ได้มีตลาดสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เกษตรกรในเมืองไทยส่วนใหญ่จะคิดจบง่ายๆ คือไม่มีแรงงาน ไม่มีเงินทำ ก็เลยทำตามมีตามเกิด อีกอย่างหนึ่งก็คือเกษตรกรไทยมีความเชื่อว่า ทำมากับมือ ทำมาตลอดปี นักวิชาการจะเอาอะไรมาขายอีกนะ จะเอาอะไรมาแจกอีกนะ สุดท้ายตนเองก็กลับมาทำแบบวิถีดั้งเดิมเหมือนเดิม จริงครับถูกต้องครับ เราต้องมีพื้นฐานการปลูกพืช พื้นฐานการเลี้ยงสัตว์ ใจต้องรักอาชีพเกษตร ปลูกแล้วขายใคร คือคำถามสุดท้ายที่ได้ยิน ถ้าเราคิดว่าปลูกแค่พอกินเองก่อน เหลือค่อยแบ่งปัน คำตอบนี้อาจจะมีคนชอบและคนไม่ชอบอีกเช่นกัน เกษตรกรบางท่านก็อยากปลูกอยากเลี้ยงสัตว์แล้วได้เงิน ความคิดคิดได้ครับ แต่ถ้าจัดระบบได้ก็จะเป็นการดี ขอสร้างความเข้าใจกันสักนิด อะไรคือ การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่า การลดต้นทุนอะไรบ้างครับ จะอธิบายง่ายๆ ลดค่าปัจจัยการผลิต เช่น ลดปุ๋ยเคมี ลดสารเคมี ลดจำนวนเมล็ดพันธุ์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะทำให้ต้นทุนต่อไร่ลดลง ลดสิ่งที่ไม่จำเป็นและลดการสูญเปล่า เช่น ถ้าดินมีปุ๋ยอยู่ก็ไม่ต้องใส่ปุ๋ยมาก ห
ชาวบ้านจังหวัดชัยนาทประสบปัญหาราคารับซื้อปลากรายตกต่ำกระทบกับรายได้ เดือดร้อนจนต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม พร้อมพัฒนาวิธีแปรรูปเนื้อปลาเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น คุณสิทธิชัย ลิ้มตระกูล หรือ คุณชัย รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากราย จังหวัดชัยนาท บอกว่า การป้องกันจากการถูกเอาเปรียบทางด้านราคา จึงเป็นเหตุผลให้ชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเพื่อรวบรวมปลากรายสดขายให้กับผู้รับซื้อโดยตรง ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการอุดช่องว่างของการตั้งราคาจึงนำเอากระบวนการแปรรูปเนื้อปลากรายเข้ามาเป็นกิจกรรมของกลุ่มไปพร้อมกันด้วย เพื่อตัดระบบพ่อค้าคนกลางออกไป ฉะนั้น สิ่งที่ตามมาคือเทคโนโลยี การบริหารจัดการความรู้ ทักษะ และการตลาด ที่จำเป็นต้องแสวงหาเพิ่มเติม ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจจำหน่ายปลากราย ได้แก่ ร้านอาหารในจังหวัดชัยนาท กลุ่มผู้ประกอบการโต๊ะจีนในชัยนาท ขณะเดียวกัน ยังได้มีการขยายตลาดออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงบางส่วนของกรุงเทพฯ ดังนั้น จึงถือเป็นกลุ่มบุกเบิกเรื่องปลากรายในจังหวัดชัยนาท คุณชัย เผยว่า เมื่อปี 2558 ปลากรายที่ชัยนาทมีราคาสู
ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทยยังคงประสบปัญหาด้านราคาวัตถุดิบอาหารที่มีราคาสูง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอาหารสัตว์ อาทิ แหนแดง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หญ้าเนเปียร์ ถือเป็นพืชทางเลือกที่เป็นทางออกให้กับเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต สำหรับแหนแดง เป็นพืชที่ใช้เวลาปลูกระยะสั้นเติบโตเร็ว 15-30 วัน สามารถขายได้ เป็นที่ต้องการของตลาด โปรตีนสูง และมีไนโตรเจนสูงถึง 5% ในขณะที่ปุ๋ยพืชสดตระกูลถั่วมีธาตุอาหารไนโตรเจน ประมาณ 2.5-3% ขณะที่ราคาอาหารสัตว์ท้องตลาด ราคา 12 บาท/กิโลกรัม แต่หากเป็นอาหารที่ผสมเองราคา 4 บาท/กิโลกรัม เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร แหนแดง เป็นเฟิร์นชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็ก พบอยู่ตามบริเวณน้ำนิ่ง เช่น บ่อ หรือคูน้ำ สำหรับแหนแดงพันธุ์กรมวิชาการเกษตรให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่า เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่บนผิวน้ำในนาข้าว 1 ไร่ จะให้ผลผลิตสดถึง 3 ตัน (150 กิโลกรัมแห้ง) ซึ่งเป็นปริมาณไนโตเจนได้ประมาณ 6-7 กิโลกรัม ประโยชน์คือ ทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำ
นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติจัดเวทีรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขด้านข้าวและชาวนาไทย 4 ภาค โดยมีชาวนา ผู้ประกอบการโรงสี ผู้ส่งออก มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อรวบรวมแล้วจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืนและครบวงจร ซึ่งทั้ง 4 เวทีพี่น้องชาวนาจะประสบปัญหาหลักเรื่องเดียวกันคือ ต้นทุนการผลิตที่สูงมากโดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นไปถึง 200% กว่า รวมทั้งเรื่องสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งหมดเป็นปัจจัยการผลิตหลักที่ชาวนาต้องใช้ จากค่าเฉลี่ยของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเรื่องต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณเกือบ 4,000 บาทต่อไร่ ทั้ง 4 เวทีที่สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดเวทีรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขด้านข้าวและชาวนาไทยนั้นกลับพบชาวนาที่ใช้ต้นทุนการผลิตเพียงแค่ประมาณ 2,000 บาทนิดๆ หรือชาวนาที่ใช้ต้นทุนการผลิตที่สูงถึง 6,000 กว่าบาทต่อไร่ก็มีเช่นเดียวกัน จึงนำมาถึงบทสรุปว่า สภาเกษตรกรฯ จะนำชาวนาที่ประสบความสำเร็จกับการลดต้นทุนการผลิตในการทำนาด้วยวิธีการ “จับมือทำ 1 จังหวัด 1 ต้นแบบ” เพื่อเป็นการกระตุ้นและนำร่องการ
