ลางสาด
ราวเดือนกันยายน-ตุลาคม ทุกปีที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงของลางสาดที่ได้เวลาออกสู่ตลาดอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพันธุ์ลิปะใหญ่ เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของเกาะสมุย เรียกขานกันในพื้นที่ว่า ลางสาดหอมสมุย ที่ปลูกมาพร้อมกับมะพร้าว มีจุดเด่นตรงรสหวาน หอม ลูกใหญ่ เนื้อผลสีน้ำผึ้ง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งแม้จะนำไปปลูกที่อื่นก็ไม่อร่อยเท่าที่สมุย แต่น่าเสียดายไม้ผลดั้งเดิมประจำถิ่นชนิดนี้ที่บรรพบุรุษปลูกตกทอดกันมาเป็นเวลานับร้อยปีนับวันจะลดลงเนื่องจากมีผลไม้ทางเลือกหลายชนิดที่ได้รับความนิยม จึงเป็นความกังวลของชาวสมุยเกรงว่าหากไม่ร่วมมือกันปลูกเพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์กันไว้ ในอนาคตอาจไม่มีเหลือให้ลูกหลานได้ภูมิใจ ในฐานะคนสมุย อย่าง คุณเศวต วิชัยดิษฐ์ ก็มีความกังวลเรื่องดังกล่าวอยู่ไม่น้อย จึงชักชวนชาวสมุยเปิดโครงการขยายพันธุ์ลางสาดขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการอนุรักษ์ลางสาดพันธุ์ลิปะใหญ่ ซึ่งเป็นพันธุ์เก่าแก่ของเกาะสมุยไว้ เพื่อให้เป็นไม้ผลอัตลักษณ์ของเกาะสมุย สร้างความภูมิใจให้แก่ชนรุ่นต่อไป จุดเด่นของลางสาดพันธุ์นี้คือ ความหอม หวาน ผลใหญ่ เนื้อขาวสีน้ำผึ้ง อันเกิดจากต้นลางสาดได้สารอาหารสมบูรณ์ที่
นับกว่าร้อยปีมาแล้ว ใครที่รู้จักเมืองอุตรดิตถ์ ก็พูดถึงลับแลเมืองแม่หม้าย รู้จักเมืองลับแล ก็พูดถึงลางสาด อยากกินลางสาด ก็ต้องไปเมืองลับแล ต่อมามีการกระจายขยายพื้นที่ปลูกลางสาดออกไปหลายแห่ง ซึ่งก็กระจายอยู่ใกล้ๆ กับพื้นที่ดั้งเดิม ที่เมืองลับแล โดยการแพร่กระจาย ก็ใช้วิธีเดียวกับการมีลางสาดตอนเริ่มต้นบนพื้นที่เมืองลับแล คือคนกินแล้วเก็บเอาเมล็ดไปเพาะ ได้ต้นใหม่ แต่เนื่องจากมีเหตุ 2-3 ประการ ได้แก่ หนึ่ง ลางสาดเป็นผลไม้ที่ต้องกินตอนสุกงอม จึงจะมีรสชาติหวาน ไม่ค่อยมียางเหนียว ทำให้เจ้าของจำเป็นต้องตัดตอนที่แก่จัด ตัดมาแล้ววันสองวันก็เริ่มร่วงหลุดจากพวง สองสามวันจะสีคล้ำ เหมือนผลไม้เน่าเสีย ผู้บริโภคจึงไม่ค่อยชอบใจนัก อีกประการ เริ่มมีทางเลือกให้หาผลไม้อื่นมาเป็นคู่เปรียบ จึงหันเหความนิยมไปหาผลไม้นั้นเสียมาก ประกอบกับผลไม้ชนิดใหม่ปลูกแข่งลางสาดได้ผล ชนะด้านผลผลิต ด้านคุณภาพดีกว่า เป็นช่อพวงคงทน รสชาติหวาน หอม กรอบกว่า ราคาซื้อขายดีกว่านับเท่าตัว วันนี้เมื่อ 20-30 ปี ผลไม้ทางเลือกใหม่ จึงวิ่งนำหน้าลางสาดกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมแทนลางสาด นั่นคือ “ลองกอง” ลองกองอุตรดิตถ์ เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่
จากคำบอกเล่าของบรรพบุรุษลับแล ว่า ลางสาด เป็นผลไม้ตามธรรมชาติมาจากต่างถิ่น แถบแหลมมลายู ภาคใต้ของไทย มีนายพรานเข้าป่าล่าสัตว์ พบนก หนู ค้างคาว และสัตว์ป่าต่างๆ เก็บผลกิน นายพรานจึงทดลองกินบ้าง ติดใจในรสชาติ และเห็นว่าไม่เป็นอันตราย จึงเก็บผลและเมล็ด มาปลูกในบ้าน ต่อมาได้แพร่ขยายพันธุ์ในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องทั่วไป ตำนาน “ลางสาดลับแล” เล่าว่า เมื่อกว่า 200 ปี “หลวงพิบูล” เจ้าเมืองลับแลสมัยนั้น เป็นคนที่เกิดที่บ้านนาโป่ง ตำบลฝายหลวง สมัยไปติดต่อราชการบางกอกเมืองหลวง ล่องเรือตามน้ำไป ตอนเข้าประชุมข้อราชการ มีเจ้าเมืองจากทางใต้ เอาลางสาดมาแจกใช้ชิม เป็นการผูกไมตรี และแนะนำผลผลิตเกษตร หลวงพิบูลเจ้าเมืองลับแล เป็นคนหนึ่งจากแดนเหนือ ที่ได้ชิมลางสาดแล้วติดใจ ด้วยท่านเป็นคนที่สนใจไม้ผล พืชผลต่างๆ จึงได้นำเอาเมล็ดลางสาด กลับมาเพาะปลูกที่ลับแลตอนเหนือ ตั้งแต่บ้านเกิดท่าน บ้านนาโป่ง ตำบลฝายหลวง ขึ้นไปจนสุดเขาน้ำตกแม่พูล ออกถึงตำบลนานกกก ข้ามเขาพลึง แพร่ขยายไปทั่ว จากบ้านเจ้าเมือง สู่บ้านเจ้าขุนมูลนาย ถึงชาวบ้าน มีที่ว่างตรงไหนก็ปลูกกันทั่วไป เลือกปลูกตามชอบใจ สภาพภูมิอากาศมันให้เหมา
เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายบัญชา อรุณเขต ประธานสภาเกษตรกร จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่การปลูกลางสาดของ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ มีเหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์แล้ว เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาประสบปัญหาราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาทเท่านั้น เกษตรกรจึงโค่นทิ้ง บางส่วนมีกิ่งออกแล้วใช้กิ่งของลองกองเสียบแทน จนกลายเป็นลางกองขึ้นมาแทน อนาคตอาจจะทำให้ลางสาดหมดไปจากลับแลก็เป็นได้ และที่สำคัญคำขวัญของจังหวัดที่บอกว่า “เมืองลางสาดหวาน” ก็จะต้องเปลี่ยนไปเป็นคำอื่นแทน ดังนั้นจึงอยากให้ทางจังหวัดหรือผู้เกี่ยวข้องหันมาทำการอนุรักษ์ไว้ ด้วยการปลูกเพิ่มขึ้นมาทดแทนที่ตัดโค่นไป เพื่อให้ลางสาดอยู่คู่จังหวัดและลับแลตลอดไป “การที่ลางสาดเหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์นั้นถือว่าเป็นเรื่องดีกับเกษตรกรที่ยังมีผลผลิตอยู่ เพราะวันนี้ราคาพุ่งจากกิโลกรัมละ 6 บาทเป็นกิโลกรัมละ 35 บาท หรือ 3 กิโลกรัม 100 บาท ซึ่งแพงกว่าลองกองที่กิโลกรัมละ 20 กว่าบาทเท่านั้น เหตุที่ลางสาดตกต่ำก่อนหน้านี้เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกมาก และมีปลูกเพียงจังหวัดเดียว เมื่อราคาตกต่ำจะให้รัฐบาลเข้ามาช่วยพยุงราคาก็คงเป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกันนักการเมืองระ
ลางสาด และ ลองกอง ถือเป็นผลไม้ขึ้นชื่ออันดับต้นของจังหวัดอุตรดิตถ์ หากจะเป็นรองก็คงยอมให้ได้เฉพาะ ทุเรียนหลงลับแล และ หลินลับแล ที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่จำนวนลางสาดในปัจจุบัน กำลังจะลดน้อยลง โดยสถานการณ์ลางสาดในพื้นที่อำเภอลับแล เหลือพื้นที่ปลูกอยู่เพียง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ปลูกผลไม้ทั้งหมดในอำเภอลับแล สวนที่เคยปลูกลางสาดเดิมกลับกลายเป็นลองกองไปเกือบทั้งหมด จากการโค่นต้นลางสาดเดิม นำยอดพันธุ์ลองกองมาเสียบเปลี่ยนต้นใหม่ เนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดของลองกองสูงกว่าลางสาดมาก ขณะเดียวกัน เมื่อถึงฤดูการให้ผลผลิตลองกองแต่ละปี ราคาซื้อขายอาจไม่เท่ากัน เมื่อราคาผันผวนขึ้นลงเช่นนี้ ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลนานกกก อำเภอลับแล ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกลองกองมากที่สุดของอำเภอ ก่อตั้งตลาดกลางสำหรับซื้อขายลองกองให้กับเกษตรกร โดยใช้พื้นที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ หน้าองค์การบริหารส่วนตำบล จัดทำเป็นตลาดกลางซื้อขายลางสาดและลองกอง ผลไม้ขึ้นชื่อของชาวตำบลนานกกก ตำบลฝายหลวง และตำบลแม่พูล คุณอาน แปลงดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนานกกก (อบต. นานกกก) กล่าวว่า ตลาดกลางซื้อขายลางสาดและ ลองกองแห่งนี้ จะเปิด
