ลาว
“อะไรนะที่เป็นอาหารการกินของชาวหลวงพระบาง” เป็นคำถามจากเพื่อนร่วมทางที่มาหลวงพระบางเป็นครั้งแรก ถามฉันผู้มาหลวงพระบางไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ซึ่งทำให้ฉันต้องมานั่งทบทวนอย่างจริงจัง อาหารการกินของคนหลวงพระบาง แน่ละมันมิใช่แค่ของกินที่มีขายอย่างกลาดเกลื่อนตามร้านอาหารเท่านั้น ต่อคำถามนี้มันต้องลึกเข้าไปถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชาวเมืองหลวงพระบางกันเลยทีเดียว เมืองที่ถูกโอบด้วยแม่น้ำสองสาย อาหารการกินคงไม่พ้นสิ่งที่ได้มาจากสายน้ำ ปลาจึงน่าจะเป็นอาหารอันดับต้นๆ ของชาวเมืองนี้ ภาพเก่าในพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบางที่ฉันได้ไปดูมา ส่วนหนึ่งมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับแม่น้ำ ข้อมูลประวัติศาสตร์บ่งบอกว่าชนเผ่ากาวผู้มาบุกเบิกแผ่นดินแห่งนี้ รอบรู้ในการหาอยู่หากินกับแม่น้ำอย่างหาตัวจับยาก กระนั้นอาหารจานปลาที่เคยได้ลิ้มชิมรสจากฝีมือแม่ครัวร้านอาหารเมืองหลวงพระบาง ที่มีบริการนักท่องเที่ยวหนาตาแถบริมแม่น้ำโขงและคาน ว่าไปแล้วมิได้แปลกแตกต่างไปจากอาหารจานปลาในที่อื่นๆ ของประเทศลาว หรือกระทั่งในภาคอีสานของไทยเรา ทั้งต้มปลา นึ่งปลา ปลาทอด ลาบปลา ปลาเผา เหล่านี้คุ้นลิ้นจนอาจบอกไม่ได้ว่า “หลว
เฟซบุ๊กแฟนเพจ ABC Laos news ສຳນັກຂ່າວເອບີຊີລາວ รายงานเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า บริษัท PNPC ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพขึ้นที่สูงโดยด่วน หลังเกิดเหตุสันเขื่อน เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแตก ส่งผลให้มวลน้ำปริมาณ 5,000 ล้านตัน ไหลทะลักลงแม่น้ำเซเปี่ยน เอ่อท้นเข้าท่วมบ้านเรือน ในแขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศลาว รายงานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของ วันที่ 23 มิถุนายน ล่าสุดมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบหลายร้อยหลังคาเรือน โดยระดับน้ำในบางจุดสูงถึงระดับมิดหลังคาบ้าน โดยล่าสุดยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัด ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่บนหลังคาบ้านออกจากพื้นที่ ทั้งนี้รายงานระบุว่า เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปลาย ปี 2013 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2019 โดยรายงานคาดว่าสันเขื่อนที่แตกออกดังกล่าวอาจเป็นผลจากฝนที่ตกลงมาติดต่อกันหลายวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการเฝ้าระวังการระบาด “ตั๊กแตนไผ่” (Yellow-spined bamboo locust) : Ceracris kiangsu ซึ่งเป็นตั๊กแตนที่สร้างความเสียหายให้แก่พืชเกษตร อาทิ พืชตระกูลไผ่ พืชตระกูลหญ้า พืชตระกูลปาล์ม ข้าว และข้าวโพด ซึ่งขณะนี้พบการระบาดอยู่ที่แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ซึ่งห่างจากไทยประมาณ 114 กม. โดยลักษณะการแพร่กระจายของตั๊กแตนไผ่ จะพบในบริเวณพื้นที่ป่าไผ่ทางตอนใต้ของจีนที่ระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเล 300-400 ม. จนถึง 780 ม. มีการวางไข่จำนวนมากใต้ผิวดิน ไข่ฟักในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง หรืออุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส โดยตัวเต็มวัยจะอาศัยในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น และสร้างความเสียหายได้กว้างขวางและรุนแรง ส่วนพืชที่มักกัดกินเป็นอาหาร ได้แก่ พืชกลุ่มไผ่ พืชในตระกูลหญ้า พืชตระกูลปาล์ม และพืชล้มลุกบางชนิด มีวงจรชีวิตแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะวางไข่ใต้ผิวดิน ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ระยะตัวอ่อน(46-69 วัน) ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ระยะตัวเต็มวัย (40 วัน) ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และระยะไข่ ในช่วงเดือนตุลา