“ข้าว” คือต้นธารแห่งวัฒนธรรมของคนไทย เป็นรากฐานของชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตและสังคมของไทย แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปมาก สังคมไทยที่เคยเป็นสังคมเกษตร ปัจจุบันต้องพบกับปัญหา เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แต่เมื่อมองถึงความมั่นคงทางอาหารของสังคมไทย จึงไม่ควรมองความสำคัญจากมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือคิดเป็นมูลค่าจากจำนวนเงินเท่านั้น เพราะสถานะภาคเกษตรมีความสำคัญในการเกื้อหนุนชีวิตแรงงานภาคเกษตร ซึ่งปัจจุบันอาชีพชาวนาต้องพบกับปัญหา เนื่องจากลูกหลานชาวนาส่วนใหญ่ต่างเข้ามาทำงานในเมือง หรือเคลื่อนย้ายสู่แรงงานนอกภาคเกษตรมากขึ้น เพราะเห็นว่าอาชีพทำนาเป็นงานที่หนัก ต้องพึ่งพาธรรมชาติ เกิดความสูญเสียจากภัยพิบัติบ่อยครั้ง ต้นทุนการผลิตที่สูง ราคาและรายได้น้อยไม่แน่นอน และไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง เหลือแต่ชาวนาสูงวัย จึงทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า อนาคตข้างหน้าอาจกระทบต่อสภาวะทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ดังนั้น การเรียนรู้การทำนาอย่างถูกต้อง โดยยึดหลัก 3 ป. คือ ประหยัด ปลอดภัย และปฏิบัติได้ จะส่งผลให้ชาวนามีความสุข และม
ซินเจนทา ร่วมฉลองวันข้าวและชาวนาไทย โชว์นวัตกรรมเด่น ช่วยชาวนาลดต้นทุนได้ 15% นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ซินเจนทา ประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจซินเจนทาได้รับรางวัลการเกษตรยั่งยืนระดับโลก สาขา “ความร่วมมือจากฟาร์มสู่ตลาดผู้บริโภค” จาก The Alliance for Sustainable Agriculture ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในโครงการลดต้นทุนและพัฒนาเพิ่มผลผลิตข้าวให้เกษตรกร รวมทั้งการบริหารจัดการระบบเกษตรกรรม และพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเกษตร สำหรับซินเจนทาในประเทศไทยเราได้เริ่มงานวิจัยภายใต้โครงการเกษตรกรชาวนามืออาชีพ โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนา มาตั้งแต่ปี 2560 จนกระทั่งประสบผลสำเร็จ โครงการนี้สามารถนำนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาให้ชาวนาได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตได้ 15% ขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุด 20% ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการทำนาแบบเดิม นายดำรงศักดิ์ เดี่ยววาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา ซินเจนทา ประเทศไทย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ซินเจนทาได้รับฟังปัญหาของชาวนามาตลอดเวลากับภาวะต้นทุนสูง ผลผลิตต่ำ รายได้ไม่เป็นตามที่คาดการณ์ เรา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวเขาบ้านดอยปุย ทอดพระเนตรเห็นชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชดำริและพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตั้งโครงการหลวง เมื่อ พ.ศ. 2512 เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเขา ลดการปลูกฝิ่น และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ช่วยเหลือราษฎรชาวไทยภูเขาในท้องถิ่นทุรกันดารและยากจน หันมาปลูกพืชเมืองหนาวเพื่อสร้างรายได้ทดแทน และมีหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าไปร่วมพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวง โดยจัดทำแปลงสาธิตการเกษตร และให้คำแนะนำแก่เกษตรกรด้านต่างๆ รวมทั้งให้การฝึกอบรมเกษตรกรชาวเขาในการปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ ทำให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับจนถึงปัจจุบัน กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนองงานร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงตั้งแต่ปี 2536 โดยส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพและจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการผลผลิตของสมาชิก ปัจจุบันมีสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวงจำนวน 57 แห่ง กลุ่มเกษตรกร 3 แห่ง กลุ่มเตรียมการสหกรณ์ 8 แห่ง กลุ่มอาชีพ 2 แห่ง
