ลดต้นทุนเกษตรกร
จากปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างมาก โดยเฉพาะการเกิดโรคพืชและการระบาดของแมลงศัตรูพืช ทำให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมีในการควบคุมความรุนแรงของศัตรูพืชซึ่งเสี่ยงต่อการที่ศัตรูพืชจะสร้างความต้านทานต่อสารเคมี หรือที่เรียกว่าดื้อยา รวมถึงเป็นวิธีที่ทำลายแมลงศัตรูธรรมชาติหรือแมลงดีในแปลงปลูกด้วย กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเดินหน้าลดการใช้สารเคมีมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้เกษตรกรอนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติหรือแมลงดี เพื่อเป็นตัวช่วยดูแลรักษาผลผลิตอย่างปลอดภัย นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า แมลงดีหรือแมลงศัตรูธรรมชาติที่สำคัญในนาข้าว 5 ชนิด คือ มวนเขียวดูดไข่ มวนเพชฌฆาต ด้วงเต่าตัวห้ำ ด้วงดิน และแมลงปอ ซึ่งแมลงเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นอัศวินที่คอยกำจัดไข่ หนอน และตัวอ่อนของแมลงศัตรูพืช ช่วยให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีในนาข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์แมลงเหล่านี้ให้มีอยู่ในระดับสมดุลจึงเป็นวิธีการดูแลพืชโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เกิดประโยชน์และความปลอดภัยต่อเกษตรกร วิธีสังเกตลักษณะแมลงดี 1. มวนเขียวดูดไข่ ระยะไข่ 6-11 วัน มีสีขาวขุ่น
ส.ป.ก. ผนึก GIZ ดำเนิน “โครงการนำร่องระบบสูบน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรในเขต ส.ป.ก” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ลดต้นทุนด้านพลังงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) เปิดเผยว่า ภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าจากระบบสายส่งเป็นหลัก ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงและก่อให้เกิดข้อจำกัดต่อความมั่นคง ด้านพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมักประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรภาพและต้นทุนต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การแสวงหาแนวทางและรูปแบบการใช้พลังงานหมุนเวียน ที่เหมาะสมกับการเกษตรจึงเป็นแนวทางสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและทั้งผลักดันให้ภาคเกษตรกรรมของไทย มีความมั่นคงและยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการเกษตร สำนัก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหาร ผู้บริหารจากกรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกรในพื้นที่ จำนวนกว่า 2,000 คน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี โดยกำหนดวงเงิ
ปุ๋ย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในกาปลูกพืช เพราะนอกจากจะช่วยปรับปรุงบำรุงดินแล้ว ยังสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับเกษตรกร ซึ่งต้นทุนของปุ๋ยจึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรแปรสำคัญว่าเกษตรกรจะมีผลกำไรมากหรือน้อย ดังนั้น การนำดินภายในแปลงมาทำการตรวจวิเคราะห์ จึงช่วยให้เกษตรกรมีความแม่นยำมากขึ้นว่าปุ๋ยในพื้นที่ทางการเกษตรขาดธาตุอาหารใดบ้าง และสามารถใส่ธาตุอาหารพืชในส่วนที่ขาดเข้าไปโดยไม่ต้องใส่ส่วนที่มีจนเเกินความจำเป็น คุณอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ความสำเร็จศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลท่าช้างหมู่ที่ 10 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา การขับเคลื่อนโครงการศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน หรือ ศดปช. ที่มีการผลิตปุ๋ยจำหน่ายและใช้เองได้อย่างประสบผลสำเร็จ จึงช่วยลดต้นทุนต้นยางพารางามได้ใจ พร้อมทั้งตีตลาดขายออนไลน์ ได้คำสั่งซื้อข้ามาอย่างต่อเนื่อง ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนตำบลท่าช้าง เป็นเครือข่ายสนับสนุนการทำงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตรในด้านดินและปุ๋ยที่บริหารจัดการโดยเกษตรกร และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดินและป
